“สิมารักษ์” ทำหนังสือถึง “แม้ว-จิ๋ว” ประสานขอพระราชทานอภัยโทษ ลั่น ขอพึ่งเพื่อไทยทางเดียว ไม่รับความช่วยเหลือกระทรวงการต่างประเทศ ถามหาความเป็นลูกผู้ชาย “คำรบ” ออกหน้ามาแสดงความรับผิดชอบ กรณีที่นายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศกรชาวไทย ถูกศาลกัมพูชาตัดสินให้จำคุก 7 ปี และ ปรับ 10,000,000 เรียล ในข้อหาจารกรรมข้อมูลลับ เมื่อเวลาประมาณ 10.20 น. วันนี้ ที่พรรคเพื่อไทย นางสิมารักษ์ ณ นครพนม มารดานายศิวรักษ์ ได้โฟนอินเข้ามายังโทรศัพท์มือถือของ นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เพื่อร่วมแถลงข่าว โดย นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ได้รับหนังสือสำเนาคำพิพากษาของศาลแล้ว และ ตนได้รับมอบหมายจาก พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย รวมทั้ง นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้เป็นหัวหน้าทีมประสานระหว่างฝ่ายกฎหมายกับฝ่ายต่างประเทศ เพื่อทำหนังสือขอความอนุเคราะห์ถึง สมเด็จฮุน เซน ให้ขอพระราชทานอภัยโทษให้นายศิวรักษ์
จากนั้นนางสิมารักษ์ ได้แถลงเปิดใจว่า เมื่อได้ฟังคำพิพากษาของศาล นายศิวรักษ์ ต้องถูกจำคุก 7 ปี ถูกปรับ 1 แสนบาทไทย ก็แทบจะช็อก ถือเป็นความเลวร้ายที่สุดของครอบครัว อย่างไรก็ตาม ครอบครัวเราอยากขอขอบคุณรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ และ เจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศทุกคน ที่พยายามช่วยเหลือทุกทาง จนทราบคำพิพากษาว่าลูกต้องถูกจำคุก 7 ปี ทั้งที่ลูกไม่ใช่ผู้กระทำผิด จึงอยากขอกระทรวงต่างประเทศว่า จากนี้ไปจะขอรับความช่วยเหลือจาก พล.อ.ชวลิต พ.ต.ท.ทักษิณ และ ทางพรรคเพื่อไทย เพียงทางเดียว เนื่องจากระทรวงการต่างประเทศเป็นคู่ขัดแย้งกับสมเด็จฮุน เซน มาโดยตลอด ดังนั้น การติดต่อสื่อสารที่ผ่านมาจึงมีอุปสรรคอย่างมาก อยากขอร้องว่าระยะนี้ขอให้ช่วยชะลอไว้ก่อน เพื่อไม่ให้เรื่องยืดยาวต่อไปอีก
นางสิมารักษ์ กล่าวอีกว่า ตนทราบว่า พ.ต.ท.ทักษิณ พล.อ.ชวลิต และพรรคเพื่อไทย มีความสัมพันธ์กับกัมพูชาดีกว่า ดังนั้น เพื่ออิสรภาพของลูกเหนือสิ่งอื่นใดที่สุด จึงต้องเลือกพึ่ง พล.อ.ชวลิต พ.ต.ท.ทักษิณ และพรรคเพื่อไทย ไม่อยากให้คิดเกินเลยไปว่าใครได้หรือเสียหน้า คนที่เสียที่สุดคือ นายศิวรักษ์ ต้องเสียอิสรภาพ ชื่อเสียง หน้าที่การงาน รวมทั้งแม่และน้องชาย ต้องมารับเคราะห์กรรมด้วย
นางสิมารักษ์ กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. ได้ฟังข่าวจากโทรทัศน์และได้ยินเจ้าหน้าที่ทางการไทยคนหนึ่ง ออกมาระบุว่า นายศิวรักษ์ คือคนไทยคนหนึ่งที่ไปก่อเหตุในต่างแดน รู้สึกเจ็บปวดกับคำพูดนี้มาก ลูกเป็นผู้ก่อเหตุอย่างนั้นหรือ หาก นายคำรบ ปาลวัฒน์วิชัย เลขานุการเอกประจำสถานทูตไทยในกัมพูชา ไม่โทรศัพท์ไปหา นายศิวรักษ์ คำพูดแค่ 2-3 ประโยคว่า เช็คให้หน่อย ผลที่ออกมา คือ ลูกต้องถูกจำคุก 7 ปี มันไม่คุ้มกันเลย หากนายคำรบ หรือ ผู้ที่อยู่เหนือกว่า มีความเป็นสุภาพบุรุษ นายคำรบ ต้องออกมารับผิดชอบกับการกระทำด้วย อย่าปกป้องผู้ทำผิด โดยปล่อยให้ผู้บริสุทธิ์ต้องรับโทษถึง 7 ปี สังคมจะได้รู้ความจริงว่า ที่วันนี้ไม่มีชื่อนายคำรบ นายคำรบได้กลับมาประเทศไทยได้อยู่อย่างสุขสบาย ในขณะที่นายศิวรักษ์ ต้องอยู่ในสภาพอย่างนั้นโดยลำพัง ที่คุมขังไม่มีแอร์ อาหารไม่อร่อย
นางสิมารักษ์ กล่าวอีกว่า อยากขอบคุณ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่เคยพูดว่า จะช่วยนายศิวรักษ์ แม้จะคิดร้ายต่อท่าน แต่นายศิวรักษ์ไม่เคยคิดร้ายกับท่านเลย การที่พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ติดใจถือเป็นน้ำใจอันยิ่งใหญ่ของครอบครัวของเราที่เมตตา ส่วน พล.อ.ชวลิต เป็นยิ่งกว่าญาติที่ออกมาช่วยเหลือครอบครัว แต่บางคนไม่ช่วยอะไร แต่ออกมาขวางความมีน้ำใจของ พล.อ.ชวลิต ซึ่งเป็นชาวนครพนมเหมือนกัน เป็นผู้ปิดทองหลังพระมาตั้งแต่ต้น ตนไม่เคยได้แจ้งให้ใครทราบมาก่อนว่า พล.อ.ชวลิต บอกกับตนว่าอยากให้รัฐบาลได้ดำเนินการช่วยเหลือก่อน แล้วจะคอยช่วยเหลืออยู่เบื้องหลัง ซึ่งงานนี้รัฐบาลต้องช่วยอยู่แล้ว เพราะสาเหตุมาจากนายคำรบ
“ไม่มีแม่คนไหน ยอมเอาลูกตัวเองไปเสี่ยงกับสถานการณ์เลวร้ายนี้ เอาลูกไปติดคุก เพื่ออะไร แค่คิดก็ถือว่าเลวสุดๆ แล้ว ออกไปสร้างละคร ไปสร้างสถานการณ์แล้วครอบครัวเราได้อะไร ลูกนอนอยู่ในคุกแล้วแม่มีความสุขอย่างนั้นหรือ อยากขอร้องว่าสิ่งที่แม่พูดมาจากใจจริง เราคนไทยด้วยกันช่วยคนไทยด้วยกันดีกว่า อย่ามัวขัดแย้งกันเลย อย่างน้อยก็เพื่ออิสรภาพของนายศิวรักษ์ ที่กำลังรอคอยความช่วยเหลือจากทุกคน” นางสิมารักษ์ กล่าว
ผู้สื่อ ข่าวถามว่า นางสิมารักษ์ รู้จัก พล.อ.ชวลิต กับพ.ต.ท.ทักษิณ มาก่อนหรือไม่ นางสิมารักษ์ ตอบว่า กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เคยรู้จักเป็นการส่วนตัว แต่เมื่อ 20-30 ปีมาแล้ว สามีเคยอยู่ในวงการเล็กๆ ด้วยกันมาก่อน ส่วน พล.อ.ชวลิต ทราบมาตั้งแต่ต้น เป็นอดีต ส.ส.นครพนม จึงเหมือนกับญาติ เมื่อถามว่า จะให้นายคำรบ รับผิดชอบอย่างไร นางสิมารักษ์ ตอบว่า รับผิดชอบทุกอย่างที่นายศิวรักษ์ต้องเสียอิสรภาพไป ตลอดเวลาที่ถูกจองจำในเรือนจำ จะรับผิดชอบอย่างไรได้บ้าง ออกมาเปิดเผยหรือยอมรับผิดอย่างลูกผู้ชายได้ไหม 2-3 นาทีที่คุยกัน ผลลัพธ์มันตรงกันข้าม มันสาหัสมากๆ จะช่วยเราอย่างไรได้บ้าง เพื่อให้นายศิวรักษ์ ได้ยืนบนสังคมได้ว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่เคยทำผิดใดๆ ทั้งสิ้น หากนายคำรบ ไม่รับผิดชอบอะไร เราก็ไม่เคยคิดร้ายหรือแก้แค้นกับใคร แต่อย่างที่บอกว่าเป็นเรื่องของความเป็นสุภาพบุรุษ
เมื่อถามว่า ได้ฟังเทปการสนทนาระหว่างนายศิวรักษ์กับนายคำรบ หรือไม่ นางสิมารักษ์ ตอบว่า ทุกคำพูดที่นายศิวรักษ์ให้การต่อศาลเป็นระยะเวลากว่า 5 ชั่วโมงนั้น คือความจริงที่สุด เทปไม่มี ต่อข้อถามว่า ขณะนี้สังคมวิพากษ์วิจารณ์ว่า พ.ต.ท.ทักษิณจัดฉากเรื่องนี้ นางสิมารักษ์ ตอบว่า ได้พูดไปแล้วตอนต้น การจัดฉากหรืออะไรก็ดี คนเป็นแม่จะยอมหรือที่ให้ลูกเป็นฉากหนึ่งในนั้น หัวอกคนเป็นแม่จะยอมหรือที่จะให้ลูกเป็นฉากของใครเพราะไม่ใช่ความสุขเลย
เมื่อ ถามว่า นายกรัฐมนตรี ระบุว่าพร้อมให้ความช่วยเหลือ นางสิมารักษ์ กล่าวว่า ขอขอบคุณ แต่ตอนนี้ขอความช่วยเหลือจาก พล.อ.ชวลิตก่อน เพราะสถานการณ์ขณะนี้น่าจะดีกว่า แต่ทั้งนี้ตนไม่ได้บอกว่าจะไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากรัฐบาล แต่สถานการณ์ขณะนี้ขอรับความช่วยเหลือจากพล.อ.ชวลิต พ.ต.ท.ทักษิณ และพรรคเพื่อไทยก่อนดีกว่า
เมื่อถามว่า กระทรวงต่างประเทศ พร้อมขอพระราชทานอภัยโทษให้ด้วย จะรับการช่วยเหลือนั้นหรือไม่ นางสิมารักษ์ ตอบว่า วันนี้ต้องขอโทษด้วย ยังไม่ขอรับ เนื่องจาก กำลังหารือกับทนายเพื่อดำเนินการทุกอย่างโดยเร็วที่สุด หากขอพระราชทานอภัยโทษซ้อนกัน อาจเกิดปัญหาได้ ต้องขอบคุณกระทรวงต่างประเทศ แต่ขอรับความช่วยเหลือจาก พล.อ.ชวลิตก่อน เมื่อถามว่า นางสิมารักษ์จะกลับประเทศไทยเมื่อไหร่ นางสิมารักษ์ ตอบว่า ขอดูการจัดทำการขอพระราชทานอภัยโทษก่อน ขณะนี้ยังไม่เรียบร้อย เราขอรับผิด และ จะไม่อุทธรณ์
จากนั้น นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า จะมีการประชุมคณะทำงานฝ่ายกฎหมายและฝ่ายต่างประเทศ ในวันนี้ จะเตรียมร่างหนังสือ 3 ชุด เพื่อรวบรวมส่งไปยังกัมพูชา คือ 1.ร่างหนังสือขอความอนุเคราะห์ โดย พล.อ.ชวลิต ส่งถึงสมเด็จฮุน เซน ประกอบกับสำเนาคำพิพากษาของศาล 2.รายชื่อ ส.ส.เพื่อไทย บางคน ร้องขอร่วมร่าง และ ลงนามด้วย 3.หนังสือขอความอนุเคราะห์ของ นางสิมารักษ์ ส่วนจะยื่นผ่านสถานทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย หรือจะไปยื่นทำเนียบรัฐบาลประเทศกัมพูชานั้น จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง
นาย นพดล ปัทมะ อดีต รมว.การต่างประเทศ และที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ได้โทรศัพท์คุยกับ นายซก อาน รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่ดูแลด้านความมั่นคง และเรื่องการต่างประเทศ โดยได้ประสานไปว่าเมื่อทางพรรคเพื่อไทย ได้รับหนังสือขอความช่วยเหลือจากนางสิมารักษ์แล้ว พล.อ.ชวลิต จะมีหนังสือไปถึงทางรัฐบาลกัมพูชา ถึงสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เป็นหนังสือที่ขอให้ประสานงานทำให้กระบวนการทั้งหลายในการขอพระราช ทานอภัยโทษรวดเร็วยิ่งขึ้น เพราะอำนาจในการพระราชทานอภัยโทษเป็นของพระมหากษัตริย์กัมพูชา แต่รัฐบาลกัมพูชา ก็จะมีส่วนทำให้กระบวนการเร็วขึ้น ซึ่งหนังสือนี้ไม่ใช่หนังสือขอพระราชทานอภัยโทษ เพราะหนังสือขอพระราชทานอภัยโทษจะต้องทำโดยครอบครัวของผู้ต้องโทษ
“ท่าน รองนายกรัฐมนตรี ซก อาน รับปากที่จะประสานงาน ในการส่งหนังสือให้ถึงสมเด็จฮุนเซนต่อไป ขอให้นางสิมารักษ์มั่นใจว่า เราจะช่วยประสานงานให้ ส่วน พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ทราบเรื่องนี้ และได้แสดงความเสียใจที่คนไทยต้องเป็นเหยื่อของการเมืองภายในของเรา และการที่พล.อ.ชวลิต ได้ทำหนังสือไป น่าจะเป็นประโยชน์ในการช่วยเหลือคนไทย”นายนพดลกล่าว
นายนพดล กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่านายศิวรักษ์เป็นเพียงปลายเหตุ ต้นเหตุคือการที่รัฐบาลนี้พยายามจะไล่ล่าพ.ต.ท.ทักษิณทุกวิถีทาง โดยการใช้กระทรวงการต่างประเทศมาสร้างความเดือดร้อนให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา อย่างไม่ลดละ ไม่ว่าจะไปที่ไหน พยายามจะสร้างปัญหา เรื่องนี้ เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่วิศวกรหนุ่ม ที่ต้องส่งเงินช่วยเหลือแม่ทุกเดือน เป็นกำลังหลักของครอบครัว จะต้องตกเป็นเหยื่อจากการไล่ล่าพ.ต.ท.ทักษิณ จนตัวเองต้องติดคุกถึง 7 ปี แม่เกิดความลำบากขึ้น ตรงนี้สะท้อนให้เห็นว่า อะไรที่เราไม่พยายามปรองดอง แล้วเอาการเมืองภายในเป็นไฟลามทุ่งไปสู่การเมืองในต่างประเทศด้วย เราไม่สามารถแก้ไขปัญหาภายในของเราได้ สังคมไม่สงบ ประเทศเดินหน้าต่อไปไม่ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับหนังสือที่นางสิมารักษ์ ณ นครพนม ทำส่งมายังพรรคเพื่อไทยจำนวน 2 ฉบับนั้น เป็นหนังสือขอความอนุเคราะห์ให้พ.ต.ท.ทักษิณ และ พล.อ.ชวลิต เป็นผู้ประสานงานในการขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่ นายศิวรักษ์ โดยมีเนื้อหาเหมือนกันทั้ง 2 ฉบับว่า
“เนื่องด้วยดิฉัน นางสิมารักษ์ ณ นครพนม อายุ 57 ปี ประกอบอาชีพรับราชการครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา วิทยาลัยเทคนิคนครราชสีมา ตำแหน่งครูชำนาญการพิเศษ ซึ่งเป็นมารดาของ นายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ พนักงานของบริษัท กัมพูชา แอร์ทราฟฟิก เซอร์วิส วิศวกรคนไทย ที่ถูกควบคุมตัว ณ เรือนจำเปรซอร์ และ ได้รับคำพิพากษาลงโทษให้จำคุก เป็นเวลา 7 ปี ปรับ 10,000,000 เรียล ในข้อหาจารกรรมตารางการบินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความประสงค์ เพื่อขอความเมตตาจากท่าน ในการเป็นผู้ประสานงานกับทางประเทศกัมพูชา ในการขอพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งดิฉันมีความเชื่อมั่น และมั่นใจในตัวลูกของดิฉันว่า มิได้ตั้งใจกระทำความผิดใด ๆ แต่อาจเป็นความพลาดพลั้ง หรือ ตกเป็นเครื่องมือของผู้อื่นกระทำการดังกล่าวไปด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาให้ความอนุเคราะห์ และขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงมา ณ โอกาสนี้”
ข่าวการเมือง