มาร์คยันผ่านนิวสวีค ไม่มีสงคราม เศรษฐกิจไทยใกล้ฟื้น

มาร์คยันผ่านนิวสวีค ไม่มีสงคราม เศรษฐกิจไทยใกล้ฟื้น

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ระหว่างเข้าร่วมประชุมสภาเศรษฐกิจโลก “เวิลด์ อีโคโนมิค ฟอรัม” ที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ ระหว่างปลาย เดือน ม.ค. ถึงเมื่อต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา

เกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ทั้งเกี่ยวกับการเมืองภายใน และสภาพการณ์เศรษฐกิจโลก โดยผู้สื่อข่าวของนิวสวีคชื่อว่า “แลลลี เวย์เมาธ์” มีเนื้อหาคร่าวๆดังนี้ คำถามแรก คือ เหตุใดผู้คนจึงยังสนับสนุนอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร แม้ถูกปฏิวัติพ้นอำนาจไปแล้ว 2 ปี นายอภิสิทธิ์ ตอบว่าอดีตนายกฯทักษิณ อยู่ในอำนาจมาร่วม 6 ปี ควบคุมสื่อได้ทั้งหมดและโชคดีที่เศรษฐกิจช่วงนั้นเติบโตได้ดีอีกด้วย แต่ที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่ารัฐบาลตอบสนองความต้องการประชาชนอย่างเท่าเทียม เพียงแต่ว่าขณะทำงาน รัฐบาลยึดตามหลักประชาธิปไตย ไม่ใช้อำนาจแสวงหาผลประโยชน์หรือคุกคามฝ่ายค้าน ส่วนผู้สนับสนุนทักษิณบางคน ก็อ้างความชอบธรรมจากการถูกปฏิวัติ

เมื่อ ถูกถามว่ามีแผนจัดเลือกตั้งจริงหรือไม่ นายกฯ อภิสิทธิ์ ตอบว่ารัฐบาลยังมีวาระเหลือ 2 ปี ส่วนเศรษฐกิจตอนนี้ก็กำลังดีขึ้น แต่ยังต้องการให้มั่นใจด้วยว่าประชาชนเห็นสอดคล้องนโยบายของรัฐบาลด้วย และว่าการจัดเลือกตั้งเป็นเรื่องดี แต่ไม่แน่ใจว่าฝ่ายตรงข้าม รัฐบาลจะข้องเกี่ยวการโกงเลือกตั้งอีกครั้งหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาก็ใช้กลยุทธ์ข่มขู่คุกคาม ข่มขู่ใช้ความรุนแรงและนั่น ตนเองถือว่าไม่เป็นประชาธิปไตย

เมื่อถูกถามว่าจากความขัดแย้งที่มี อยู่ปัจจุบัน ทำให้ผู้เชี่ยวชาญชาวอเมริกัน เป็นห่วงว่าไทยอาจถลำเข้าสู่สงครามกลางเมือง นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า คงไม่เกิด ถ้ารัฐบาลยังคงยึดวิถีที่กำลังเป็นอยู่ในปัจจุบัน และว่าแนวทางที่จะเกิดสงครามกลางเมืองในไทย ก็คือ การที่รัฐบาลยอมผิดหลักการเพื่อให้ได้มาซึ่งความต้องการ เพราะหวั่นเกรงแต่จะเกิดความรุนแรงซึ่งนั่นก็รังแต่จะก่อเกิดความรุนแรงจาก ทุกฝ่าย

ด้านคำถามด้านเศรษฐกิจ เวย์เมาธ์ ถามว่าเหตุใด ชาติเอเชียอื่นๆ ถึงผ่านพ้นภาวะเศรษฐกิจถดถอยเร็วกว่าไทย นายกฯอภิสิทธิ์ ตอบว่า ตนเองคิดว่าไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการว่างงานต่ำที่สุด ณ ขณะนี้ เมื่อปีที่แล้ว ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยติดลบอยู่ที่ -2.8% แต่ปีนี้ ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยอยู่ที่4.5% ส่วนตัวเลขนักท่องเที่ยวเข้าไทย ข้อมูลเมื่อเดือนธ.ค.ปีที่แล้ว อยู่ที่ 1.6 ล้านคนและว่าปีนี้ คาดว่า การส่งออกจะเพิ่มขึ้น 14% และสำหรับขั้นต่อไปคือการหาทางออกจากแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่วนปีนี้จำเป็นต้องคงตัวเลขการเติบโตให้คงที่ตลอดปี แต่ก็ยังหวังว่าการลงทุนภาคเอกชนจะกระเตื้องขึ้นด้วย เช่นกัน

ข่าวเศรษฐกิจ