ไทย Archive

เรื่องภายใน ไม่ใช่ก่อการร้าย ‘การเมืองไทย’

เรื่องภายใน ไม่ใช่ก่อการร้าย ‘การเมืองไทย’

สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานเมื่อเวลา 21.23 น.วันที่ 20 เม.ย. ว่า กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ได้แก้ไขคำเตือนด้านการท่องเที่ยวล่าสุด ด้วยการแจ้งเตือนให้พลเมืองชาวอเมริกัน ระมัดระวังตัวเมื่อเดินทางเข้ามาไทยหลังเหตุประท้วงรุนแรง และว่าการประท้วงทางการเมืองในกรุงเทพฯ ยังถือว่ามีความไม่แน่นอน อันอาจขยายวงสู่ความรุนแรงขึ้นได้อีก

นอกจากนี้ยังระบุด้วยว่า เหตุการณ์ในไทย เกิดจากเรื่องการเมืองภายในและไม่ปรากฏว่าเป็นการกระทำของพวกก่อการร้ายระหว่างประเทศและว่าการมาท่องเที่ยวในไทยโดยทั่วไป ยังถือว่ามีความปลอดภัย

ทั้งนี้การแจ้งเตือนดังกล่าวเหมือนกับข้อแนะนำที่แจ้งต่อพลเมืองอเมริกันเมื่อสัปดาห์ที่แล้วยกเว้นการเตือนครั้งนี้ไม่ได้ระบุเจาะจงลงไปว่าให้นักท่องเที่ยวหลีกเลี่ยงบริเวณถนน ข้าวสาร สวรรค์สำหรับนักท่องเที่ยวสะพายเป้ (แบ็คแพ็คเกอร์) ซึ่งเหตุประท้วงรุนแรงเมื่อครั้งก่อน ลามเข้าถึงในพื้นที่ด้วย

ข่าวการเมือง

ข้าวหอมมะลิไทย แย่แล้ว

ข้าวหอมมะลิไทย แย่แล้ว

ประเทศเวียดนาม ได้พัฒนาพันธ์ุข้าวเลียนแบบข้าวหอมมะลิของไทย และใช้ชื่อเลียนแบบว่า จัสมิน ไรซ์ นำออกขายในซุปเปอร์มาร์เก็ตเอเชีย ทั่วกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เพื่อตีตลาดข้าวหอมมะลิไทย ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก หากไทยไม่เร่งพัฒนา และส่งเสริมการตลาดอาจถูกข้าว จัสมินไรซ์ ของเวียดนามที่ราคาถูกกว่าแย่งตลาดไป

ข้าวจัสมิน ไรซ์ บริษัท โอเรียนท์ เมอร์ชานท์ จากออสเตรเลียเป็นผู้นำเข้าจากเวียดนามผ่านตัวแทนเนเธอร์แลนด์ โดยใช้ยี่ห้อว่า เชฟีส เวิลด์ พร้อมระบุหน้าถุงว่า จัสมิน ไรซ์ ขายในราคาถูกกว่าข้าวหอมมะลิไทยถึง 50% โดยถุงขนาด 20 กิโลกรัม ขายเพียง 20 ปอนด์ หรือประมาณ 1,000 บาท ขณะที่ข้าวหอมมะลิไทยขนาดเท่ากันขายถึง 30 ปอนด์ ประมาณ 1,500 บาท

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยคงไม่สามารถฟ้องร้องเวียดนามละเมิดลิขสิทธิ์ชื่อข้าว จัสมิน ไรซ์ แปลว่าข้าวหอมมะลิ เพราะชื่อดังกล่าวเป็นคำสามัญ ที่ใช้ได้ทั่วไป ไม่ใช่ชื่อเฉพาะ ดังนั้นแนวทางที่ไทยทำได้ คือ เน้นส่งเสริมให้ผู้บริโภคเห็นถึงคุณภาพของข้าวหอมมะลิไทย ที่มีเอกลักษณ์และเหมาะสมกับอาหารไทย เพื่อช่วยให้ผู้บริโภครู้จัก และเห็นถึงความแตกต่างระหว่างข้าวหอมมะลิไทย กับข้าวหอมมะลิจากประเทศอื่น

ตายหล่ะหว่า! ข้าวหอมมะลิของไทยเรากำลังตกที่นั่งลำบากแล้ว เรายัังทะเลาะกันอยู่เลย

ข่าวนวัตกรรม

นายกฯดัน ต้านคอรัปชัน ค่านิยมประจำชาติ

นายกฯดัน ต้านคอรัปชัน ค่านิยมประจำชาติ

ยึดตามกระแสพระราชดำรัสฯ เมื่อปี 2549 ชูการใช้สุจริตธรรม พร้อมหารือกับองค์กรรับผิดชอบตรวจสอบการทำงาน คาดอีก 2 สัปดาห์มีข้อมูลมาแจง เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “นายกฯตอบคำถาม”ประจำวันที่ 13 ธ.ค.2552 ผ่านเว็บไซต์นายกรัฐมนตรีไทย www.pm.go.th ในประเด็นคำถามที่ประชาชนที่ให้คะแนนมากที่สุด คือ รณรงค์เก่งต้องไม่โกง ว่า ในส่วนของการต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่นและการสร้างค่านิยม รัฐบาลได้มีการดำเนินการใน 2 ส่วน ของรัฐบาลได้ดำเนินการสร้างค่านิยมประจำชาติ โดยยึดตามกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานเมื่อปี 2549 หากใครได้รับชมงานจุดเทียนชัยถวายพระพร และเมื่อวันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมา ก็ได้มีการปฏิญาณตนนี้ถือเป็นตัวอย่างในแง่ของสุจริตธรรม

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันรัฐบาลยังได้มีการหารือกับหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบการทุจริต คอรัปชั่นทั้งหมด ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) หรือ ที่ควรมีการจัดประชุมผู้นำองค์กร ทั้งในส่วนองค์กรอิสระ ฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ มาพูดคุยปัญหากัน คาดว่าอีก 2 สัปดาห์จะมีการนำเอาข้อมูลที่ได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริต คอรัปชั่นมาชี้แจงว่า ปัญหาในเรื่องนี้เป็นอย่างไร มีมากน้อยขนาดไหน และรัฐบาลจะได้มีการปรับแนวทางในการทำงาน เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างไรด้วย

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อถึงมาตรการการช่วยเหลือทางการเกษตร จากคำถามที่ส่งมา ระบุว่ารัฐบาลไม่ควรทำแค่การรับจำนำ หรือในแง่โครงสร้างพื้นฐาน เพื่อจัดเก็บผลผลิต หรือการจัดหาสินเชื่อให้กู้ยืมระหว่างรอการจำนำ ว่า ขอชี้แจงว่าในรัฐบาลชุดนี้การจำนำผลิตผลทางการเกษตรได้ถูกยกเลิกไปแล้ว รัฐบาลชุดนี้ได้มีการเปลี่ยนวิธีช่วยเหลือเกษตรใหม่ เป็นการประกันรายได้เกษตรกรแทน เพื่อแก้ปัญหาการรับซื้อจำนำพืชผลทางการเกษตรจำนวนมากๆ แล้วไปเก็บอยู่ในสต็อกของรัฐบาลจนนำไปสู่ปัญหาการทุจริต ขายยากต้นทุนสูง อีกทั้งยังไปตัดราคาแทรกแซงตลาด ทำลายความสามารถในการแข่งขันของสินค้า

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้ รัฐบาลกำลังทะยอยจัดการของเก่าที่เคยรับจำนำเข้ามา โดยข้าวโพด มันสำปะหลังไม่น่ามีปัญหาแล้ว อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอที่ส่งเข้ามา ได้แก่ โรงสีชุมชน รถเกี่ยวข้าว เงินลงทุนต่างๆ ก็เป็นส่วนหนึ่งนโยบายไทยเข้มแข็งอยู่แล้ว ส่วนตัวเชื่อว่าการเปลี่ยนจากการจำนำผลผลิตทางการเกษตร เป็นการประกันรายได้เกษตรกร ทำให้กลไกตลาด และบทบาทของโรงสีกลับมาเป็นปกติ จากเดิมที่ทุกคนมือแต่การจำนำผลผลิตทางการเกษตรอย่างเดียว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวตอบข้อถามเกี่ยวกับการกระจายอำนาจและโอกาสไปยังต่างจังหวัดว่า เรื่องนี้จะเห็นได้ว่ารัฐบาลได้ดำเนินการ ไปในหลายระดับ อาทิ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หรือองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และเทศบาล อย่างต่อเนื่อง ล้วนแล้วแต่มีอำนาจบริหารงานเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะบริการสาธารณะในท้องถิ่นต่างๆ ที่รัฐบาลมีการสนับสนุนด้านการเงิน และมีเงินรายได้เงินภาษีเพียงพอให้บริการ ขณะเดียวกันการกระจายความเจริญก็เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายไทยเข้มแข็ง

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า รัฐบาลมุ่งไปที่การพัฒนาระบบคมนาคม และโครงสร้างพื้นฐานให้มีความสะดวก จะเป็นแรงจูงใจให้เอกชนเข้าไปลงทุน รวมถึงสิทธิประโยชน์ทางการลงทุน บีโอไอที่ให้การเว้นภาษีในผู้ลงทุนในที่ที่ห่างไกล มากกว่าผู้ที่ลงทุนใกล้กรุงเทพฯ ทั้งหมดนี้เป็นการกระจายความเจริญไปสู่ต่างจังหวัด เพราะขณะนี้ความกระจุกตัวเป็นปัญหา คนในต่างจังหวัดอยากเห็นการพัฒนาของท้องถิ่น เช่นเดียวกับคนกรุงเทพมหานคร ที่ต้องรับปัญหาการกระจุกตัว มลพิษ และการจราจรที่แออัดอยู่ในเมือง

ข่าวการเมือง

ฮุนเซนโอ๋ทักษิณ กษัตริย์ตั้ง ส่งตัวกลับไม่ได้

ฮุนเซนโอ๋ทักษิณ กษัตริย์ตั้ง ส่งตัวกลับไม่ได้

“ทักษิณ” ควง “ฮุนเซน” ให้สัมภาษณ์ทีวีเขมรโชว์ไอเดียแก้เศรษฐกิจ ด้านนายกฯเขมรให้เหตุผลไม่ส่งตัวให้ไทย เพราะกษัตริย์กัมพูชาแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษา และคดีทักษิณเกิดขึ้นหลังรัฐประหาร ผู้สื่อข่าวรายว่า เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 11 พ.ย. (ตามเวลาท้องถิ่น) กัมพูชาได้เผยเทปบันทึกการให้สัมภาษณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของประเทศกัมพูชา ผ่านทางสื่อโทรทัศน์ของกัมพูชา ทางช่องทีวีเค (TVK) พร้อมกับสมเด็จฮุน เซน ซึ่งถือเป็นการให้สัมภาษณ์ครั้งแรกของ พ.ต.ท.ทักษิณ หลังจากเดินทางถึงประเทศกัมพูชา

โดยระหว่างการสัมภาษณ์ สมเด็จฮุน เซน ได้นำเอกสารที่รัฐบาลไทยส่งมาให้กับทางการกัมพูชา ในการขอให้ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนยื่นให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ดูพร้อมกับกล่าวว่า ขอให้มั่นใจได้ว่าทางการกัมพูชาจะไม่ส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาที่ประเทศไทย ด้วยเหตุผล 3 ข้อ คือ 1. เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจของสมเด็จฮุน เซน เป็นตำแหน่งที่ได้รับการแต่งตั้งโดยกษัตริย์ของกัมพูชา 2. สัญญาการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนจะไม่นับรวมในกรณีที่เป็นนักโทษทางการเมือง และ 3. คดีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ตกเป็นผู้ต้องหานั้น เป็นคดีที่เกิดขึ้นหลังการทำรัฐประหารที่ประเทศไทย ซึ่งไม่มีความเป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์แบบ

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อ ว่า บรรยากาศตลอดการให้สัมภาษณ์นั้น สมเด็จฮุน เซน นั่งเคียงข้าง พ.ต.ท.ทักษิณ ตลอด โดยมีนักข่าวของกัมพูชานั่งอยู่โดยรอบจำนวน 5 คน ขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้มีสีหน้าเคร่งเครียด และได้อธิบายถึงหลักการที่จะมาดำเนินงานในฐานะที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจได้เป็น อย่างดี ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้ถามคำถาม พ.ต.ท.ทักษิณ ว่าตามที่เคยบอกไว้ว่าจะมาพัฒนาเศรษฐกิจที่กัมพูชา จะทำอย่างไร พ.ต.ท.ทักษิณ ตอบว่า จะยกเรื่องการปฏิรูประบบการเงินของกัมพูชา จะบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ และได้ยกทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นำมาใช้ที่ประเทศกัมพูชา และจะนำการค้าการลงทุนในระดับที่พอเหมาะเข้ามาที่ประเทศกัมพูชาให้ได้มากที่ สุด

ขณะที่สมเด็จฮุน เซน ได้พูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างพรรคประชาชนกัมพูชา (ซีพีพี) และพรรคเพื่อไทยของ พ.ต.ท.ทักษิณว่า ทั้งสองพรรคการเมืองมีความสัมพันธ์ที่ดีมายาวนานตั้งแต่สมัยที่พรรคเพื่อไทย เป็นพรรคไทยรักไทยอยู่ ซึ่งคล้ายๆ กับพรรคประชาธิปัตย์ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็มีความสัมพันธ์กับพรรคสมรังสีเช่นกัน ถ้าพรรคประชาธิปัตย์อยากที่จะแต่งตั้งนายสม รังสี ผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชา เป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจของรัฐบาลไทยก็ยินดี ไม่มีปัญหา

ส่วน ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศที่เกิดขึ้นอยู่นั้น นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เห็นว่า หากมองในระดับประชาชนคนไทย และคนกัมพูชาก็ยังรักกันอยู่ และรัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชาก็ยังมีความสัมพันธ์ที่ดีอยู่ เพียงแต่ปัญหาที่เกิดขึ้น เป็นปัญหาส่วนตัวระหว่างสมเด็จฮุนเซน และนายอภิสิทธิ์

สำหรับกำหนดการทำงานของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีการเปิดเผยที่ชัดเจน แต่ในวันที่ 12 พ.ย.นี้ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางไปพูดคุยกับกระทรวงการเศรษฐกิจและการคลังของกัมพูชา จากนั้นจะเดินทางต่อไปยังเสียมราฐ และคาดว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะหาเวลามาพูดคุยกับสื่อมวลชนไทยที่ไปรอทำข่าว

ข่าวการเมือง

ฟุ้งข้าวหอมทะลุ 3 หมื่น เหตุภัยธรรมชาติดันสูงขึ้น

ฟุ้งข้าวหอมทะลุ 3 หมื่น เหตุภัยธรรมชาติดันสูงขึ้น

“พรทิวา” ฟุ้งราคาข้าวหอมมะลิไทยมีโอกาสทะลุตันละ 3 หมื่นบาทอีกครั้ง หลังเห็นแนวโน้มผลผลิตข้าวโลกลด-ราคาน้ำมันพุ่ง พร้อมเร่งขายข้าวจีทูจี 2 เดือนที่เหลือให้ได้ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านตัน  วันนี้ (30 ต.ค.) นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า แนวโน้มราคาข้าวไทยในเร็วๆ นี้ จะสูงขึ้นมาก เพราะผลผลิตข้าวไทย และข้าวโลกลดลงมาก จากปัญหาภัยธรรมชาติ และศัตรูพืชระบาด ประกอบกับ ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นมาก ส่งผลให้ราคาพืชพลังงาน และสินค้าเกษตรอื่นๆ สูงขึ้นตามไปด้วย โดยได้รับการยืนยันจากผู้ส่งออกข้าวหลายรายว่า ราคาข้าวหอมมะลิไทยอาจมีโอกาสทะลุตันละ 30,000 บาทได้อีกครั้ง

สำหรับ การขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐนั้น ขณะนี้ มีรัฐบาลหลายประเทศติดต่อขอซื้อข้าวฤดูกาลผลิตปี 52/53 เข้ามาแล้ว ทั้งมาเลเซีย อินโดนีเซีย จีน ฟิลิปปินส์ อิหร่าน รัสเซีย เป็นต้น รวมแล้วเกินกว่า 1 ล้านตัน คาดว่า ในช่วง 2 เดือนที่เหลือของปีนี้ จะสามารถส่งออกได้อย่างน้อย 1 ล้านตัน ส่วนปีหน้า เพิ่มเป้าหมายการส่งออกข้าวแบบจีทูจีเป็นไม่ต่ำกว่า 2 ล้านตัน เพราะหลายประเทศกำลังเพิ่มปริมาณนำเข้า เพื่อเพิ่มสต๊อกในประเทศ

ข่าวเศรษฐกิจ

เด็กไทยเจ๋งคว้าที่ 1 นวัตกรรมโลก 90 ปี

เด็กไทยเจ๋งคว้าที่ 1 นวัตกรรมโลก 90 ปี

นิสิตจุฬาไอเดียบรรเจิด สามารถคว้ารางวัล ‘The People’s Choice award’ จากการโหวตสูงสุดจากประชาชนทั่วโลกมากที่สุด” ในการประกวดการออกแบบผลิตภัณฑ์ตู้เย็นขนย้ายมวลสารแห่งโลกอนาคต ใน 90 ปีข้างหน้า ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 28 ต.ค. ว่า นายดุลยวัต วงศ์นาวา นิสิตชั้นปีที่ 5  คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ชนะเลิศอันดับ 1 ระดับประเทศ และติดรอบ 8 คนสุดท้าย รวมทั้งเป็นเยาวชนไทยคนแรกที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ ‘The People’s Choice award’ รางวัลที่ได้รับการโหวตสูงสุดจากประชาชนทั่วโลกมากที่สุด ในการประกวดการออกแบบผลิตภัณฑ์ในโครงการ “อีเลคโทรลักซ์ ดีไซน์ แล็บ 2009”การแข่งขันระดับโลก ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ จากแนวคิดการออกแบบ “ตู้เย็นขนย้ายมวลสาร” เพื่อสร้างความสะดวกสบายให้แก่ผู้บริโภคในอนาคต

สำหรับ การประกวดโครงการออกแบบผลิตภัณฑ์ระดับโลก อีเลคโทรลักซ์ ดีไซน์แล็บ ประจำปี 2552 อีเลคโทรลักซ์ต้องการให้ประชาชนร่วมเดินทางข้ามเวลาไปสู่ยุค ค.ศ 2099 หรืออีก 90 ปี ข้างหน้า  ภายใต้หัวข้อ “นวัตกรรมงานดีไซน์แห่งโลกอนาคต ใน 90 ปีข้างหน้า” นั้นจัดขึ้นเพื่อให้ประชาชนที่มีความคิด มีไอเดียร่วมแสดงความคิดสร้างสรรค์ผลงานดีไซด์ออกมา โดยมองก้าวออกไปในดลกแห่งอนาคตถึง 90 ปี โดยไม่ได้คาดหวังว่าโครงการดังกล่าวที่คิดขึ้นจะสามารถนำไปสร้างได้จริงหรือ ไม่ก็ตาม

ทั้งนี้ นอกจากรางวัลตู้เย็นขนย้ายมวลสาร ที่ได้รับการโหวตสูงสุด จากเยาวชนไทยคนแรกที่ ในการประกวดการออกแบบผลิตภัณฑ์ในโครงการ “อีเลคโทรลักซ์ ดีไซน์ แล็บ 2009”แล้วยังร่วมด้วยน้องๆ ผู้ชนะในระดับประเทศอีก 2 คน คือนางสาวธนารัตน์ คงสุภาพศิริ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 จากสถาบันการออกแบบราฟเฟิล ดีไซด์ เจ้าของผลงานการออกแบบเครื่องแนะนำอาหารเพื่อสุขภาพ และนางสาวมุทิตา ต่อทีฆะ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 จากสถาบันเทคโนโลยีเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง เจ้าของผลงานแผ่นควบคุมอุณหภูมิ

ทั่วไป