หลังกุนซือปืนใหญ่ ไม่ยอมจับมือหลังจบเกม ขณะเดียวกัน “สปาร์กี้” แนะลูกทีมให้้ใช้ฟอร์มการเล่นแบบนี้ ไว้สู้ศึกพรีเมียร์ลีกต่อไป สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันนี้(3ธ.ค.) ควันหลงหลังจบการแข่งขันฟุตบอลคาร์ลิงคัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ ที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี เปิดสนาม ซิตี ออฟ แมนเชสเตอร์ ถล่ม อาร์เซนอล ชุดเด็ก ไป 3-0 โดยหลังจากสิ้นเสียงนกหวีดจากผู้ตัดสิน อาร์เซน เวงเกอร์ กุนซือ อาร์เซนอล แสดงพฤติกรรมที่ไม่มีมารยาทโดยการเดินเข้าไปในอุโมงค์สนาม และไม่ยอมจับมือกับกุนซือคู่แข่ง จนนำมาสู่ประเด็นการให้สัมภาษณ์ของมาร์ค ฮิวจ์ ในเวลาต่อมา
ในระหว่างเกมการแข่งขัน มาร์ค ฮิวจ์ และ อาร์เซน เวงเกอร์ โต้คารมกันอย่างเผ็ดร้อน จนกระทั่งเสียงนกหวีดหมดเวลาดังขึ้น กุนซือเลือดน้ำหอมก็ตัดสินใจหันหลังเดินเข้าไปยังห้องแต่งตัวทันที ท่ามกลางความมึนงงของ กุนซือ เรือใบสีฟ้า ที่รอจับมือด้วย
ฮิวจ์ กล่าว “เมื่อคุณเคยแต่จะเป็นผู้ชนะ ทำให้ไม่รู้ว่าการเป็นผู้แพ้นั้นเป็นอย่างไร จังหวะนั้น ผมหันไปหา อาร์เซน เพื่อจับมือกันตามธรรมเนียมหลังจบเกม แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อเขาได้หายเข้าไปในอุโมงค์แล้ว มันเป็นพฤติกรรมที่ไร้มารยาทสิ้นดี
ทว่า “สปาร์กี้” ก็ไม่ลืมกล่าวชมผลงานของลูกทีมที่หยุดสถิติการเสมอรวดมา 7เกม ด้วยการเก็บชัยชนะในนัดนี้ได้อย่างท่วมท้น โดยกล่าวให้ลูกทีมนำฟอร์มการเล่นที่ดีในนัดนี้ ไปใช้ในศึกพรีเมียร์ลีกต่อไป
ฮิวจ์ กล่าวต่อ “เกมรับของทีมในวันนี้เล่นกันได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะ ไมกาห์ ริชาร์ด และ เวย์น บริดจ์ ซึ่งถูกวิจารณ์ฟอร์มการเล่นในช่วงหลัง ก็นัดกันเล่นดี รวมถึงประตูที่เรายิงได้แต่ละลูก เป็นการยิงที่ยอดเยี่ยม”
ชัยชนะเหนืออาร์เซนอล ในเกมนี้ ส่งผลให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี ทะลุเข้าสู่รอบรองชนะเลิศของฟุตบอลถ้วยเป็นครั้งแรกในรอบ 28ปี โดยจะทะลุเข้าไปทำศึก แมนเชสเตอร์ ดาร์บีแมตช์ ในรอบรองฯ ต่อไป
“มันจะเป็นดาร์บีแมตช์สองนัดที่ดึงความสนใจทั้งเมืองมาจดจ่ออยู่กับรอบรองชนะเลิศปีนี้ของ คาร์ลิงคัพ อย่างแน่นอน” ฮิวจ์ กล่าวปิดท้าย