แม้ว Archive

เทพไท บอก แม้ว เงินหมดทำไมอวดรวยได้อีก

เทพไท บอก แม้ว เงินหมดทำไมอวดรวยได้อีก

นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุถึงเส้นทางการโอนเงินเข้าประเทศอย่างผิดปกติว่า จากเหตุดังกล่าว ทำให้มีสมาชิกของระบอบทักษิณต่างออกมา เรียงหน้าตอบโต้ ทั้งที่ๆ ไม่ทราบข้อเท็จจริงของเรื่องนี้

ทั้งที่รัฐบาลได้รับ รายงานว่า มีการเคลื่อนไหวของเส้นทางการเดินของเงินมากผิดปกติ ในช่วงหลังปีใหม่เป็นต้นมา จึงได้ติดตามตรวจสอบเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด แต่ข้อมูลดังกล่าวเกี่ยวข้องกับความมั่นคง ที่ผ่านมาจึงไม่สามารถที่เอาหลักฐานมาเปิดเผยต่อสาธารณะได้ การที่สมาชิกในระบอบทักษิณออกมาท้าทายให้รัฐบาลเปิดเผยข้อเท็จจริง ก็ขอชี้แจงว่า ให้รอจังหวะเวลาที่เหมาะสมและ รวบรวมพยานหลักฐานให้สมบูรณ์มากว่านี้ ก็จะนำมาเปิดเผย ต่อประชาชนแน่นอน รวมถึงต้องดำเนินคดีตามกฎหมายอีกด้วย ทั้งนี้รัฐบาลชุดนี้ได้ใช้ความระมัดระวังและตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนที่จะ ดำเนินการใดๆลงไป เพราะเกรงว่าจะเป็นการกลั่นแกล้ง

นายเทพไท กล่าวว่า ส่วนการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ทวิตเตอร์พาดพิงรัฐบาลโดยกล่าวหาว่า รัฐบาลกลั่นแกล้งใส่ร้ายนั้น ส่วนตัวไม่อยากให้ พ.ต.ท.ทักษิณ มีพฤติกรรมในลักษณะกินปูนร้อนท้อง นอกจากนี้ การที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้ที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายออกมาแก้ต่างว่าเรื่องดังกล่าว ไม่เกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะเงินถูกอายัดไว้หมดแล้ว ก็อยากถามว่า เงิน 7.6 หมื่นล้านบาทที่อยู่ในการพิจารณาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการ เมืองที่จะตัดสินในวันที่ 26 ก.พ.นี้ มีเพียงจำนวนแค่นี้หรือ แล้วเงินที่ขายสโมสรฟุตบอลแมนซิตี้ ได้นำเข้าในประเทศแล้วถูกอายัดหรือยัง

วันนี้ ไม่มีใครเชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณมีเงินแค่ 7.6 หมื่นล้านบาทเท่านั้น เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้อวดร่ำอวดรวยว่า ไปลงทุนทำเหมืองเพชร เหมืองทอง ลงทุนด้านโทรคมนาคมในประเทศต่างๆ ถ้าหากว่าไม่มีเงินแล้ว จะลงทุนได้อย่างไร ทั้งหมดเป็นการแสดงให้เห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ให้ลูกน้องออกมาโกหกคำโต แต่เชื่อว่าคนไทยสามารถจับได้ไล่ทันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ยังมีเงินอยู่ ถ้าไม่มีเงินจริง ม๊อบคนเสื้อแดง ก็ไม่สามารถที่จะเคลื่อนไหวได้อย่างต่อเนื่องจนถึงทุกวันนี้ เพราะการจัดม๊อบชุมนุมครั้งหนึ่งต้องเสียเงินค่าใช้จ่ายนับสิบล้านบาท มาถึงวันนี้จัดม๊อบมากี่ครั้งแล้ว สามารถคำนวนเป็นจำนวนเงินได้ จึงอยากจะเรียนว่า เรื่องนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องที่รัฐบาลจะใช้การใส่ร้ายคนเสื้อแดง แต่เป็นข้อเท็จจริง

ข่าวการเมือง

แม้ว-ยุทธ-จักรภพ โผล่งานพท. แพลมวันกลับไทย

แม้ว-ยุทธ-จักรภพ โผล่งานพท. แพลมวันกลับไทย

อดีตนายกฯทักษิณ วิดีโอลิงค์ ร่วมงานสังสรรค์ปีใหม่ ส.ส.เพื่อไทย ที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค พร้อม “ยงยุทธ -จักรภพ” ก่อนจะลิงค์ร่วมงานคนเสื้อแดงเมืองนนท์ แพลมโปรแกรม ช่วงปีใหม่ไทย อาจได้กลับบ้านเกิด เมื่อเวลา 18.00 น . วันที่ 23 ธ.ค. ที่โครงการเมืองใหม่สมบัติบุรี ม.13 ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เสื้อแดงนนทบุรี นำโดย นายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก ดาราตลก จัดงานสานสัมพันธ์รับปีใหม่ โต๊ะจีน 400 ตัว ตัวละ 2,000 บาท เพื่อเป็นกองทุนของคนเสื้อแดง จ.นนทบุรี โดยมีประชาชนในจ.นนทบุรีและจังหวัดใกล้เคียงเข้าร่วมงานนับพันคน ภายในงานมีการต่อแถวรับสมัครสมาชิกพรรคเพื่อไทยเป็นจำนวนมาก พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร์ พร้อมด้วย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย และแกนนำเสื้อแดงหลายคนร่วมงาน

ต่อมาเวลา 21.00 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีดนายกรัฐมนตรี โฟนอินเข้ามาในเวที กล่าว สวัสดี ผู้ร่วมงาน และ ผลงาน 1 ปี ของรัฐบาล ว่า เป็นอย่างไรบ้าง ประชาชีชอกช้ำใช่ไหมครับ เมื่อสักครู่ ได้รับโทรศัพท์ จากคนใต้คนหนึ่ง เป็นแกนนำเสื้อแดง คนเสื้อแดง เกิดมาจากธรรมชาติ เกิดจากความเกลียดความไม่ยุติธรรม เกิดจากความเกลียดการไม่เป็นประชาธิปไตย จากความเกลียดการเอารัดเอาเปรียบทุกอย่างที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ขอให้กำลังใจ พี่น้องประชาชน ให้เข้มแข็ง อย่าหวั่นไหว เพราะเราไม่ใช่พวกรับจ้างเราเป็นผู้เสียสละ ขอขอบคุณเสื้อแดงทุกคน ที่มีอุดมการณ์ รักชาติ รักบ้านเมือง รักประชาธิปไตย และรักลูกหลาน ที่ออกมาต่อสู้กัน ก็ออกมาอีกครั้งหนึ่ง

พ.ต.ท. ทักษิณ กล่าวต่อว่า ในปี 2553 นี้ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ เพราะว่า การมีสองมาตรฐาน การทุจริตคอรัปชันอย่างรุนแรงของรัฐบาล การไม่มีผลงานของรัฐบาล โดยที่ไม่มีประชาชนยอมรับได้ ทุกฝ่ายต้องรับการเปลี่ยนแปลงของบ้านเมือง โดยการเป็นนักการเมืองที่ดี เพื่อบ้านเมือง เพราะไม่เช่นนั้นบ้านเมืองจะอยู่ลำบาก ในปี 2552 ที่ผ่านมา ทั้งปี และจะไม่มีอีกแล้วในปีต่อไป หากมีการเลือกตั้งใหม่ กรรมการทั้งหมดเข้าข้างและลำเอียง จึงเกิดสองมาตรฐาน ทำให้นักการเมืองในคนที่เลวอยู่แล้วก็กลับกล้าเลวยิ่งขึ้นไปอีก เนื่องจากมีคนปกป้อง มีคนคอยให้ท้าย และส่งท้าย จึงไม่กลัว และบี้พวกเราอย่างเดียว

“อันดับความน่าเชื่อถือสมัยที่ผมเป็น รัฐบาลที่ดีๆอยู่ที่ 34 ตอนนี้หล่นไป อยู่ที่ 80 กว่า ขอให้พี่น้องอดทน ในปีหน้านี้ อีกไม่กี่เดือน เราจะได้มีความสุขกัน” พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว

ก่อน หน้านี้ ที่โรงแรมเอสซี ปาร์ค เมื่อเวลา 19.50 น. วันเดียวกัน มีการจัดเลี้ยงปีใหม่ของ ส.ส.พรรคเพื่อไทย พ.ต.ท.ทักษิณ วิดีโอลิงค์เข้ามาในงาน โดยมีนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีต ประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายจักรภพ เพ็ญแข อดีต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นั่งขนาบข้าง พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่าขอร่วมปาร์ตี้ด้วยอีก 3 คน พร้อมสอบถาม พล.อ.อ.สุเมธ โพธิ์มณี เพื่อนเตรียมทหารรุ่น 10 (ตท.10) สมาชิกพรรคเพื่อไทย ที่ให้สัมภาษณ์เรื่อง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี อาสาเป็นคนกลางเจรจากับ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า เป็นอย่างไร ถึงทำให้เต้นกันไปหมด การที่ พล.อ.สุรยุทธ์ชักเข้าชักออกอย่างนี้คงไม่ได้รับอนุญาตจริงๆ

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวต่อว่า ตนสบายดี ยังกินได้ ไม่ต้องเป็นห่วง ตรุษจีนนี้ ยังไม่ได้กลับประเทศไทย แต่กำลังคิดอยู่ว่าถ้าตรุษไทย (สงกรานต์) จะกลับไปดีหรือไม่ โดยขอให้สมาชิกพรรคเพื่อไทยทุกคนมีความสุข และขอให้ปีใหม่ 2553 เป็นปีของพรรคเพื่อไทย เพราะจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหลายด้าน ขอให้ทุกคนทำตัวเป็นนักการเมืองที่มีคุณภาพ เพราะการเป็นนักการเมืองที่แย่ มีตัวอย่างให้ดูตลอด 2552 แล้ว พรรคร่วมรัฐบาลได้ทำให้เห็นแล้ว ในอนาคตใครเข้ามาเป็นรัฐบาลไม่ว่าจะคิดแย่อย่างไรก็คงไม่แย่ได้เท่านี้

“ปี ใหม่ไม่รู้ว่าเดือนใดจะเป็นเดือนของพรรคเพื่อไทย ที่เคยบอกว่า ทูเดย์ อีส มายเดย์ (Today is my day.) ปี 2553 จะเป็นดีส เยียร์ อีส มายเยียร์ (This year is my year.) เพราะไม่มีครั้งใดแล้วที่ประชาชนจะออกจากบ้านมาต่อสู้กับเรามากขนาดนี้ เรื่องนี้ต้องขอบคุณรัฐบาลและมีผู้อำนาจนอกเหนือรัฐบาลที่ทำให้เกิดสอง มาตรฐานครั้งแล้วครั้งเล่า วันนี้เขากลั่นแกล้งเราเท่าไหร่ เท่ากับกำลังเพิ่มคะแนนให้เราเท่านั้น จึงต้องยิ้มรับกับความไม่ยุติธรรมทั้งหลาย ปีใหม่นี้ขอให้ทุกคนแข็งแรงและเตรียมตัวเป็นรัฐบาล” อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าว

ข่าวการเมือง

สุเทพ ปัดรัฐบาลวางแผนสังหารแม้ว

สุเทพ ปัดรัฐบาลวางแผนสังหารแม้ว

สุเทพ ชี้เอกสารกระทรวงต่างประเทศวางแผนลอบสังหาร ทักษิณ ปลายปี 52 ของ จตุพร พรหมพันธุ์ เป็นเรื่องไม่น่าเชื่อถือ ยัน รัฐบาลไม่มีแผนการลอบฆ่าอดีตนายกฯ ที่กองการบิน ขส.ทบ. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่ม นปช. ออกมาเปิดเผยหลักฐานเป็นเอกสาร ระบุแผนการลอบสังหาร พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ไม่เคยทราบและไม่เคยเห็นเอกสารดังกล่าว ไม่รู้ว่าเป็นของจริงหรือของเท็จ แต่คิดว่าเป็นเรื่องไม่น่าเชื่อถือ และในเวลานี้ มีปัญหาสำคัญในบ้านเมืองที่ต้องรีบแก้ไขมากกว่าไปสนใจเรื่องนี้

ส่วนจะมีการตัดสินใจ ทำหนังสือขอให้รัฐบาลกัมพูชา ส่ง พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาดำเนินคดีในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน รอบที่ 2 หรือไม่ หลัง พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุ จะอยู่ในกัมพูชาถึงวันที่ 21 ธ.ค.นี้ หรือไม่นั้น นายสุเทพกล่าวว่า ก็เคยทำไปแล้ว แต่กัมพูชาไม่ให้

ข่าวการเมือง

ถามใจ’คำรบ’ แม่สุดกลั้น ใช่ลูกผู้ชายมั๊ย

ถามใจ’คำรบ’ แม่สุดกลั้น ใช่ลูกผู้ชายมั๊ย

สิมารักษ์” ทำหนังสือถึง “แม้ว-จิ๋ว” ประสานขอพระราชทานอภัยโทษ ลั่น ขอพึ่งเพื่อไทยทางเดียว ไม่รับความช่วยเหลือกระทรวงการต่างประเทศ ถามหาความเป็นลูกผู้ชาย “คำรบ” ออกหน้ามาแสดงความรับผิดชอบ กรณีที่นายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศกรชาวไทย ถูกศาลกัมพูชาตัดสินให้จำคุก 7 ปี และ ปรับ 10,000,000 เรียล ในข้อหาจารกรรมข้อมูลลับ เมื่อเวลาประมาณ 10.20 น. วันนี้ ที่พรรคเพื่อไทย นางสิมารักษ์ ณ นครพนม มารดานายศิวรักษ์ ได้โฟนอินเข้ามายังโทรศัพท์มือถือของ นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เพื่อร่วมแถลงข่าว โดย นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ได้รับหนังสือสำเนาคำพิพากษาของศาลแล้ว และ ตนได้รับมอบหมายจาก พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย รวมทั้ง นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้เป็นหัวหน้าทีมประสานระหว่างฝ่ายกฎหมายกับฝ่ายต่างประเทศ เพื่อทำหนังสือขอความอนุเคราะห์ถึง สมเด็จฮุน เซน ให้ขอพระราชทานอภัยโทษให้นายศิวรักษ์

จากนั้นนางสิมารักษ์ ได้แถลงเปิดใจว่า เมื่อได้ฟังคำพิพากษาของศาล นายศิวรักษ์ ต้องถูกจำคุก 7 ปี ถูกปรับ 1 แสนบาทไทย ก็แทบจะช็อก ถือเป็นความเลวร้ายที่สุดของครอบครัว อย่างไรก็ตาม ครอบครัวเราอยากขอขอบคุณรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ และ เจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศทุกคน ที่พยายามช่วยเหลือทุกทาง จนทราบคำพิพากษาว่าลูกต้องถูกจำคุก 7 ปี ทั้งที่ลูกไม่ใช่ผู้กระทำผิด จึงอยากขอกระทรวงต่างประเทศว่า จากนี้ไปจะขอรับความช่วยเหลือจาก พล.อ.ชวลิต พ.ต.ท.ทักษิณ และ ทางพรรคเพื่อไทย เพียงทางเดียว เนื่องจากระทรวงการต่างประเทศเป็นคู่ขัดแย้งกับสมเด็จฮุน เซน มาโดยตลอด ดังนั้น การติดต่อสื่อสารที่ผ่านมาจึงมีอุปสรรคอย่างมาก อยากขอร้องว่าระยะนี้ขอให้ช่วยชะลอไว้ก่อน เพื่อไม่ให้เรื่องยืดยาวต่อไปอีก

นางสิมารักษ์​ กล่าวอีกว่า ตนทราบว่า พ.ต.ท.ทักษิณ พล.อ.ชวลิต และพรรคเพื่อไทย มีความสัมพันธ์กับกัมพูชาดีกว่า ดังนั้น เพื่ออิสรภาพของลูกเหนือสิ่งอื่นใดที่สุด จึงต้องเลือกพึ่ง พล.อ.ชวลิต พ.ต.ท.ทักษิณ และพรรคเพื่อไทย ไม่อยากให้คิดเกินเลยไปว่าใครได้หรือเสียหน้า คนที่เสียที่สุดคือ นายศิวรักษ์ ต้องเสียอิสรภาพ ชื่อเสียง หน้าที่การงาน รวมทั้งแม่และน้องชาย ต้องมารับเคราะห์กรรมด้วย

นางสิมารักษ์ กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. ได้ฟังข่าวจากโทรทัศน์และได้ยินเจ้าหน้าที่ทางการไทยคนหนึ่ง ออกมาระบุว่า นายศิวรักษ์ คือคนไทยคนหนึ่งที่ไปก่อเหตุในต่างแดน รู้สึกเจ็บปวดกับคำพูดนี้มาก ลูกเป็นผู้ก่อเหตุอย่างนั้นหรือ หาก นายคำรบ ปาลวัฒน์วิชัย เลขานุการเอกประจำสถานทูตไทยในกัมพูชา ไม่โทรศัพท์ไปหา นายศิวรักษ์ คำพูดแค่ 2-3 ประโยคว่า เช็คให้หน่อย ผลที่ออกมา คือ ลูกต้องถูกจำคุก 7 ปี มันไม่คุ้มกันเลย หากนายคำรบ หรือ ผู้ที่อยู่เหนือกว่า มีความเป็นสุภาพบุรุษ นายคำรบ ต้องออกมารับผิดชอบกับการกระทำด้วย อย่าปกป้องผู้ทำผิด โดยปล่อยให้ผู้บริสุทธิ์ต้องรับโทษถึง 7 ปี สังคมจะได้รู้ความจริงว่า ที่วันนี้ไม่มีชื่อนายคำรบ นายคำรบได้กลับมาประเทศไทยได้อยู่อย่างสุขสบาย ในขณะที่นายศิวรักษ์ ต้องอยู่ในสภาพอย่างนั้นโดยลำพัง ที่คุมขังไม่มีแอร์ อาหารไม่อร่อย

นางสิมารักษ์ กล่าวอีกว่า อยากขอบคุณ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่เคยพูดว่า จะช่วยนายศิวรักษ์ แม้จะคิดร้ายต่อท่าน แต่นายศิวรักษ์ไม่เคยคิดร้ายกับท่านเลย การที่พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ติดใจถือเป็นน้ำใจอันยิ่งใหญ่ของครอบครัวของเราที่เมตตา ส่วน พล.อ.ชวลิต เป็นยิ่งกว่าญาติที่ออกมาช่วยเหลือครอบครัว แต่บางคนไม่ช่วยอะไร แต่ออกมาขวางความมีน้ำใจของ พล.อ.ชวลิต ซึ่งเป็นชาวนครพนมเหมือนกัน เป็นผู้ปิดทองหลังพระมาตั้งแต่ต้น ตนไม่เคยได้แจ้งให้ใครทราบมาก่อนว่า พล.อ.ชวลิต บอกกับตนว่าอยากให้รัฐบาลได้ดำเนินการช่วยเหลือก่อน แล้วจะคอยช่วยเหลืออยู่เบื้องหลัง ซึ่งงานนี้รัฐบาลต้องช่วยอยู่แล้ว เพราะสาเหตุมาจากนายคำรบ

“ไม่มีแม่คนไหน ยอมเอาลูกตัวเองไปเสี่ยงกับสถานการณ์เลวร้ายนี้ เอาลูกไปติดคุก เพื่ออะไร แค่คิดก็ถือว่าเลวสุดๆ แล้ว ออกไปสร้างละคร ไปสร้างสถานการณ์แล้วครอบครัวเราได้อะไร ลูกนอนอยู่ในคุกแล้วแม่มีความสุขอย่างนั้นหรือ อยากขอร้องว่าสิ่งที่แม่พูดมาจากใจจริง เราคนไทยด้วยกันช่วยคนไทยด้วยกันดีกว่า อย่ามัวขัดแย้งกันเลย อย่างน้อยก็เพื่ออิสรภาพของนายศิวรักษ์ ที่กำลังรอคอยความช่วยเหลือจากทุกคน” นางสิมารักษ์ กล่าว

ผู้สื่อ ข่าวถามว่า นางสิมารักษ์ รู้จัก พล.อ.ชวลิต กับพ.ต.ท.ทักษิณ มาก่อนหรือไม่ นางสิมารักษ์ ตอบว่า กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เคยรู้จักเป็นการส่วนตัว แต่เมื่อ 20-30 ปีมาแล้ว สามีเคยอยู่ในวงการเล็กๆ ด้วยกันมาก่อน ส่วน พล.อ.ชวลิต ทราบมาตั้งแต่ต้น เป็นอดีต ส.ส.นครพนม จึงเหมือนกับญาติ เมื่อถามว่า จะให้นายคำรบ รับผิดชอบอย่างไร นางสิมารักษ์ ตอบว่า รับผิดชอบทุกอย่างที่นายศิวรักษ์ต้องเสียอิสรภาพไป ตลอดเวลาที่ถูกจองจำในเรือนจำ จะรับผิดชอบอย่างไรได้บ้าง ออกมาเปิดเผยหรือยอมรับผิดอย่างลูกผู้ชายได้ไหม 2-3 นาทีที่คุยกัน ผลลัพธ์มันตรงกันข้าม มันสาหัสมากๆ จะช่วยเราอย่างไรได้บ้าง เพื่อให้นายศิวรักษ์ ได้ยืนบนสังคมได้ว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่เคยทำผิดใดๆ ทั้งสิ้น หากนายคำรบ ไม่รับผิดชอบอะไร เราก็ไม่เคยคิดร้ายหรือแก้แค้นกับใคร แต่อย่างที่บอกว่าเป็นเรื่องของความเป็นสุภาพบุรุษ

เมื่อถามว่า ได้ฟังเทปการสนทนาระหว่างนายศิวรักษ์กับนายคำรบ หรือไม่ นางสิมารักษ์ ตอบว่า ทุกคำพูดที่นายศิวรักษ์ให้การต่อศาลเป็นระยะเวลากว่า 5 ชั่วโมงนั้น คือความจริงที่สุด เทปไม่มี ต่อข้อถามว่า ขณะนี้สังคมวิพากษ์วิจารณ์ว่า พ.ต.ท.ทักษิณจัดฉากเรื่องนี้ นางสิมารักษ์ ตอบว่า ได้พูดไปแล้วตอนต้น การจัดฉากหรืออะไรก็ดี คนเป็นแม่จะยอมหรือที่ให้ลูกเป็นฉากหนึ่งในนั้น หัวอกคนเป็นแม่จะยอมหรือที่จะให้ลูกเป็นฉากของใครเพราะไม่ใช่ความสุขเลย

เมื่อ ถามว่า นายกรัฐมนตรี ระบุว่าพร้อมให้ความช่วยเหลือ นางสิมารักษ์ กล่าวว่า ขอขอบคุณ แต่ตอนนี้ขอความช่วยเหลือจาก พล.อ.ชวลิตก่อน เพราะสถานการณ์ขณะนี้น่าจะดีกว่า แต่ทั้งนี้ตนไม่ได้บอกว่าจะไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากรัฐบาล แต่สถานการณ์ขณะนี้ขอรับความช่วยเหลือจากพล.อ.ชวลิต พ.ต.ท.ทักษิณ และพรรคเพื่อไทยก่อนดีกว่า

เมื่อถามว่า กระทรวงต่างประเทศ พร้อมขอพระราชทานอภัยโทษให้ด้วย จะรับการช่วยเหลือนั้นหรือไม่ นางสิมารักษ์ ตอบว่า วันนี้ต้องขอโทษด้วย ยังไม่ขอรับ เนื่องจาก กำลังหารือกับทนายเพื่อดำเนินการทุกอย่างโดยเร็วที่สุด หากขอพระราชทานอภัยโทษซ้อนกัน อาจเกิดปัญหาได้ ต้องขอบคุณกระทรวงต่างประเทศ แต่ขอรับความช่วยเหลือจาก พล.อ.ชวลิตก่อน เมื่อถามว่า นางสิมารักษ์จะกลับประเทศไทยเมื่อไหร่ นางสิมารักษ์ ตอบว่า ขอดูการจัดทำการขอพระราชทานอภัยโทษก่อน ขณะนี้ยังไม่เรียบร้อย เราขอรับผิด และ จะไม่อุทธรณ์

จากนั้น นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า จะมีการประชุมคณะทำงานฝ่ายกฎหมายและฝ่ายต่างประเทศ ในวันนี้ จะเตรียมร่างหนังสือ 3 ชุด เพื่อรวบรวมส่งไปยังกัมพูชา คือ 1.ร่างหนังสือขอความอนุเคราะห์ โดย พล.อ.ชวลิต ส่งถึงสมเด็จฮุน เซน ประกอบกับสำเนาคำพิพากษาของศาล 2.รายชื่อ ส.ส.เพื่อไทย บางคน ร้องขอร่วมร่าง และ ลงนามด้วย 3.หนังสือขอความอนุเคราะห์ของ นางสิมารักษ์ ส่วนจะยื่นผ่านสถานทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย หรือจะไปยื่นทำเนียบรัฐบาลประเทศกัมพูชานั้น จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

นาย นพดล ปัทมะ อดีต รมว.การต่างประเทศ และที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ได้โทรศัพท์คุยกับ นายซก อาน รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่ดูแลด้านความมั่นคง และเรื่องการต่างประเทศ โดยได้ประสานไปว่าเมื่อทางพรรคเพื่อไทย ได้รับหนังสือขอความช่วยเหลือจากนางสิมารักษ์แล้ว พล.อ.ชวลิต จะมีหนังสือไปถึงทางรัฐบาลกัมพูชา ถึงสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เป็นหนังสือที่ขอให้ประสานงานทำให้กระบวนการทั้งหลายในการขอพระราช ทานอภัยโทษรวดเร็วยิ่งขึ้น เพราะอำนาจในการพระราชทานอภัยโทษเป็นของพระมหากษัตริย์กัมพูชา แต่รัฐบาลกัมพูชา ก็จะมีส่วนทำให้กระบวนการเร็วขึ้น ซึ่งหนังสือนี้ไม่ใช่หนังสือขอพระราชทานอภัยโทษ เพราะหนังสือขอพระราชทานอภัยโทษจะต้องทำโดยครอบครัวของผู้ต้องโทษ

“ท่าน รองนายกรัฐมนตรี ซก อาน รับปากที่จะประสานงาน ในการส่งหนังสือให้ถึงสมเด็จฮุนเซนต่อไป ขอให้นางสิมารักษ์มั่นใจว่า เราจะช่วยประสานงานให้ ส่วน พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ทราบเรื่องนี้ และได้แสดงความเสียใจที่คนไทยต้องเป็นเหยื่อของการเมืองภายในของเรา และการที่พล.อ.ชวลิต ได้ทำหนังสือไป น่าจะเป็นประโยชน์ในการช่วยเหลือคนไทย”นายนพดลกล่าว

นายนพดล กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่านายศิวรักษ์เป็นเพียงปลายเหตุ ต้นเหตุคือการที่รัฐบาลนี้พยายามจะไล่ล่าพ.ต.ท.ทักษิณทุกวิถีทาง โดยการใช้กระทรวงการต่างประเทศมาสร้างความเดือดร้อนให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา อย่างไม่ลดละ ไม่ว่าจะไปที่ไหน พยายามจะสร้างปัญหา เรื่องนี้ เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่วิศวกรหนุ่ม ที่ต้องส่งเงินช่วยเหลือแม่ทุกเดือน เป็นกำลังหลักของครอบครัว จะต้องตกเป็นเหยื่อจากการไล่ล่าพ.ต.ท.ทักษิณ จนตัวเองต้องติดคุกถึง 7 ปี แม่เกิดความลำบากขึ้น ตรงนี้สะท้อนให้เห็นว่า อะไรที่เราไม่พยายามปรองดอง แล้วเอาการเมืองภายในเป็นไฟลามทุ่งไปสู่การเมืองในต่างประเทศด้วย เราไม่สามารถแก้ไขปัญหาภายในของเราได้ สังคมไม่สงบ ประเทศเดินหน้าต่อไปไม่ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับหนังสือที่นางสิมารักษ์ ณ นครพนม ทำส่งมายังพรรคเพื่อไทยจำนวน 2 ฉบับนั้น เป็นหนังสือขอความอนุเคราะห์ให้พ.ต.ท.ทักษิณ และ พล.อ.ชวลิต เป็นผู้ประสานงานในการขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่ นายศิวรักษ์ โดยมีเนื้อหาเหมือนกันทั้ง 2 ฉบับว่า

“เนื่องด้วยดิฉัน นางสิมารักษ์ ณ นครพนม อายุ 57 ปี ประกอบอาชีพรับราชการครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา วิทยาลัยเทคนิคนครราชสีมา ตำแหน่งครูชำนาญการพิเศษ ซึ่งเป็นมารดาของ นายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ พนักงานของบริษัท กัมพูชา แอร์ทราฟฟิก เซอร์วิส วิศวกรคนไทย ที่ถูกควบคุมตัว ณ เรือนจำเปรซอร์ และ ได้รับคำพิพากษาลงโทษให้จำคุก เป็นเวลา 7 ปี ปรับ 10,000,000 เรียล ในข้อหาจารกรรมตารางการบินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความประสงค์ เพื่อขอความเมตตาจากท่าน ในการเป็นผู้ประสานงานกับทางประเทศกัมพูชา ในการขอพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งดิฉันมีความเชื่อมั่น และมั่นใจในตัวลูกของดิฉันว่า มิได้ตั้งใจกระทำความผิดใด ๆ แต่อาจเป็นความพลาดพลั้ง หรือ ตกเป็นเครื่องมือของผู้อื่นกระทำการดังกล่าวไปด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาให้ความอนุเคราะห์ และขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงมา ณ โอกาสนี้”

ข่าวการเมือง

กต.ปัดใช้ศิวรักษ์ ล้วงตับแม้ว แม่เยี่ยมศุกร์นี้

กต.ปัดใช้ศิวรักษ์ ล้วงตับแม้ว แม่เยี่ยมศุกร์นี้

กต. ชี้ สื่อต่างชาติรายงาน วิศวกรไทย รับสารภาพเปิดเผยข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ทางการฑูตของฝ่ายไทย แค่ ตีความคลาดเคลื่อน ยัน ไม่มีการจารกรรมข้อมูลลับที่เป็นภัยต่อความมั่นคง ตามข้อกล่าวหา ขณะที่มารดา เตรียมบินไปเยี่ยม วันศุกร์นี้  นายชวนนท์ อิทรโกมาลย์สุต เลขานุการ รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ ยืนยันกรณีสำนักข่าวต่างประเทศ รายงานโดยอ้างคำให้สัมภาษณ์ของทนายความของนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรชาวไทย ว่าได้รับสารภาพยอมรับกับเจ้าหน้าที่ของศาลกัมพูชาว่าได้เปิดเผยข้อมูล เกี่ยวกับ เที่ยวบินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้กับเจ้าหน้าที่การทูตของไทยรายหนึ่งจริง นั้น จากการตรวจสอบในล่าสุด พบว่าเป็นความเข้าใจผิดในการรายงานข่าวของสื่อ เพราะในข้อเท็จจริง นั้น นายศิวรักษ์​ได้ยืนยันว่า ไม่ได้มีการดำเนินการใด ๆ เลย ที่เป็นการผิดกฎหมายของกัมพูชา หรือหากจะมีการดำเนินการใด ๆก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นวิธีการหรือเนื้อหาก็ไม่ขัดต่อหลักกฎหมาย แต่อย่างใด ซึ่งเป็นการยืนยันในตัวอยู่แล้วว่า วิธีการนำมาซึ่งข้อมูลไม่ใช่การจารกรรม และเป็นการดำเนินหน้าที่ตามปรกติประจำวัน ส่วนหากจะมีการสอบถามข้อมูลหรือเนื้อหาใด ๆ ก็ไม่ใช่ข้อมูลที่เป็นความลับ อีกด้วย ซึ่งในประเด็นนี้ นายศิวรักษ์ ก็จะนำไปใช้ยืนยันเพื่อต่อสู้คดีในชั้นศาล แน่นอน

และเท่าที่ได้ รับรายงาน ทราบว่า ในการโทรศัพท์ประสานงานกับกระทรวงต่างประเทศ ของ นายศิวรักษ์ ในวันที่เกิดเหตุ ซึ่งการโทรศัพท์ประสานกันหลายครั้งนั้น ทราบว่า เป็นเพียงการสอบถามของนายศิวรักษ์ เรื่องจะพาแฟนไปทำพาสสปอร์ต เท่านั้น ซึ่งก็เป็นเครื่องยืนยันชัดเจนว่า เป็นการประสานงานกันตามปรกติ

ส่วน การที่ทนายความของนายศิวรักษ์​ ออกมาให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ จะมีผลต่อการต่อสู้คดี หรือไม่นั้น นายชวนนท์ กล่าวว่า คงไม่น่าจะมีผลอะไร เพราะจริง ๆ คงจะเป็นการตีความคลาดเคลื่อนของสื่อมวลชน เท่านั้น เพราะตามรายงานที่ตนเองได้รับนั้น ทั้งทนายและนายศิวรักษ์ เพียงแต่ยืนยัน ว่า ไม่ได้กระทำความผิดตามข้อกล่าวหาเรื่องการจารกรรมข้อมูลอันเป็นความลับอัน เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ อย่างไรก็ดีคงต้องมีการประสานไปยังทนายความของนายศิวรักษ์ เพื่อเพิ่มความระมัดระวังในการให้สัมภาษณ์​สื่อมวลชน แต่ในส่วนตัวเชื่อว่าทนายความคงไม่ได้มีเจตนามีจะให้เกิดผลเสียต่อคดีดัง กล่าวแต่อย่างใด ส่วนเรื่องความคืบหน้าในการประกันตัว นายศิวรักษ์ นั้น ตามกรอบกฎหมายของกัมพูชา มีกำหนดระยะเวลา 10 วัน แต่ทางกระทรวงการต่างประเทศ กำลังหาทางเพื่อเร่งรัดให้เกิดความชัดเจนโดยเร็วที่สุด

นางสิมา รักษ์ ณ นครพนม แม่ของนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรไทยที่ถูกจับกุมในกัมพูชา ซึ่งถูกกล่าวหาว่าจารกรรมข้อมูลการบินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้รับการประสานจาก น.ส.มธุรพจนา อิทธะรงค์ รองอธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ทางกระทรวงการต่างประเทศ มาแล้วว่า น่าจะสามารถเดินทางไปเยี่ยมบุตรชาย ได้ในวันศุกร์ที่ 27 พ.ย.2552 นี้ ส่วนเวลาที่ชัดเจน นั้น คาดว่าในช่วงเย็นวันนี้หลังเสร็จสิ้นการเดินทางไปประเทศกัมพูชา จะได้รับการประสานเพื่อแจ้งให้ทราบอีกครั้งโดยในขณะนี้ทางกระทรวงการต่าง ประเทศได้เดินเรื่องลาพักให้ตนเอง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางเอาไว้แล้ว ซึ่งโดยส่วนตัว หลังได้รับความชัดเจนในเรื่องที่จะเดินทางไปเยี่ยมบุตร ก็รู้สึกใจชื้นและคลายกังวลเรื่องความปลอดภัยของบุตรชายไปได้เยอะ

ส่วน การที่สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าวว่า นายศิวรักษ์ยอมรับกับเจ้าหน้าที่ของศาลกัมพูชาว่าได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับ เที่ยวบินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้กับเจ้าหน้าที่การทูตของไทยรายหนึ่งจริง เพราะเจ้าหน้าที่รายนั้นถามถึงเรื่องนี้ในทันทีที่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณลงจอดที่สนามบินทหารในท่าอากาศยานนานาชาติกัมพูชา นั้น โดยส่วนตัวก็ได้รับฟังจากสื่อมวลชนเท่านั้น แต่เท่าที่ได้ดูในรายงาน โดยส่วนตัวมีความเห็นว่า บุตรชายของตนเอง ไม่ได้ให้ร้ายฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดซึ่งก็ถือเป็นเรื่องที่ดี

อย่างไรก็ดี นายชโลทร เผ่าวิบูล อุปทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ ยอมรับว่า ยังไม่ได้รับการยืนยันจากทางกัมพูชาว่า จะให้นางสิมารักษ์ ได้มีโอกาสเข้าเยี่ยม นายศิวรักษ์ ได้ในวันที่ 27 พ.ย. นี้ หรือไม่ เนื่องจากภายหลังได้ยื่นคำร้องไปถึงกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 พ.ย. ที่ผ่านมานั้น ยังไม่ได้รับการตอบรับใด ๆ จากทางฝ่ายกัมพูชา และแม้ว่าตนเองจะได้พยายามโทรศัพท์ ไปติดต่อสอบถามถึงความคืบหน้าในทุก ๆ วัน จนถึงขณะนี้ ก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน จากทางฝ่ายกัมพูชา แต่อย่างใด

ข่าวการเมือง

รุ่น 10 ปัด บึ้มพธม. ยังปึ้กแม้ว ไม่ถอดใจลา พท.

รุ่น 10 ปัด บึ้มพธม. ยังปึ้กแม้ว ไม่ถอดใจลา พท.

ตท.10 ปัดเชื่อมโยงปาระเบิดเวทีพันธมิตร เชื่อฝ่ายตรงข้ามหวังดิสเครดิตทางการเมือง ยันสัมพันธ์ยังแนบแน่น พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีใครถอดใจลาเพื่อไทย หลังอดีตนายกรัฐมนตรีโดนโจมตีเรื่องทรยศชาติและจาบจ้วงเบื้องสูง พล.อ.อ.สุเมธ โพธิ์มณี เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร รุ่น 10 ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์ ยืนยัน กลุ่มเตรียมทหารรุ่น 10 ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุคนร้ายขว้างระเบิดใส่หลังเวทีกลุ่มพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า เหตุที่มีผู้พยายามผูกโยงให้เรื่องดังกล่าว ให้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ กลุ่มเตรียมทหารรุ่น 10 ก็เพื่อหวังดิสเครดิตทางการเมือง ภายหลังมีการแห่ตบเท้าเข้าสมัครพรรคเพื่อไทย และเท่าที่ตนสอบถามไปทางเพื่อน ๆ ก็ไม่พบว่า จะเกิดความหวั่นไหว กับแรงกดดันทางการเมือง ทั้งจากเรื่อง ที่มีการกล่าวหาว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ทรยศชาติ จากการเข้าไปทำหน้าที่ที่ปรึกษาให้ กับ นายกรัฐมนตรีฮุนเซน ของกัมพูชา หรือ เรื่องมีการกล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณ จาบจ้วงเบื้องสูง จากการให้สัมภาษณ์ ไทม์ ออนไลน์ จนถอดใจจะขอลาออกจากพรรคเพื่อไทย ตามที่มีกระแสข่าว ออกมาก่อนหน้านี้ เพราะทุกคนต่างก็ทราบดีว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเพียงเกมการเมืองของฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น

อีก ทั้งที่ผ่านมา พวกตนเอง ต่างก็เคยผ่านสมรภูมิน้อยใหญ่ตามชายแดนที่ถูกกดดันจากฝ่ายตรงข้ามมามากกว่า นี้ก็ยังไม่เคยหวั่นไหว เพราะฉะนั้น เรื่องเพียงแค่นี้ ไม่มีทางที่จะทำอะไรพวกตนเองได้อย่างแน่นอน
และนอกจากนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ทุกคนต่างก็มีเจตนาที่จะเข้ามาทำงานเพื่อบ้านเพื่อเมือง ไม่ได้หวังจะได้ผลประโยชน์ตอบแทนทางการเมือง จึงไม่รู้สึกวิตกว่า เรื่องดังกล่าวจะทำให้เกิดแรงกดดันได้แต่อย่างใด

ส่วนเหตุที่เกิด ขึ้นกับกลุ่มพันธมิตร นั้น โดยส่วนตัวมองว่า น่าจะเป็นฝีมือพวกมือสมัครเล่น ที่คึกคะนอง และหวังก่อกวนธรรมดามากกว่าที่จะเป็นฝีมือของกลุ่มคนมีสี เพราะหากเป็นการกระทำของกลุ่มผู้ที่มีความชำนาญการใช้อาวุธ และโดยเฉพาะหากอาวุธที่ก่อเหตุ เป็นปืน เอ็ม 79 จริง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะมีความรุนแรงและมีความสูญเสียมากกว่านี้ แน่นอน

ด้าน ประเด็นปัญหาเรื่องที่ฝ่ายกัมพูชา จับกุมตัว นายศิวรักษ์ โชติพงษ์ วิศวกรชาวไทย ในข้อหาโจรกรรมข้อมูลตารางการบิน ของ พ.ต.ท.ทักษิณ​ นั้น พล.อ.อ.สุเมธ กล่าวว่า โดยส่วนตัวสนับสนุนให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้ามามีส่วนในการให้ความช่วยเหลือ เพราะอย่างไรก็เป็นคนไทยเหมือนกัน แต่ส่วน พ.ต.ท.ทักษิณ จะคิดเห็นอย่างไรนั้น ตนเองยังไม่ทราบเพราะยังไม่เคยได้มีโอกาศหารือกันในเรื่องดังกล่าว ส่วนหากเมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ตัดสินใจช่วยเหลือแล้ว การโทรศัพท์สายตรงถึง นายกรัฐมนตรีฮุนเซน จะช่วยให้มีการปล่อยตัว นายศิวรักษ์ ได้หรือไม่นั้น พล.อ.อ.สุเมธ กล่าวว่า ตนเองยังไม่รู้ข้อเท็จจริงว่า นายศิวรักษ์ มีความผิดในเรื่องใด จึงยังทำให้ไม่อาจคาดเดาได้ว่าทั้งสองฝ่ายจะยอมกันได้หรือไม่

ส่วน ประเด็นเรื่องที่มีการ ย้ายฝูงบินรบเอฟ 16 จากกองบินโคราช มาซุ่มอยู่ที่สนามบินอู่ตะเภา ในช่วงที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางไปยังประเทศกัมพูชา ซึ่งหลายฝ่ายมองว่า เป็นการเตรียมการไว้เพื่อไล่จับกุม พ.ต.ท.ทักษิณ ในกรณีที่บินผ่านน่านฟ้า ไทย นั้น พล.อ.อ.สุเมธ กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องที่มีอะไรน่าแปลกใจ เพราะโดยปรกติฝูงบิน เอฟ 16 ก็มีการบินไปฝึกซ้อมรบ ในหลาย ๆ พื้นที่ของประเทศไทยอยู่แล้ว แต่เจตนาของรัฐบาล จะเป็นอย่างไรนั้น ตนเองไม่ทราบ อย่างไรก็ดี ในช่วงที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางออกจากประเทศกัมพูชา นั้น ก็ไม่ได้มีการบินผ่านน่านฟ้าของไทย ส่วนจุดหมายปลายทางในท้ายที่สุด จะอยู่ที่กรุงดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์หรือไม่นั้น ตนเองไม่ทราบเพราะยังไม่ได้มีโอกาศคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ

ข่าวการเมือง

แม้วปัดไปเขมร ลอยกระทง อัดสื่อมั่วข่าว

แม้วปัดไปเขมร ลอยกระทง อัดสื่อมั่วข่าว

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทวิตเตอร์ ปฏิเสธข่าวเตรียมเดินทาง ไปลอยกระทง และขอบคุณสมเด็จฮุนเซน ที่ประเทศกัมพูชา ในวันที่ 2 พ.ย. ตามที่ ประชา ประสพดี อ้าง  พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทวิตเตอร์  ปฏิเสธกระแสข่าวกรณี  นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ออกมาเปิดเผยว่า ในวันลอยกระทง 2 พ.ย. นี้ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางโดยเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวมายังกัมพูชาเพื่อร่วมงานประเพณีลอยกระทง และขอบคุณสมเด็จฮุนเซน ผู้นำกัมพูชา กรณีแสดงจุดยืนจะไม่ส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับประเทศเนื่องจากเป็นคดีการเมือง

โดยกล่าวว่า ” ลอยกระทง กัมพูชา  ไม่หรอกครับ ผมอยู่ถิ่นชาวมุสลิมที่นี่แหละครับยังไม่ไปไหน มันปล่อยข่าวได้ทั้งวัน  วันที่ ๑ พ.ย.นี้ ผมก็สามารถsmsกับคนไทยได้โดยตรงแล้ว ครับ ” พร้อมทั้งจะเปิดเผยว่า จะเปิดช่องทางใหม่ในการติดต่อกับตนเอง  ซึ่งจะเน้นไปที่การพูดคุยด้านเศรษฐกิจเป็นหลัก

โดยกล่าวว่า   “ถ้าอยากคุยเรื่องเศรษฐกิจและธุรกิจเข้ามา follow ใน thaksinbiz ซิครับ เริ่ม ๑ พ.ย. นี้ ครับ “  นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังได้กล่าวพาดพิงถึง นายกรัฐมนตรี กรณีการเดินหน้าถอดยศ และ ริบคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ว่า

“อภิสิทธิ์ นับวัน ก็ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ว่าเป็นพวกพันธมิตร ไม่รู้ว่าจะสร้างความปรองดองได้หรือ เท่าที่เฝ้าดูมาเกือบปีดูจะชอบเพลงแตกเป็นแตก อภิสิทธิ์พูดกับกระทำไม่เหมือนกันเพราะเก่งการเมือง บางคนบอกว่าการเมืองคือเรื่องไม่จริง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไปเป็นสัจจธรรม ที่บ้ากันอยู่ทุกวันนี้ตายไปก็เอาอะไรไปไม่ได้สักคน เหรียญ ๑ เหรียญ จะใส่ปากผี  ไปยังใส่ไม่ค่อยจะเข้า ”

ข่าวการเมือง

ชินวรณ์ไฟเขียว ฝ่ายค้านถาม กระทู้ถอดยศแม้ว

ชินวรณ์ไฟเขียว ฝ่ายค้านถาม กระทู้ถอดยศแม้ว

ประธานวิป รบ. ไม่ขัด ฝ่ายค้านยื่นกระทู้ถามสด ถอดยศ “ทักษิณ” วันที่ 29 ต.ค. จวก “ส.ส.-รมต.”สันหลังยาว ทำประชุมสภาฯล่ม 28 ต.ค. อ้อนสื่อช่วยหาชื่อประจาน ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 29 ต.ค. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการพิจารณากระทู้ถามสดของฝ่ายค้านในวันเดียวกันนี้ ว่า เชื่อว่าประธานในที่ประชุมจะยึดข้อบังคับอย่างเคร่งครัดในการพิจารณากระทู้ ถามว่าจะต้องเกี่ยวข้องกับการบริหารประเทศของรัฐบาลเท่านั้น ขณะเดียวกันผู้ที่ตั้งกระทู้ถามจะต้องพิจารณาตัวเองด้วยว่าเรื่องที่ได้ถาม เข้าตามระเบียบที่กำหนดไว้หรือไม่ ส่วนการดำเนินการถอดยศ และ เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ของพ .ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นั้น การถอดยศเป็นกระบวนการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องดำเนินการเพราะ พ.ต.ท.ทักษิณจะอยู่นอกเหนือกฎหมายไม่ได้ หากไม่ดำเนินการ จะถูกกล่าวหาว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หาก ฝ่ายค้านตั้งกระทู้ถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็จะเป็นสิ่งดีที่รัฐบาลจะใช้อากาศชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบและเข้าใจ

ประธาน วิปรัฐบาล กล่าวต่อถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎรล่มเมื่อวันพุธที่ 28 ต.ค. ระหว่างการพิจารณาร่างพ.ร.บ.การเดินอากาศ ว่า ต้องขอความร่วมมือสื่อมวลชนช่วยหารายชื่อส.ส.สันหลังยาวที่ใช้เวลาประชุมสภา ผู้แทนราษฎร ไปคุยธุรกิจกับผู้รับเหมา เมื่อถามว่า เป็นเพราะประธานวิปรัฐบาลทำงาน ไม่มีประสิทธิภาพหรือไม่ นายชินวรณ์ กล่าวว่า ส.ส.มีหน้าที่ประชุมสภาฯ คนที่ไม่เข้าประชุมก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองได้กระทำ เชื่อว่าหากสื่อช่วยนำชื่อมาประจานจะช่วยปรามได้อีกทางหนึ่ง เพราะเหลือเวลาเปิดสมัยประชุมสภาฯอีกเพียงแค่ 4 สัปดาห์ก็จะปิดสมัยประชุมแล้วแต่ละฝ่ายจึงต้องรักษาองค์ประชุมอย่างเคร่ง ครัดและต้องมีจิตสำนึกร่วมกันให้มากกว่านี้ เมื่อถามอีกว่าส.ส.สันหลังยาวมีรัฐมนตรีรวมอยู่ด้วยหรือไม่ นายชินวรณ์ กล่าวว่า ก็รวมทั้งหมด

ข่าวการเมือง

ก๊วนตท.10 ซบ พท. แม้วขอบคุณ เพื่อนไม่ทิ้งกัน

ก๊วนตท.10 ซบ พท. แม้วขอบคุณ เพื่อนไม่ทิ้งกัน

“จิรสิทธิ์” นำร่อง “พรชัย-พฤณฑ์” เตรียมไขก๊อก รับราชการไม่รุ่ง ช่วยพรรค “เพื่อนแม้ว” ก๊วนเตรียมทหารรุ่น 9-10 ฐานอำนาจเก่า “ทักษิณ” โฟนอินขอบคุณ “เพื่อนไม่ทิ้งกัน”มาร่วมอุดมการณ์การเมือง  ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 19 ต.ค. ว่า หลังจากที่ พล.อ.อ.สุเมธ โพธิ์มณี อดีตหัวหน้าฝ่ายเสนาธิการประจำ รมว.กลาโหมและ แกนนำเตรียมทหารรุ่น 10 ที่เป็นผู้ประสานงานเพื่อนร่วมรุ่นในการสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ที่เดินทางไปพบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตีที่ประเทศดูไบ เมื่อวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยในวันนี้ พล.อ.อ.สุเมธ ได้นัดหารือ เพื่อน ตท.10 ประชุมหารือที่โรงแรม เอสซี ปาร์ค เพื่อกำหนดท่าทีในการสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยในวันนี้ (20 ต.ค.) นี้ เวลา 11.00 น. ที่ทำการพรรคเพื่อไทย ซึ่งในการหารือครั้งนี้มี นส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้รวบรวมรายชื่อทั้งหมด เบื้องต้นมีผู้แสดงความจำนงสมัครเข้าเป็นสมาชิกประมาณ 35 คน ในส่วนของกองทัพอากาศ จะให้ พล.อ.อ.สุเมธ เป็นผู้ประสานงานรวบรวมรายชื่อ ในส่วนของกองทัพบก มอบหมายให้ พล.ท.มะ โพธิ์งาม ส.ส.กาญจนบุรี เป็นผู้ดำเนินการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การหารือครั้งนี้มีการจัดเลี้ยงสังสรรค์ร่วมกับครอบครัวของสมาชิก ตท.10 ด้วย โดย ระหว่างงาน พ.ต.ท.ทักษิณ ได้โฟนอินเข้ามาพูดคุย โดยขอขอบคุณเพื่อนทุกคนที่ไม่ทิ้งกัน และยังสมัครใจที่จะเข้ามาร่วมอุดมการณ์ในการร่วมงานทางการเมืองเพื่อทำ ประโยชน์ให้กับประเทศชาติ

สำหรับรายชื่อ ตท.10 ที่จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกประกอบด้วย พล.ท.จิรสิทธิ์ เกษะโกมล อดีตแม่ทัพน้อยที่ 1 ตท.10 ที่เคยเป็นคู่แคนดิเดท กับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ในการขึ้นชิงเก้าอี้แม่ทัพภาคที่ 1 พล.ท.ปรีชา วรรณรัตน์ อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี พล.อ.เสรณี รัตนชื่น อดีต รอง .ผบ.นทพ. กับ พล.ต.ท. ฉลอง สมใจ อดีต ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.บุญเลิศ นันทวิศิษฐ์ อดีต รองผบช.ภ.1 อย่างไรก็ตาม ในงานครั้งนี้ พล.ท.พฤณฑ์ สุวรรณทัต อดีต ผบ.พล.1 รอ.ซึ่งคุมกำลังช่วงปฏิวัติ 19 ก.ย. แต่ไม่สามารถต้านการรัฐประหารได้ พร้อมทั้ง พล.อ.พรชัย กรานเลิศ อดีต ผช.ผบ.ทบ.ที่เคยมีข่าวก่อนการรัฐประหารว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะดันขึ้นเป็น ผบ.ทบ.แทน พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ก็มาร่วมงานด้วย แต่ทั้งคู่ยังอยุ่ในราชการ กำลังอยู่ระหว่างการตัดสินใจลาออก เพื่อมาร่วมพรรคเพื่อไทยนอกจากนั้น

นอกจากนี้ ยังมีชื่อ ตท.10 ที่แสดงความประสงค์ในการสมัครเข้าพรรคประกอบไปด้วย พล.อ.สิงห์ทอง พลอยแดงกัปตันศิริเดช จุลเปรมะ พล.อ.ท. โฆษก ประคลองทรัพย์ พล.อ.ท.พงศธร บัวทรัพย์ พ.อ.ดร. วรสิทธิ์ อุชัย พล.อ.ไตรศักดิ์ อินทรรัศมี เป็นต้นผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยังมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของเตรียมทหารรุ่น9 ที่จะทยอยพรรคเพื่อไทยตาม พล.อ.จิรเดช คชรัตน์ อดีต รองผบ.ทบ. จาก ตท.9 เช่น พล.อ.วิชิต ยาทิพย์ อดีตประธานคณะที่ปรึกษา ทบ. โดย ตท.9 เคยเป็นฐานอำนาจเดิมของ พล.อ.ชวลิต เมื่อครั้งเป็น ผบ.ทบ. ซึ่งมีรายงานว่า มีสมาชิกของ ตท.9-10 อีกหลายคนถูกทาบทามให้เข้ามาร่วมงาน และ ส่วนใหญ่สนใจที่จะมาเล่นการเมืองในพรรคเพื่อไทย

ข่าวการเมือง