เศรษฐกิจโลก Archive

เสื้อแดงทำตลาดหุ้นไทยวูบจมดิ่งเกือบ 30 จุด

เสื้อแดงทำตลาดหุ้นไทยวูบจมดิ่งเกือบ 30 จุด

บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทย เมื่อวันที่ 8 เม.ย.ซึ่งเปิดทำการ เป็นวันแรกหลังรัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตกรุงเทพฯ และ 6 จังหวัดปริมณฑล เพื่อควบคุมการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ปรากฏว่า นักลงทุนตื่นตระหนก ถล่มเทขายหุ้นออกมาอย่างหนักตลอดทั้งวัน ส่งผลให้ดัชนีปรับตัวดิ่งลงอย่างรุนแรงไปแตะจุดต่ำสุดของวัน ที่ 780.70 จุด ก่อนจะเคลื่อนไหวมาปิดตลาดที่ 783.93 จุด ลดลง 28.70 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 40,241.66 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 1,402 ล้านบาท โดยการปรับตัวลงร่วม 30 จุด ส่งผลให้มูลค่าราคาตลาดรวม (มาร์เกตแคป) ที่แสดงถึงความมั่งคั่งของนักลงทุนในตลาดหุ้นหายวับไปทันทีภายในวันเดียวถึง 230,000 ล้านบาท จากมูลค่ามาร์เกตแคปวันที่ 7 เม.ย.อยู่ที่ 6.532 ล้านล้านบาท ลดลงมาเหลือ 6.302 ล้านล้านบาท

ต้องยอมรับว่าตลาดหุ้นไทยหลัง จากนี้จะมีความผันผวนมากขึ้น แม้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่ยังไม่เห็นทางออกว่าปัญหาจะจบลงตรงไหน ถือเป็นความไม่แน่นอนและเป็นความเสี่ยง นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยต่างประเทศที่ ภาพรวมการฟื้นตัวเศรษฐกิจโลกที่ไม่ชัดเจนว่าจะฟื้นตัวต่อเนื่องหรือไม่ ซึ่งทั้ง 2 ปัจจัยนี้ จะเป็นตัวกำหนดทิศทางการเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย ซึ่งความผันผวนและการปรับตัวลงของตลาดที่จะเกิดขึ้นในช่วงนี้ ถือเป็นโอกาสในการเข้าไปลงทุนในช่วงที่ราคาหุ้นลดลง  คาดว่าสิ้นปีนี้ดัชนีหุ้นไทยจะ อยู่ที่  810  จุด  จากการประเมินตามปัจจัยพื้นฐานและกำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนที่ยังเติบโตได้ดี

ข่าวเศรษฐกิจ

ผวาท่องเที่ยวกระเทือนยาว ปิดราชประสงค์

ผวาท่องเที่ยวกระเทือนยาว ปิดราชประสงค์

นายกรัฐมนตรีและฝ่ายความมั่นคงประกาศใช้กฎหมายเข้มงวดในการจัดการกับ กลุ่มผู้ชุมนุม หลังกลุ่มคนเสื้อแดงได้เข้าบุกยึดและปิดถนนบริเวณสี่แยกราชประสงค์ ถนนสายเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวสายสำคัญติดต่อกันเข้าสู่วันที่ 4 เพื่อกดดันให้นายกรัฐมนตรียุบสภา

โดยแกนนำยืนยันแข็งกร้าวที่จะ ไม่เคลื่อนย้ายกลุ่มผู้ชุมนุมออกจากบริเวณดังกล่าว ในขณะที่ห้างร้าน และโรงแรมบริเวณดังกล่าวต้องปิดทำการโดยปริยาย สูญเสียรายได้มหาศาลนั้น สถาบัน วิจัยนครหลวงไทยได้ออกบทวิเคราะห์ประเมินผลกระทบการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อ แดง บริเวณแยกราชประสงค์ว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยภาพรวม โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีก และโรงแรม แต่ผลกระทบจะไม่มากเท่ากับที่เคยเกิดขึ้นจากเหตุความไม่สงบทางการเมืองไทยใน ช่วง 3 ปีที่ผ่านมา คือการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงช่วงสงกรานต์เดือน เม.ย. 52, การปิดสนามบินปลายปี 51 และการวางระเบิดแยกราชประสงค์ต้นปี 50 โดยมีเหตุผลสำคัญ คือการชุมนุมครั้งนี้ไม่เกิดเหตุรุนแรงและภาวะเศรษฐกิจโลกและไทยในปัจจุบัน ที่แข็งแกร่งขึ้น

สำหรับผลกระทบต่อตลาดหุ้นนั้น สถาบัน วิจัยฯพบว่า เหตุระเบิดเดือน ธ.ค.50 มีผลกระทบต่อตลาดหุ้น โดยส่งผลให้ดัชนีหุ้นไทยลดลงสูงสุด 11% ส่วนการปิดสนามบินในช่วงเวลานั้นมีผลให้ดัชนีหุ้นลดลงสูงสุด 17% ส่วนเหตุการณ์เดือน เม.ย.52 ไม่กระทบต่อตลาดหุ้นเพราะเหตุเกิดในช่วงวันหยุดยาว สถาบันวิจัยนครหลวงไทยจึงประเมินว่า หากการชุมนุมในครั้งนี้ไม่เกิดความรุนแรง คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบให้ดัชนีหุ้นเปลี่ยนแนวโน้มที่กำลังอยู่ในแนวโน้มขา ขึ้น เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันที่แข็งแกร่งกว่าปี 52 ส่งผลให้ภาคการส่งออกของไทยฟื้นตัว ช่วยให้การจ้างงานเพิ่มขึ้น ในขณะที่ราคาสินค้าเกษตรอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้กำลังซื้อของเกษตรกรเพิ่มขึ้น

ด้านผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนปี 53 คาดว่าจะเติบโต 16% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ด้านกระแสเงินทุนไหลเข้าจากต่างประเทศก็ยังคงมีแนวโน้มไหลเข้ามาต่อเนื่อง โดยเฉพาะหากประเมินจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯล่าสุดที่ออกมาแข็งแกร่งมาก ทำให้ประเมินว่าอาจมีเงินทุนบางส่วนไหลออกจากตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ เพื่อมาลงทุนในตลาดหุ้นมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดหุ้นเกิดใหม่เพิ่มขึ้นอีก เนื่องจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯที่มีโอกาสปรับตัวขึ้นหลังจากตัวเลขการ จ้างงานเริ่มมีเสถียรภาพ

ข่าวเศรษฐกิจ