อาร์เซนอล Archive

เวงเกอร์ ยอม ‘เมสซี’ ซัดคนเดียว 4 ลูก

เวงเกอร์ ยอม ‘เมสซี’ ซัดคนเดียว 4 ลูก

อาร์แซน เวงเกอร์ ผู้จัดการทีม อาร์เซนอล ออกมาให้สัมภาษณ์หลังจบเกมแชมเปียนส์ลีก ที่ “ทัพปืนโต” บุกไปพ่ายให้ บาร์เซโลนา เละ 1-4 จอดป้ายเพียงรอบแปดทีมสุดท้าย ด้วยการกล่าวยกย่อง ลีโอเนล เมสซี ว่า กลายเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในโลก อย่างไร้ข้อโต้แย้ง จากที่เห็นฟอร์มสตาร์อาร์เจนไตน์ ซึ่งเหมาคนเดียว 4 ประตูให้กับต้นสังกัดในเกมดังกล่าว

“สำหรับผม เขาคือนักเตะที่เก่งที่สุดในโลกในตอนนี้ แม้เขาอาจจะไม่ได้มีส่วนร่วมกับเกมตลอดเวลา แต่เมื่อไหร่ที่เขามี เขาก็จะอันตรายสุดๆ โดยเฉพาะเมื่อเขาได้บอล มันแทบจะไม่มีใครสามารถหยุดเขาได้เลย”

“เขาเป็นผู้เล่นเพียงไม่กี่คน ที่สามารถเปลี่ยนทิศทางการเลี้ยงบอลด้วยความเร็ว และก็ยังคงไว้ซึ่งความอันตรายอยู่”

“เราแพ้ให้กับทีมที่ดีกว่าเรา และก็เป็นทีมที่มีนักเตะที่ดีที่สุดของโลกอยู่ในทีม ผมขอแสดงความดีใจด้วยกับ บาร์เซโลนา พวกเขาเป็นทีมที่ดีกว่าเราจริงๆ” เวงเกอร์ทิ้งท้าย

เศร้าครับ สำหรับเด็กปืนอย่างผม แต่สู้ต่อไปนะ ปืนต้องใจแข็งเข้าไว้

ข่าวกีฬา

ปืนมีลูก ยิงมัน 5-0 ดับปอร์โต้

ปืนมีลูก ยิงมัน 5-0 ดับปอร์โต้

เมื่อคืนวันอังคารที่ 9 มี.ค. ที่ผ่านมา “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล เปิดรังเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม รับมือ เอฟซี ปอร์โต้ โดยเกมนี้ ลูกทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ ต้องชนะสถานเดียวเท่านั้นถึงจะเข้ารอบ หลังจากที่เกมแรก บุกไปแพ้มาก่อน 1-2 ขณะที่ เชส ฟาเบรกัส จอมทัพคนสำคัญชวดลงสนาม เนื่องจากบาดเจ็บในเกมกับ เบิร์นลี่ย์ เมื่อวันเสาร์ก่อน

จ้าถิ่นที่รุกหนักจริงๆ มาประสบความสำเร็จจนได้ ในนาทีที่ 10 เมื่อ นาสรี ไหลบอลกะจะทะลุให้อาร์ชาวิน แต่กองหลังปอร์โต้ ที่เข้ามาพยายามจะเคลียร์ ดันไปชนกันเองกับเฮลตัน บอลไหลมาเข้าทาง นิคลาส เบนท์ดเนอร์ จิ้มเข้าไปไม่เหลือ อาร์เซนอล ได้ประตูที่ต้องการ 1-0

อาร์เซนอล แต่ก็มามีทีเด็ดจนได้ในนาทีที่ 25 เมื่อ ฮอร์เก ฟูซิเล ไปเล่นประมาท ก่อนเคลียร์บอลมาเข้าทาง อาร์ชาวิน ที่ใช้ความสามารถเฉพาะตัว หลอกล่อลุยผ่านแนวรับ ปอร์โต้ เข้าเขตโทษด้านซ้าย แล้วผ่านกลับมาหน้าประตูให้ เบนท์ดเนอร์ ที่ยืนโล่งๆ ยิงเข้าไปให้ อาร์เซนอล นำห่าง 2-0

ท้ายครึ่งแรก อาร์เซนอล มามีลุ้นประตูที่สาม เมื่อโรซิคกี โยนลูกเตะมุมมาให้โธมัส แฟร์มาเลน เติมขึ้นมาโขก บอลกำลังจะข้ามเส้นอยู่แล้ว แต่เฮลตัน ยังไวควักออกมาได้ทันเวลาพอดี ขณะที่ช่วงทดเวลา นาสรี มีโอกาสส่องเรียดบริเวณหัวกะโหลก แต่เฮลตัน ยังเซฟตามเคย จบครึ่งแรก อาร์เซนอล นำปอร์โต้ 2-0

ปอร์โต้ มามีลุ้นแบบเส้นยาแดงผ่าแปดเหมือนกัน เมื่อคริสเตียน โรดริเกวซ มีโอกาสขึ้นโหม่งจากลูกเตะมุม บอลกำลังจะตกมาเข้ามุมเสาของอาร์เซนอล อยู่แล้ว แต่ยังติดนาสรี ที่ยืนคุมเสาอยู่ ดักบอลให้อัลมูเนีย มารับไว้ได้

จุดเปลี่ยนของเกมมาเกิดขึ้นในนาทีที่ 63 เมื่อ นาสรี ที่วันนี้พอไม่มี ฟาเบรกัส แล้วดูจะโดดเด่นเป็นพิเศษ ใช้ความสามารถเฉพาะตัว หลอกล่อกองหลังปอร์โต้ สามคน ตั้งแต่ริมเขตโทษฝั่งขวา ลุยเข้าไปจนซัดผ่านมือเฮลตัน ให้ทีมนำแบบสบายใจห่างเป็น 3-0

แนวรับปอร์โต้ พอโดนลูกที่สามยิ่งรวน คราวนี้จากลูกที่สามแค่ 3 นาที มาเจอทีเด็ดลูกโต้กลับที่อาร์ชาวิน ลากขึ้นมา ก่อนไหลเข้าเขตโทษให้เอ็มมานูเอล เอบูเอ้ สอดขึ้นมา แตะหลบเฮลตัน ที่ปรี่มาบล็อกบอลผิดจังหวะ แล้วยิงโล่งๆ ให้ อาร์เซนอล นำขาด 4-0

ช่วงท้ายเกม เบนท์ดเนอร์ เกือบกดลูกที่สามให้ตัวเอง เมื่อโหม่งสะบัดบอลจากลูกเปิดของซาญา หลุดเสาไปนิดเดียว แต่แล้วในช่วงทดเวลา เจ้าตัวก็มามีโอกาสแก้ตัว เมื่อฟูซิเล ไปทำฟาลว์เอบูเอ้ ในเขตโทษ หัวหอกทีมชาติเดนมาร์ก เลยรับอาสาซัดเข้าไปให้อาร์เซนอล นำขาด 5-0 พร้อมกับเก็บแฮตทริกของตัวเองไปได้สำเร็จ จบเกม อาร์เซนอล ถล่มเอาชนะปอร์โต้ 5-0 รวมผลสองนัดอาร์เซนอล ผ่านเข้ารอบประตูรวม 6-2

ข่าวกีฬา

ผีรอกินทอฟฟี่ ปืนยังแกว่ง

ผีรอกินทอฟฟี่ ปืนยังแกว่ง

กลับมาต่อกันที่ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำวันเสาร์ที่ 20 ก.พ.2553 หลังจากได้ดู การแข่งขัน UCL ไปแล้ว วันนี้ คู่ที่สนใจ “ทอฟฟีสีน้ำเงินเอฟเวอร์ตัน ทีมอันดับ 9 ของตาราง เปิดสนาม กูดิสัน พาร์ค รับการมาเยือนของ “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รองจ่าฝูงที่ฟอร์มกำลังร้อนแรงเลยทีเดียว

กุนซือ เดวิด มอยส์ ของ เอฟเวอร์ตัน ที่พลิกล็อกโค่น “สิงห์บลู” เชลซีไป 2-1 เมื่อเกมที่แล้ว วันนี้สภาพทีมมีปัญหานักเตะเจ็บ เมื่อ ทิม เคฮิลล์คนเก่ง มีอาการเจ็บที่น่อง จากเกมยูโรปาลีก การหายไปของ ทิม เคฮิลล์ ส่งผลกระทบต่อแดนกลางของทีมพอสมควร หลังจากที่ มารูยาน เฟลไลนี ต้องปิดเทอมใหญ่ไปแล้ว จากอาการเจ็บที่ข้อเท้าอย่างหนัก อย่างไรก็ตาม ทีมยังมีข่าวดีเมื่อ จอห์น ไฮติงกา จะกลับคืนสู่ทีม หลังติดคัพไทเกมยุโรป เช่นเดียวกับ สตีเว่น พีนาร์ ที่พ้นโทษแบนกลับมา

ทางด้าน เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือแมนฯยู ที่เพิ่งพาทีมโชว์ฟอร์มเยี่ยม บุกไปอัด เอซี มิลาน 3-2 ศึกแชมเปียนส์ ลีก รอบ 32 ทีมสุดท้าย นัดแรก เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เกมนี้ มีข่าวดี เมื่อจะได้ เนมันยา วีดิช กองหลังตัวแกร่ง ฟิตกลับมาคุมเกมรับอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ทีมก็ต้องเสีย ริโอ เฟอร์ดินานด์ กับ นานี ที่ติดโทษแบนทั้งคู่ โดยเฟอร์ดินานด์ จะนั่งดูเพื่อนเล่นเป็นเกมสุดท้าย จากโทษแบนทั้งหมด 4 นัด ขณะที่ นานี จะเริ่มชดใช้โทษแบนนัดแรกจาก 3 นัด หลังโดนใบแดงจากเกมเสมอ แอสตัน วิลลา 1-1

อีกคู่ที่น่าสนใจ “ปืนใหญ่อาร์เซนอล ทีมอันดับ 3 เปิดสนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ “แมวดำซันเดอร์แลนด์ ทีมอันดับ 13 ของตาราง

เกม นี้ อาร์แซน เวงเกอร์ ยังมีนักเตะเจ็บอย่าง อเล็กซ์ ซง จะได้กลับคืนสู่ทีมเช่นกัน หลังจากพลาดเกมนัดล่าสุด กับปอร์โต แต่ อาบู ดิยาบี ที่เจ็บเข่า จะชวด เช่นเดียวกับ วิลเลียมส์ กัลลาส (น่อง),​อังเดร อาร์ชาวิน และ เอดุอาร์โด ดา ซิลวา (เอ็นหลังหัวเข่าทั้งคู่)

ด้าน สตีฟ บรูซ กุนซือ ซันเดอร์แลนด์ จะหมดสิทธิ์ใช้งานนักเตะนักเตะรายคน เริ่มจาก จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (ข้อเท้า), แอนดี รีด (เอ็นหลังหัวเข่า) ที่บาดเจ็บ และ ลี คัตเทอร์โมล กับ เดวิด เมย์เลอร์ ติดโทษแบนทั้งคู่

อย่างไรก็ตาม เฟรเซอร์ แคมพ์เบลล์ กองหน้าดาวรุ่ง อาจได้ออกสตาร์ทในฐานะตัวสำรอง หลังสลัดอาการบาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่ากลับมาได้แล้ว

ข่าวกีฬา

ไอเดียใหม่ ลีกอังกฤษ ชิงโควตาแชมเปียนส์ลีก

ไอเดียใหม่ ลีกอังกฤษ ชิงโควตาแชมเปียนส์ลีก

พรีเมียร์ลีกอังกฤษปิ๊งไอเดียใหม่ จัดเพลย์ออฟชิงโควตาแชมเปียนส์ลีกทีมที่ 4 จากเดิมที่ทีมอันดับ 4 จะได้ไปเล่นรอบคัดเลือกโดยอัตโนมัติ ด้านนีล วอร์น็อก กุนซือคริสตัล พาเลซ เรียกร้องให้แบนไลน์แมนที่ยกธงผิดพลาดเป็นเหตุให้แอสตัน วิลลา ได้ประตูตีเสมอในเกมเอฟเอคัพ รอบ 5 โดยอังกฤษได้โควตาแชมเปียนส์ลีก 4 ทีม ล่าสุดพรีเมียร์ลีกมีแนวคิดใหม่ให้ 3 ทีมได้โควตาโดยอัตโนมัติ ส่วนทีมที่ 4 จะใช้วิธีเพลย์ออฟแทนที่จะให้อันดับ 4 ได้โควตาเหมือนเดิม

รูป แบบการคัดเลือกนี้เพื่อให้การแข่งขันมีความเข้มข้นมากขึ้น และเปิดโอกาสให้ทีมที่มีอันดับต่ำกว่าท็อปโฟร์ หลังจากมีแต่แมนฯ ยูไนเต็ด เชลซี อาร์เซนอลและลิเวอร์พูล ผูกขาดมาตลอดในรอบ 6 ปีหลังสุด มีเพียงเอฟเวอร์ตันทีมเดียวที่เคยสอดแทรกได้ในปี 2005 คาดว่า พรีเมียร์ลีกจะให้ทีมอันดับ 4-7 มาเตะเพลย์ออฟหลังจบฤดูกาล 2009-2010 เพื่อชิงโควตาแชมเปียนส์ลีกที่เหลืออีก 1 ทีม ไอเดียดังกล่าวมีการหยิบยกมาพูดถึงกันบ้างแล้วในที่ประชุมพรีเมียร์ลีกทั้ง 20 ทีมเมื่อเร็วๆนี้ และจะนำมาหารือกันอีกครั้งในการประชุมครั้งต่อไปในเดือน เม.ย.

ข่าวกีฬา

ปืน เชือด หงส์ ดิยาบี้พระเอก

ปืน เชือด หงส์ ดิยาบี้พระเอก

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำวันพุธที่ 10 ก.พ.2553 เกมบิ๊กแมตช์ “ปืนใหญ่อาร์เซนอล ทีมอันดับ 3 ของตาราง เปิดเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 5 ของตาราง เปิดฉากเกมครึ่งแรก ทั้งสองทีมยังเล่นกันแบบระวังตัว แต่ อาร์เซนอล ก็มาได้จังหวะเสียวก่อน นาทีที่ 6 จากลูกฟรีคิก ฟาเบรกัส เปิดโค้งจากริมเส้นกราบขวา วิลเลียมส์ กัลลาส เทคตัวขึ้นโหม่ง แต่กดไม่ลง บอลเหินข้ามคานออกไป

นาทีที่15 ลิเวอร์พูล ได้ปิดสกอร์จังๆ บ้าง ดาวิด เอ็นก็อก ซัดไปตรงตัวของ มานูเอล อัลมูเนีย หลังจากนั้น นาทีที่ 28 ทีมเยือน ได้ลุ้นอีก จากจังหวะโหม่งไม่ขาดของแนวรับเจ้าถิ่น แม็กซี โรดริเกซ ซัดติดบล็อก เหินข้ามคาน จังหวะผิดพลาดแนวรับ ลิเวอร์พูล นาทีที่ 32 ผู้เล่น อาร์เซนอล ฉกบอลไปได้ ก่อนที่ อังเดร อาร์ชาวิน จะได้จบ แต่บอลไม่ตรงกรอบ หลังจากนั้น นาทีที่ 45 ฟาเบรกัส ได้โอกาสลากบอลขึ้นมาเอง แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่ผ่านมือของ เปเป้ เรนา และหมดครึ่งแรกไปอย่างน่าเบื่อ

กลับมาเตะกันต่อในครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล ได้กดดันก่อน นาทีที่ 48 เดิร์ก เคาท์ จ่ายบอลทะลุช่องให้ เทพลูคัส เลวา สอดวิ่งขึ้นมาตะบันเต็มเหนี่ยว แต่บอลปลิ้นไซ้หนีประตูไปแบบได้ลุ้น

หลังจากนั้น โทมัส โรซิคกี ตัวสำรองที่เปลี่ยนลงมาในครึ่งหลัง บรรจงเปิดใส่พานมาที่กลางประตู กองหลังลิเวอร์พูลพลาด ปล่อยให้ อาบู ดิยาบี ได้โหม่งคนเดียวโล่งๆ บอลพุ่งเข้าไปตุงข่าย อาร์เซนอล ขึ้นนำสำเร็จ 1-0 นาทีที่ 71

นาทีที่ 81 ลิเวอร์พูล ได้โอกาสตีเสมอจากลูกฟรีิคิกของ สตีเวน เจอร์ราร์ด แต่ระยะค่อนข้างไกลทำให้ อัลมูเนีย ไม่พลาด และก็ไม่ทันการณ์ ​ผู้ตัดสินเป่าจบเกม ทำให้ อาร์เซนอล หยุดสถิติแพ้รวด 2 เกมในลีก ด้วยการเอาชนะ ลิเวอร์พูล ไปได้ 1-0

ข่าวกีฬา

เทอร์รีกำลังใจ เพียบ

เทอร์รีกำลังใจ เพียบ

ดิดิเยร์ ดร็อกบา ที่ดาวยิงเชลซี เหมาคนเดียว 2 ประตู(พูดแล้วเจ็บจี๊ดเลย โดนมันยิงอีกแล้ว) ในเกมถล่มอาร์เซนอล 2-0 เมื่อวันอาทิตย์ เขากล่าวหลังจบเกมว่า รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา จอห์น เทอร์รี เจอมรสุมลูกใหญ่ แต่ทุกคนในทีมเอาใจช่วยเต็มที่ “เราเป็นน้ำ หนึ่งใจเดียวกัน พุ่งสมาธิไปที่เกมในสนาม และเราก็สามารถยึดตำแหน่งจ่าฝูงกลับคืนมาได้อีกครั้ง” ดร็อกบา ที่ยิงอาร์เซนอล 12 ลูกจาก 12 นัดกล่าว

คาร์โล อันเชลอตติ กุนซือเชลซี กล่าวว่า เขาอยากจะกอดเทอร์รีหลังจบเกม เพราะโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นมาก “เขาเป็นผู้นำของทีมอย่างแท้จริง เป็นคนที่มีจิตใจแข็งแกร่ง คู่ควรกับการเป็นกัปตันทีมเชลซี เรื่องตำแหน่งกัปตันทีมชาติไม่ใช่หน้าที่ของผมที่จะไปวิจารณ์การตัดสินใจของ คาเปลโล”

อาร์แซน เวงเกอร์ ผู้จัดการทีมอาร์เซนอล ยอมรับว่า โอกาสลุ้นแชมป์ของทีมตนคงเป็นเรื่องยาก หลังจากแพ้ทั้งแมนฯยู และเชลซี แต่จะพยายามให้ถึงที่สุดต่อไป “ผมพอใจฟอร์มของลูกทีม เราพลาด แค่ลูกเตะมุมครั้งแรกของเชลซีและการโต้กลับอีก 1 ครั้ง แต่ต้องยอมรับว่า เกมรับเชลซีทำได้ดีมาก เชลซีมีประสบการณ์เหนือกว่าเรา” เวงเกอร์กล่าว ก่อนนำทีมเจอศึกหนักกับลิเวอร์พูลในวันพุธนี้

ข่าวกีฬา

เวงเกอร์บอกมั่นใจ ปืนยังมี ลุ้นทุกถ้วยที่เหลือ

เวงเกอร์บอกมั่นใจ ปืนยังมี ลุ้นทุกถ้วยที่เหลือ

อาร์แซน เวงเกอร์” กุนซือชาวฝรั่งเศส ออกมากล่าวยังคงมั่นใจว่านักเตะแข็งแกร่งพอ ช่วย “อาร์เซนอล” มีลุ้นยาวในทุกรายการที่เหลืออยู่ ขณะที่”เซนเดรอส”ตกลงย้ายไปอยู่กับเอฟเวอร์ตันด้วยสัญญายืมตัวเป็นที่เรียบ ร้อยแล้ว “อาร์แซน เวงเกอร์ กุนซือ ไอ้ปืนใหญ่” มั่นใจมีลุ้นยาวในทุกรายการที่เหลืออยู่ เชื่อมีนักเตะที่แข็งแกร่งเพียงพอต่อการทำศึกหนักหลังจากแซงเชลซีขึ้นนำจ่า ฝูงพรีเมียร์ลีกเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางด้านฟิลิปป์ เซนเดรอส กองหลังชาวสวิสตกลงย้ายไปอยู่กับเอฟเวอร์ตันด้วยสัญญายืมตัว

อาร์เซนอลยังมีลุ้นในพรีเมียร์ลีก, แชมเปียนส์ลีก และเอฟเอคัพ โดยในเอฟเอคัพ รอบ 4 จะพบกับสโต๊กในวันอาทิตย์ เวงเกอร์เผยว่า เขาจะจัดตัวที่คิดว่าสามารถคว้าชัยชนะได้ แต่นักเตะบางคนก็ต้องพักบ้างเพราะเล่นทุกนัดคงไม่ไหว “อย่างไรก็ดีผม เชื่อว่า เรามีทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในพรีเมียร์ลีกในด้านสภาพร่างกายของนักเตะ เรามีตัวเลือกเพียงพอที่จะลุ้นแชมป์ทุกรายการ เราต้องรักษาฟอร์มการเล่นที่ดีไว้ให้ได้อย่างต่อเนื่อง” เวงเกอร์ กล่าว

ส่วนกรณีที่ฟิลิปป์ เซนเดรอส กองหลังทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ต้องการย้ายออกจากอาร์เซนอลเพราะไม่มีตำแหน่ง ตัวจริง ไม่มีโอกาสลงสนามมากนัก ทำให้วิตกว่า อาจไม่ได้ไปเล่นบอลโลก รอบสุดท้ายที่แอฟริกาใต้กลางปีนี้นั้น

ล่าสุด “ทอฟฟี่” เอฟเวอร์ตันของกุนซือเดวิด มอยส์ ตกลงยืมตัวเซนเดรอสไปร่วมทีมชั่วคราวจนจบฤดูกาลนี้แล้ว เอฟเวอร์ตันแถลงผ่านเว็บไซต์ของสโมสรว่า ตกลงยืมตัวเซนเดรอสจากอาร์เซนอลเรียบร้อยแล้ว การย้ายทีมอย่างเป็นทางการจะเสร็จสิ้นภายใน 2 วัน เซเดรอสจะมานั่งชมเกมเอฟเอคัพ รอบ 4 ที่พบกับเบอร์มิงแฮม ที่กูดิสัน พาร์คด้วย กองหลังวัย 24 ปีรายนี้ย้ายมาอยู่กับอาร์เซนอลตั้งแต่ปี 2002 อยู่ในชุดแชมป์เอฟเอคัพปี 2005 ติดทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์มาแล้ว 33 นัด ฤดูกาลที่แล้วเขาถูกยืมตัวไปอยู่กับเอซี มิลาน

ปืนรัวครึ่งหลัง ถล่มวิลลา แซงผียึดรองฝูง

ปืนรัวครึ่งหลัง ถล่มวิลลา แซงผียึดรองฝูง

อาร์เซนอล ฟอร์มสะเด่า เปิดบ้านถล่ม แอสตัน วิลลา 3-0 “เชส ฟาเบรกัส” เหมาสองประตู ขยับแซง แมนฯยูไนเต็ด ขึ้นมาอยู่อันดับ 2 ชั่วคราว ศึกพรีเมียร์ลีก นัดบ็อกซิ่งเดย์ วันอาทิตย์ ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำวันอาทิตย์ที่ 27 ธ.ค.2552 คู่หัวค่ำ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ทีมอันดับ 3 ของตาราง เปิดสนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม รับมือ “สิงห์ผยอง” แอสตัน วิลลา ทีมอันดับ 4 ของตาราง

อา ร์ แซน เวงเกอร์ กุนซือ อาร์เซนอล ให้ เชส ฟาเบรกัส เป็นแค่ตัวสำรอง แนวรุก อังเดร อาร์ชาวิน ประสานงานร่วมกับ ซามีร์ นาสรี และ เอดูอาร์โด ดา ซิลวา โดยมี เดนิลสัน และ อเล็กซานเดอร์ ซง คอยคุมจังหวะในแดนกลาง แนวรับ วิลเลียมส์ กัลลาส ยังยืนเป็นหัวใจสำคัญกับ โธมัส แฟร์มาเลน

ทางด้าน มาร์ติน โอนีล กุนซือของ แอสตัน วิลลา ได้ เอมิล เฮสกี ฟิตทันพร้อมลงล่าตาข่ายในแดนหน้าร่วมกับ แอชลีย์ ยัง และ กาเบรียล อั๊กบอนลาฮอร์ แดนกลาง เจมส์ มิลเนอร์ ยังทำเกมร่วมกับ สติลิยัน เปตรอฟ และ สจ๊วร์ต ดาวนิง ขณะที่เกมรับ ริชาร์ด ดันน์ ทำหน้าที่กับ คาร์ลอส เกยาร์

เริ่ม เกมครึ่งแรก อาร์เซนอล เป็นฝ่ายได้โอกาสก่อนในนาทีที่ 4 จากจังหวะทำเกมกันสวย อาบู ดิยาบี คลึงบอลหลบผู้เล่นของ แอสตัน วิลลา ก่อนพลิกตัวแทงบอลต่อให้ เอดูอาร์โด ดาซิลวา แตะบอลหนึ่งจังหวะก่อนกลับตัวได้ซัดหน้าปากประตู แต่เบาไป แบรด ฟรีเดล รับเข้าซองสบาย

รูปเกม อาร์เซนอล เป็นฝ่ายครองบอลได้เหนือกว่า แต่ก็ยังหาจังหวะจบสกอร์เด็ดๆ ไม่ได้ โดยในนาทีที่ 12 อเล็กซานเดอร์ ซง จ่ายบอลให้ อังเดร อาร์ชาวิน ได้ลองสับไกยิง แต่ก็ไม่ผ่านมือของ ฟรีเดล หลังจากนั้น อีก 1 นาที แอสตัน วิลลา ได้ตอบโต้บ้างจากลูกยิงแฉลบออกไปของ แอชลีย์ ยัง

เกม ยังตกเป็นของอาร์เซนอล ส่วนใหญ่ ในนาทีที่ 30 เดนิลสัน จ่ายบอลต่อให้ ซามีร์ นาสรี ลองยิงลูกใบไม้ร่วง แต่บอลไปติดบล็อกของ ผู้เล่น วิลลา ข้ามคานออกไป หลังจาก เจ้าถิ่นได้จังหวะกดดันช่วงท้ายเกมหน้าปากประตูของ วิลลา และเป็น วิลเลียมส์ กัลลาส ได้โหม่ง แต่ก็ยังหลุดเสาออกไป ก่อนที่จะหมดครึ่งแรกในที่สุด

ครึ่งหลัง เจ้าถิ่น ได้โอกาสใกล้เคียงที่สุดก่อน ในนาทีที่ 55 จากลูกฟรีคิก เอดูอาร์โด ปั่นโค้งเข้ามา บอลเกือบเบียดเสา แต่ ฟรีเดล ยังพุ่งปัดออกไปได้ อีก 1 นาทีถัดมา จากลูกเตะมุม บอลขลุกขลิกหน้าปากประตูวิลลา กัลลาส ตวัดยิงจ่อๆ แต่บอลไปติดบล็อกของ คาร์ลอส เกยาร์ และสกัดพ้นอันตรายออกมาได้

นาที ที่ 60 อังเดร อาร์ชาวิน เกือบทำประตูให้ อาร์เซนอล ได้สำเร็จ หากไม่โดน ฟรีเดล โชว์ซูเปอร์เซฟไว้ได้ปลายมือ อย่างไรก็ตาม อาร์เซนอล มาได้ประตูขึ้นนำจนได้ ในนาทีที่ 64 จากลูกฟรีคิกสุดสวยของ เชฟ ฟาเบรกัส ที่เปลี่ยนลงมาเป็นตัวสำรองในครึ่งหลัง อาร์เซนอล ออกนำ 1-0

เข้า สู่ช่วง 10 นาทีสุดท้าย วิลลา พยายามเปิดเกมบุกมากขึ้น แต่ก็มาโดนทีเด็ดลูกสวนกลับของอาร์เซนอล จากจังหวะเปิดยาวจากแดนหลัง ธีโอ วัลค็อตต์ ไหลใสพานมาให้ ฟาเบรกัส ทำประตูที่สองของตัวเองในเกมนี้ ช่วยให้ อาร์เซนอล นำห่างไปเป็น 2-0 ในนาทีที่ 81 ก่อนที่ ดิบายี จะมาซัดประตูปิดท้ายให้เจ้าถิ่นในนาทีที่ 90 พร้อมกับปิดเกมไปได้ 3-0

ชัย ชนะครั้งนี้ ทำให้อาร์เซนอล เก็บเพิ่มเป็น 38 คะแนน จากการลงแข่ง 18 นัด แซง แมนฯยูไนเต็ด ขึ้นมาอยู่อันดับที่ 2 ชั่วคราว ขณะที่ แอสตัน วิลลา ลงแข่งไป 19 นัด มี 35 คะแนน อยู่อันดับ 5 ของตารางเหมือนเดิม

รายชื่อนักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

อาร์เซนอล (4-2-3-1) : มานูเอล อัลมานูเนีย – บาการี ซานญา, วิลเลียมส์ กัลลาส, โธมัส แฟร์มาเลน, อาร์กม็องต์ ตราโอเร – อเล็กซานเดอร์ ซง, เดนิลสัน – เอดูอาร์โด ดา ซิลวา, อาบู ดิยาบี, ซามีร์ นาสรี – อังเดร อาร์ชาวิน
ตัวสำรอง : มิกาเอล ซิลแวสต์, เอ็มานูเอล เอบูเอ, เชส ฟาเบรกัส, ธีโอ วัลค็อตต์, คาร์ลอส เวลา, ลูคัสซ์ ฟาเบียนสกี, อารอน แรมซีย์

แอสตัน วิลลา (4-3-2-1) : แบ รด ฟรีเดล – ลุค ยัง, คาร์ลอส เกยาร์, ริชาร์ด ดันน์, สตีเฟน วอร์น็อค – เจมส์ มิลเนอร์, สติลิยัน เปตรอฟ, สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง – แอชลีย์ ยัง, เอมิล เฮสกี – กาเบรียล อั๊กบอนลาฮอร์
ตัวสำรอง : เจมส์ คอลลินส์, ยอห์น คาริว, สตีฟ ซิดเวลล์, ไนเจล รีโอ โคเกอร์, ฮาบิบ เบย์, แบรด กูซาน, ฟาเบียน เดลป์

ข่าวกีฬา

หงส์ได้ตอร์เรส กิกส์คืนผี ปืนเซ็งเชสเดี้ยง

หงส์ได้ตอร์เรส กิกส์คืนผี ปืนเซ็งเชสเดี้ยง

ในเกมพรีเมียร์ลีก คืนวันเสาร์นี้ โดยลิเวอร์พูล ต้องไปเยือนบ๊วยอย่าง ปอมปีย์ ขณะที่ ปิศาจแดง เข้าเมืองหลวง บู๊ ฟูแลม ส่วน อาร์เซนอล เฝ้าบ้านรับมือ ฮัลล์ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันนี้(19ธ.ค.) พรีวิวการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ประจำคืนวันเสาร์ มีการแข่งขันกันทั้งสิ้น 6คู่ ซึ่งทีม “บิ๊กโฟร์” จะลงทำการแข่งขันกันทั้งสิ้น 3ทีม ความพร้อมตัวผู้เล่นของแต่ละทีม มีดังนี้

19.45น.ปอร์ทสมัธ-ลิเวอร์พูล

เจ้า ถิ่น ปอร์ทสมัธ ในเกมเยือนเชลซีเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา สร้างผลงานได้อย่างน่าประทับใจ เมื่อเป็นฝ่ายบุกไปยันเกมรุกเชลซี จนเกือบแบ่งแต้มกลับออกมาได้ ทว่าเสียจุดโทษในช่วงท้ายเกมจนถูกแฟรงค์แลมพาร์ด ซัดประตูชัยไปในที่สุด และพ่ายไปด้วยสกอร์ 1-2

ความพร้อมด้านผู้เล่นของ ปอร์ทสมัธ เจ้าถิ่นในเกมนี้ จะได้ตัว ยูเนส คาบูล พ้นโทษแบนกลับมาลงสนามได้ ขณะที่ เควิน ปรินซ์-บัวเตง และ สตีฟ ฟินแนน อดีตแบ็กหงส์แดง ก็น่าจะพร้อมลงสนามในเกมนี้

ส่วนทีมเยือน ลิเวอร์พูล เมื่อกลางสัปดาห์ เปิดบ้านเฉือนชนะ วีแกนฯ ไปแบบมีเสียวด้วยสกอร์ 2-1จากสองประตูของ ดาวิด เอนก็อก และ เฟอร์นันโด ตอร์เรส ขึ้นมารั้งอยู่อันดับที่ 6 ของตารางพรีเมียร์ลีกในขณะนี้

ความพร้อม ของตัวผู้เล่นทีมเยือนในเกมนี้ ลิเวอร์พูล น่าจะได้ เฟอร์นันโด ตอร์เรส กลับมาลงสนามเป็น 11ตัวจริงได้ หลังจากลงมาเป็นตัวสำรองเมื่อเกมที่แล้ว เกล็น จอห์นสัน ที่เจ็บเอ็นร้อยหวาย ไม่ได้ลงสนามในเกมชนะ วีแกนฯ จะได้ลงเยือนทีมเก่า อัลเบิร์ต ริเอรา เจ็บข้อเท้ายังลงไม่ได้ ส่วน ไรอัน บาเบล หายเจ็บน่าจะมีชื่อเป็นตัวสำรอง

11 ผู้เล่นตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม

ปอร์ทสมัธ(4-5-1) : เจมส์ – เบน ฮาอิม, คาบูล, วิลสัน, ไฮรดราส์สัน – ปิควิออน, เยบดา, บัวเตง, บราวน์, โอฮารา – ดินดาน

ลิวเวอร์พูล(4-4-1-1) : เรน่า – จอห์นสัน, แอกเกอร์, คาร์ราเกอร์, อินซั ว- เคาท์, ลูคัส, มาสเคราโน, ออเรลิโอ – เจอร์ราร์ด – ตอร์เรส

22.00น.ฟูแลม-แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

เจ้า ถิ่น ฟูแลม กลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ต้องเดินทางไปเยือน เอฟซี บาเชิลถึง สวิตเซอร์แลนด์ ในเกมยูโรปาลีก และต้องบดกันกว่าจะเฉือนชนะมาด้วยสกอร์ 3-2 ผ่านเข้าสู่รอบ 32ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

ความพร้อมด้านตัวผู้เล่นในเกม นี้ เบรด แฮงแกแลนด์ และ พอล คอนเชสกีย์ น่าจะได้กลับมายืนคุมในแผงรับ หลังจากไม่ได้ลงสนามเมื่อกลางสัปดาห์ ขณะที่ เดเมียน ดัฟฟ์ และ คลินท์ เดมป์ซีย์ ก็น่าจะได้ลงสนามแทน บิยอร์น เฮลเก ริเซ่ และ แดนนี เมอร์ฟี ในเกมนี้ด้วย ในแดนหน้า แอนดี้ จอห์นสัน น่าจะหายเจ็บหลังกลับมาอยู่บนม้านั่งสำรองได้

ขณะที่ทีมเยือน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กลางสัปดาห์ที่ผ่านมา เปิดบ้านต้อนเอาชนะ วูล์ฟ ไปสบาย 3-0 ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าทีมเยือนมาเล่นแบบไม่เต็มที่ โดยการส่งผู้เล่นสำรองถึง 10ตำแหน่ง

ส่วนความพร้อมด้านตัวผู้เล่นใน เกมนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังคงต้องวาง ไมเคิล คาร์ริค เป็นเซนเตอร์ฮาล์ฟจำเป็น เคียงคู่กับ เนมันยา วิดิช ดาร์เรน เฟลทเชอร์ ลงรักษาการในตำแหน่งแบ็กขวาเช่นเคย ไรอัน กิกส์ น่าจะฟิตกลับมาลงเป็นตัวจริง แทนที่ กาเบรียล โอแบร์กตอง ในฝั่งซ้าย ส่วนนายทวาร ยังคงไว้วางใจให้ โทมัส คุสซ์แซค ลงทำหน้าที่เช่นเดิม

11 ผู้เล่นตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม

ฟูแลม(4-4-2) : ชวาเซอร์ – เพนท์ซิล, แฮงแกแลนด์, คอนเชสกีย์,ฮิวจ์ส – เดมป์ซีย์, กรีนิ่ง, แบร์ด, ดัฟฟ์ – เนฟแลนด์, ซาโมร่า

แมนฯ ยูฯ(4-4-2) : คุสซ์แซค – เดอ เลท, คาร์ริค, วิดิช, เอวรา – วาเลนเซีย, เฟลทเชอร์, สโคลส์, กิกส์ – เบอร์บาตอฟ, รูนีย์

00.30น. อาร์เซนอล-ฮัลล์ ซิตี

เจ้า ถิ่น อาร์เซนอล เจอโปรแกรมโหดโดยการเป็นทีมเยือนเมื่อสองเกมล่าสุด โดยสุดสัปดาห์ บุกเชือด ลิเวอร์พูล มา ขณะที่นัดลล่าสุด ต้องสะดุดเมื่อบุกไปทำได้เพียงเสมอกับ เบิร์นลีย์ 1-1 ซึ่ง เวงเกอร์ กุนซือของทีม ก็บ่นว่าจัดโปรแกรมการแข่งขันได้โหดร้ายกับทีมของตน

ความ พร้อมของตัวผู้เล่นในเกมนี้ อาร์เซนอล จะไม่มีกัปตันทีม เชส ฟาเบรกาส ที่ได้รับบาดเจ็บเอ็นร้อยหวายในเกมล่าสุด โดยหวังว่าเขาจะหายกลับมาช่วยทีมทันในช่วงคริสต์มาส โดยตำแหน่งนี้ เดนิลสัน น่าจะได้ลงเสียบแทน ส่วนวิกฤติกองหน้าบาดเจ็บ น่าจะส่งผลให้ เวงเกอร์ ต้องใช้ อาร์ชาวิน เล่นเป็นกองหน้าจำเป็นต่อไป

ขณะที่ทีม เยือน ฮัลล์ ซิตี ไม่มีโปรแกรมลงสนามในช่วงกลางสัปดาห์ และได้พักมาอย่างเต็มที่ เนื่องจากโปรแกรมพบ เอฟเวอร์ตัน ถูกเลื่อนไปเพราะคู่แข่งติดโปรแกรมเกมยุโรป โดยสถานการณ์ของทีมในตอนนี้ อยู่เหนือโซนตกชั้นเพียงแต้มเดียว

ความพร้อมของตัวผู้เล่น ฮัลล์ฯ ในเกมนี้ ยังคงไม่มี จิิมมี้ บูลลาร์ด ที่ต้องพักยาว ส่วนนักเตะรายสำคัญคนอื่นๆ ยังอยู่กันครบพร้อมหน้าพร้อมตา

11 ผู้เล่นตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม

อาร์เซนอล(4-4-2) : อัลมูเนีย – ซานญา, กัลลาส์, แฟร์มาเลน, ซิลแวสต์ – วัลค็อตต์, ซง, ดิยาบี, นาสรี – เอดูอาร์โด, อาร์ชาวิน

ฮัลล์ฯ(4-4-1-1) : มายฮิลล์ – แมคเชน, การ์ดเนอร์, ซายัตเต้, ดอว์สัน – การ์เซีย, บัวเตง, มาร์นีย์, ฮันท์ – จิโอวานนี่ – เฟแก้น

ส่วนโปรแกรมการแข่งขันอีก 3คู่ที่เหลือ มีดังนี้

22.00น. แอสตัน วิลลา-สโต๊ก ซิตี
22.00น. แบล็กเบิร์น โรเวอร์ส-ท็อตแนมฮอต สเปอร์ส
22.00น. แมนเชสเตอร์ ซิตี-ซันเดอร์แลนด์

ข่าวกีฬา

สิงห์บลูส์ ร่วง คาร์ลิงคัพ พ่ายดวลโทษกุหลาบ

สิงห์บลูส์ ร่วง คาร์ลิงคัพ พ่ายดวลโทษกุหลาบ

เชลซี กระเด็นตกรอบ ศึกลูกหนัง คาร์ลิง คัพ รอบ 8 ทีมสุดท้าย หลังพ่ายดวลจุดโทษให้กับ แบล็คเบิร์น โรเวอร์​ 3-4 พร้อมส่ง ทีม “กุหลาบไฟ” ได้สิทธิ์เข้ารอบตัดเชือกเป็นทีมสุดท้ายสำเร็จ

การแข่งขันฟุตบอลคาร์ลิง คัพ อังกฤษ รอบก่อนชนะเลิศ เมื่อคืนวันพุธที่ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมา ผลปรากฏว่า “กุหลาบไฟ” แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส เปิดสนาม อีวูดส์ พาร์ค เอาชนะดวลจุดโทษ “สิงห์บลูส์​” เชลซี ไปได้ 4-3 หลังจากในเวลา 120 นาที เสมอกันไปอย่างสนุกสูสี 3-3

เจ้าถิ่น ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจากฝีเท้าของ นิโกลา คาลินิช ในนาทีที่ 9 ก่อนที่ เชลซี จะมายิงแซงคืนสองประตูรวด จาก ดิดิเยร์ ดร็อกบา และ ซาโลมง กาลู ในนาทีที่ 48 และ 52 ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม แบร็ตต์ อีเมอร์ตัน มาตีเสมอให้แบล็คเบิร์น ได้สำเร็จ ในนาทีที่ 67 หลังจากนั้น จบเกม 90 นาที เสมอกันอยู่ 2-2 ทำให้ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปอีก 30 นาที

แบล็คเบิร์น น่าจะเอาชนะได้แล้วในแมตช์นี้ หลังจากที่ เบเนดิก แม็คคาร์นีย์ ยิงลูกจุดโทษเป็นประตูขึ้นนำให้ทีมในนาทีที่ 93 แต่แล้ว เปาโล แฟร์ไรราก็มาช่วยต่อลมหายใจให้กับทีมเยือน ช่วยทีมไล่ตีเสมอมาเป็น 3-3 จนได้ ก่อนหมดเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ

เกมต้องมาตัดสินกันในการดวลจุด โทษ ซึ่งผลปรากฏว่า แบล็คเบิร์น เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ 4-3 โดย เบเนดิก แม็คคาร์นีย์, แบร็ตต์​ อีเมอร์ตัน, วินซ์ เกลลา และ เดวิด ฮอยเลตต์ ยิงเข้าไป ขณะที่ นิโกลา คาลินิช ซัดไปติดเซฟ ขณะที่ เชลซี มิชาเอล บัลลัค และ กาเอล กากูตา ซึ่งรับหน้าที่สังหารเป็นคนสุดท้าย ยิงไม่เข้าทำให้ทีมจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก มีอันต้องตกรอบไปตามระเบียบ

สรุป 4 ทีมที่ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ มีดังนี้ แอสตัน วิลลา จะพบกับ แบล็คเบิร์น และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะทำศึกดาร์บี้แมตช์กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งทั้งสองคู่จะเตะกันแบบ เหย้า-เยือน ช่วงเดือนม.ค.ปีหน้า

สรุปผลฟุตบอล คาร์ลิ่งคัพ อังกฤษ รอบก่อนรองชนะเลิศ ประจำวันพุธที่ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมา

แมนฯ ซิตี้ 3-0 อาร์เซนอล
(1-0 : น.50 คาร์ลอส เตเบซ, 2-0 : น.69 ฌอน ไรท์-ฟิลิปป์ส)
แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 3-3 เชลซี (แบล็คเบิร์น ชนะจุดโทษ 4-3)
(1-0 : น.9 นิโกา คาลินิช, 1-1 : น.48 ดิดิเยร์ ดร็อกบา, 1-2 : น.52 ซาโลมง กาลู, 2-2 : น.64 แบร็ตต์ อีเมอร์ตัน, 3-2 : น.93 เบเนดิก แม็คคาร์นีย์ (จุดโทษ), 3-3 : น.120 เปาโล แฟร์ไรรา)

ข่าวกีฬา

Page 1 of 212