อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ Archive

สื่อนอกยังไม่แน่ใจ สถานการณ์ในไทย

สื่อนอกยังไม่แน่ใจ สถานการณ์ในไทย

สำนักข่าวอัลจาซีรา รายงานเมื่อวันที่ 24 พ.ค. 53 ว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวผ่านรายการโทรทัศน์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาด้วยท่าทีผ่อนคลายและดู มั่นใจกับสถานการณ์การเมืองไทยว่า ประเทศไทยกลับคืนสู่สภาวะปกติอีกครั้ง หลังเหตุปะทะรุนแรงระหว่างเจ้าหน้าที่และกลุ่มผู้ชุมนุม ในปฏิบัติการกระชับวงล้อม รวมถึงการก่อเหตุลอบวางเพลิงและขโมยทรัพย์สิน ผ่านพ้นไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ อัลจาซีรายังได้ตั้งข้อสงสัยถึงแกนนำผู้ชุมนุมว่า อาจจะส่งสารถึงผู้สนับสนุนได้ แม้ถูกควบคุมตัวอยู่ก็ตาม แต่เพียร์สัน อีเลน คณะกรรมการด้านสิทธิมนุษยชนภาคพื้นเอเชีย ของฮิวแมนไรท์วอตช์ กลับมีความเห็นว่า แกนนำผ้ชุมนุมอาจจะถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนก็เป็นได้

ข่าวการเมือง

สุเทพ โวย เสื้อแดงโยกโย้ ทักษิณยังไม่พอ

สุเทพ โวย เสื้อแดงโยกโย้ ทักษิณยังไม่พอ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และผอ.ศอฉ. ผู้แทนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลศพจ.ส.ต.สุเมธ วิโรจน์ อายุ 36 ปี ผบ.หมู่งานป้องกันปราบปราม สภ.บ้านตาขุน จ.สุราษฎร์ธานี ที่เสียชีวิตจากอาการหัวใจล้มเหลว ระหว่างปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ที่บ้านเลขที่ 7 หมู่ 9 ต.บ้านยาง อ.คีรีรัฐนิคม จ.สุราษฎร์ธานี

พร้อมกล่าวกับญาติและประชาชนที่มาร่วมงานว่า ตอนนี้สถานการณ์การชุมนุมยังไม่น่าไว้วางใจ แม้ว่ารัฐบาลจะประกาศวันเลือกตั้งใหม่ แต่ก็ยังมีการโยกโย้จากกลุ่มคนเสื้อแดงอยู่ ซึ่งพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผู้อยู่เบื้องหลัง ยังไม่บรรลุวัตถุประสงค์ตามเป้าหมาย คือต้องการทรัพย์สินที่ถูกราชการยึดไว้คืนมา โดยต้องการทั้งอำนาจและเงินคืน

ข่าวการเมือง

คึกชาวจีนร่วมชุมนุม เยาวราช ‘เสื้อหลากสี’

คึกชาวจีนร่วมชุมนุม เยาวราช ‘เสื้อหลากสี’

เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 27 เม.ย. กลุ่มคนเสื้อหลากสีได้รวมตัวชุมนุมกันที่บริเวณซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ วงเวียนโอเดียน เยาวราช โดยมีชาวจีนย่านเยาวราชเข้าร่วมชุมนุมเป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกัน กำลังทหารจาก พล.1 รอ.ได้ส่งกำลังชุดเคลื่อนที่เร็วพร้อมปืนกระสุนยาง มายังพื้นที่เพื่อดูแลความปลอดภัย ข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อหลากสียังคงยืนยันให้คนเสื้อแดงยุติการ ชุมนุม พร้อมทั้งให้กำลังใจนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ไม่ให้ยุบสภา โดยกลุ่มผู้ชุมนุมได้นัดรวมตัวกันอีกครั้งในวันที่ 28 เม.ย.นี้ ที่อนุสาวรียชัยสมรภูมิ

ข่าวการเมือง

ผู้นำจอร์เจียส่อลงทุนในไทย มาร์คปลื้ม

ผู้นำจอร์เจียส่อลงทุนในไทย มาร์คปลื้ม

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ต้อนรับ นายนิกะ กิเลาริ (H.E. Mr. Nika Gilauri) นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐจอร์เจีย โดย นายอภิสิทธิ์ ได้เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารกลางวัน และหารือกว่า 2 ชั่วโมง โดยนายอภิสิทธิ์ ได้แสดงความขอบคุณนายนิกะ เนื่องจากการเดินทางมาเยือนไทยในครั้งนี้จะช่วยให้บรรยากาศการลงทุนในไทยสดใสมากขึ้น โดยนายนิกะ พร้อมที่จะช่วยสนับสนุน และประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวแก่ประเทศไทย เพราะมีความรู้สึกประทับใจประเทศไทยในอย่างมาก

โดยเฉพาะคนไทยที่มีความเป็นมิตรทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกอบอุ่น โอกาสนี้ นายอภิสิทธิ์ ยังขอให้นายกรัฐมนตรีจอร์เจีย ช่วยสนับสนุนการลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (Human Rights Council- HRC) วาระปี ค.ศ. 2010-2013 ของไทยด้วย

ข่าวเศรษฐกิจ

ขอปชช.มั่นใจรัฐบาล ‘อภิสิทธิ์’ บอกไม่ท้อ

ขอปชช.มั่นใจรัฐบาล ‘อภิสิทธิ์’ บอกไม่ท้อ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในการให้สัมภาษณ์พิเศษทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 และช่อง11 เมื่อวันที่ 19 เม.ย.2553 ว่า การแก้ปัญหาบ้านเมืองตามข้อเรียกร้องของผู้ชุมนุม เรื่องยุบสภา ถ้ายุบสภาไปแล้วบ้านเมืองแตกแยกมากขึ้น ไม่มั่นใจว่าเราจะได้ในสิ่งที่ทุกคนต้องการ สังคมจะมีปัญหา ระบอบประชาธิปไตยจะมีอันตราย เงื่อนไขของการยุบสภามีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องคำนึง ส่วนคนที่เขาออกมาเรียกร้องไม่เห็นด้วยกัยการยุบสภา เขาก็มีการคำนึงเห็นถึงผลในระยะยาวที่หากมีการยุบสภาไปจะเกิดปัญหา เรื่องทั้งหมดก็ขอให้ว่าไปตามกติกา ส่วนข้อเรียกร้องเกี่ยวกับตัวผม ความจริงจะต้องมีการพิสูจน์ออกมา

นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า อยากขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ได้ให้กำลังใจมา ตัวเองถือว่าเป็นการให้กำลังใจที่มากที่สุดในชีวิตการเมือง ได้รับมาไม่ขาดสาย ทุกกำลังใจมีความสำคัญ ขณะนี้อยากให้ทุกคนหนักแน่น เพราะวันนี้ข่าวลือมีมากมาย และอยากให้มั่นใจว่า ความถูกต้องจะต้องดำรงอยู่ในสังคมนี้ และสุดท้ายก็คงเป็นเรื่องขอความร่วมมือ ในบางครั้งที่ต้องขัดขืนใจบ้าง บางช่วงขอให้ท่านอดทน ขอให้เจ้าหน้าที่ทำงานได้อิสระ ความคิดเห็นผู้คนหลากหลาย เราไม่สามารถตอบสนองทุกฝ่ายได้ แต่จะยึดเอาประโยชน์ส่วนรวมมากที่สุด และผมมั่นใจในคนทำงานเขามีความมั่นใจและความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขสถานการณ์ขอ ให้พี่น้องประชาชนเชื่อมั่นเรา

ข่าวการเมือง

‘ทักษิณ’ จวกรัฐ ผุดวิชามาร สกัดแดงบุกกรุง

‘ทักษิณ’ จวกรัฐ ผุดวิชามาร สกัดแดงบุกกรุง

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าววิดีโอลิงก์เข้ายังเวทีปราศรัยของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ จ.แพร่ว่า ในวันที่ 14 มี.ค.มีข่าวจากทำเนียบฯแจ้งว่า “มีความพยายามจะสกัดไม่ให้พวกเราเข้าไป มีการวางระบบทำลายภาพลักษณ์กลุ่มเสื้อแดง ถือเป็นวิชามารของรัฐบาล บอกว่าพวกเราจะใช้ความรุนแรงเหมือนกรณี 6 ต.ค.2519 ทั้งที่ไม่เป็นความจริง ดังนั้นขอให้ชาวเสื้อแดงเตรียมกล้องถ่ายรูป กล้องวิดีโอ กล้องโทรศัพท์มือถือติดตัวไป ถ้าเกิดเหตุการณ์อะไรให้ถ่ายรูปไว้ฟ้องชาวโลก วันนี้เราต้องสู้ต่อ อย่าหวั่นไหว ให้ทุกคนเตรียมพร้อม”

นอกจากนี้ อดีตนายกฯ กล่าวต่อว่า อยากฝากบอกไปถึง ผบ.เหล่าทัพที่เคยออกทีวีเรียกร้องให้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ลาออกกลับมาปล่อยข่าวปฏิวัติ ดังนั้นขอให้ไปออกทีวีปลดนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกจากตำแหน่งดีกว่า เพราะเป็นนายกฯที่ไม่มีความสง่างาม เช่น วันนี้ก็มีลุงจาก จ.นครพนม กำขี้วัวไปปาบ้าน แสดงให้เห็นว่า ไม่มีความสง่างาม เพราะปล้นอำนาจประชาชน อยากบอกว่า คนเสื้อแดงไม่ใช่ภัยต่อบ้านเมือง แต่ต้องการเห็นบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย ไม่ได้จะเข้ามาก่อความวุ่นวาย เราเป็นคนไทย รักแผ่นดินไทย แต่วันที่ 14 มี.ค.ใครมาได้ต้องมาถ้าคนมามากขนาดนี้ แล้วเอาลวดหนามมาขวาง ก็ยกให้คว่ำไปเลย

ข่าวการเมือง

ชาวนาเดือดบุกทำเนียบ ร้องราคาข้าวตกต่ำ

ชาวนาเดือดบุกทำเนียบ ร้องราคาข้าวตกต่ำ

ตัวแทนชาวนาจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นครปฐม และสุพรรณบุรี กว่า 10 คน ได้กรูกันเข้ามาที่บริเวณทางเชื่อมต่อระหว่างตึกสันติไมตรีและตึกไทยคู่ฟ้า ภายในทำเนียบรัฐบาล เพื่อที่จะยื่นหนังสือถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีเพื่อร้องเรียนปัญหาราคาข้าวตกต่ำ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ดูแลความปลอดภัยในทำเนียบรัฐบาลสกัดไว้ก่อน จากนั้นนายธราดล เปี่ยมพงษ์ศานต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายสุธรรม ลิ้มสุวรรณเกษม ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีฯ ออกมารับเรื่องและเชิญตัวแทนเกษตรกรเข้าพบที่ศูนย์บริการประชาชน

จากนั้นนายขวัญชัย มหาชื่นใจ เกษตรกรจาก อ.เสนาจ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า พวกตนต้องการมายื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรีในเรื่องราคาข้าวตกต่ำ เกษตรกรต้องการให้รัฐบาลช่วยในเรื่องปรับราคาข้าวในความชื้น15 % อยู่ที่ราคา12,000 บาทต่อเกวียนและเปลี่ยนจากการประกันราคาข้าวกลับมาเป็นการรับจำนำข้าว รวมทั้งแก้ไขจากการประกันหรือการจำนำจาก25 เกวียน เป็น 40 เกวียนและให้เพิ่มจำนวนน้ำหนักจาก 620 กก.เป็น 1,000 กก.ต่อไร่ และเยียวยาให้ชาวนาที่ขายข้าวในราคาที่ต่ำกว่า9,000 บาทต่อเกวียน “ที่ต้องบุกมาพบนายกฯ เป็นเพราะในช่วงเช้าที่ผ่านมีเจ้าหน้าที่ออกมารับหนังสือร้องเรียนตอนแรกจะ รับเรื่องที่ป้ายรถเมล์ พวกผมไม่ยอมเลยก็ให้เข้ามานั่งรอที่ศูนย์บริการประชาชน ตั้งแต่ 9โมงเช้าจนถึงบ่ายโมงก็ไม่มีใครให้ความสนใจ แม้แต่น้ำก็ไม่มีให้กิน ต้องไปซื้อกันเองจึงได้บุกเข้าไปเพื่อพบนายกฯ

ด้านนายชยากร กิจนพศรี สมาชิก อบต.บ้านหลวง อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า เมื่อวันที่ 26 ก.พ.ที่ผ่านมาที่พวกตนปิดถนนที่ลาดหลุมแก้วได้มีผู้ไปรับเรื่อง 2 คน คือนายประพลมิลินทจินดา เลขานุการ รมว.พาณิชย์ และนายฉัตรชัย ชูแก้ว โฆษกฯการเมืองของรมว.พาณิชย์ เดินมาคุยกับตนว่าให้มาร้องเรียนในวันอังคารที่ ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งมีประชุมครม.เพราะกระทรวงพาณิชย์เสนอไปแล้วแต่พรรคประชาธิปัตย์ไม่เอา ด้วย จึงให้พวกตนมาที่ทำเนียบรัฐบาล ให้ไปดิสเครดิตพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนคนที่พูดเขาบอกว่าอยู่พรรคภูมิใจไทย

“ผมขอถามว่าครม.และรัฐบาลอยู่ชุดเดียวกันใช่ไหมก็ต้องทำงานไปทางเดียวกัน แต่ตอนนี้รัฐมนตรีอย่าง นายกฯอย่าง แสดงว่าไม่จริงใจแก้ปัญหา เอาเกษตรกรเป็นกันชน เอาพวกผมมาเป็นควายวิ่งชนไปเรื่อย รัฐมนตรีไม่ควรที่จะผลักภาระให้ชาวนา”

ข่าวเศรษฐกิจ

มาร์คยันผ่านนิวสวีค ไม่มีสงคราม เศรษฐกิจไทยใกล้ฟื้น

มาร์คยันผ่านนิวสวีค ไม่มีสงคราม เศรษฐกิจไทยใกล้ฟื้น

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ระหว่างเข้าร่วมประชุมสภาเศรษฐกิจโลก “เวิลด์ อีโคโนมิค ฟอรัม” ที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ ระหว่างปลาย เดือน ม.ค. ถึงเมื่อต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา

เกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ทั้งเกี่ยวกับการเมืองภายใน และสภาพการณ์เศรษฐกิจโลก โดยผู้สื่อข่าวของนิวสวีคชื่อว่า “แลลลี เวย์เมาธ์” มีเนื้อหาคร่าวๆดังนี้ คำถามแรก คือ เหตุใดผู้คนจึงยังสนับสนุนอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร แม้ถูกปฏิวัติพ้นอำนาจไปแล้ว 2 ปี นายอภิสิทธิ์ ตอบว่าอดีตนายกฯทักษิณ อยู่ในอำนาจมาร่วม 6 ปี ควบคุมสื่อได้ทั้งหมดและโชคดีที่เศรษฐกิจช่วงนั้นเติบโตได้ดีอีกด้วย แต่ที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่ารัฐบาลตอบสนองความต้องการประชาชนอย่างเท่าเทียม เพียงแต่ว่าขณะทำงาน รัฐบาลยึดตามหลักประชาธิปไตย ไม่ใช้อำนาจแสวงหาผลประโยชน์หรือคุกคามฝ่ายค้าน ส่วนผู้สนับสนุนทักษิณบางคน ก็อ้างความชอบธรรมจากการถูกปฏิวัติ

เมื่อ ถูกถามว่ามีแผนจัดเลือกตั้งจริงหรือไม่ นายกฯ อภิสิทธิ์ ตอบว่ารัฐบาลยังมีวาระเหลือ 2 ปี ส่วนเศรษฐกิจตอนนี้ก็กำลังดีขึ้น แต่ยังต้องการให้มั่นใจด้วยว่าประชาชนเห็นสอดคล้องนโยบายของรัฐบาลด้วย และว่าการจัดเลือกตั้งเป็นเรื่องดี แต่ไม่แน่ใจว่าฝ่ายตรงข้าม รัฐบาลจะข้องเกี่ยวการโกงเลือกตั้งอีกครั้งหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาก็ใช้กลยุทธ์ข่มขู่คุกคาม ข่มขู่ใช้ความรุนแรงและนั่น ตนเองถือว่าไม่เป็นประชาธิปไตย

เมื่อถูกถามว่าจากความขัดแย้งที่มี อยู่ปัจจุบัน ทำให้ผู้เชี่ยวชาญชาวอเมริกัน เป็นห่วงว่าไทยอาจถลำเข้าสู่สงครามกลางเมือง นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า คงไม่เกิด ถ้ารัฐบาลยังคงยึดวิถีที่กำลังเป็นอยู่ในปัจจุบัน และว่าแนวทางที่จะเกิดสงครามกลางเมืองในไทย ก็คือ การที่รัฐบาลยอมผิดหลักการเพื่อให้ได้มาซึ่งความต้องการ เพราะหวั่นเกรงแต่จะเกิดความรุนแรงซึ่งนั่นก็รังแต่จะก่อเกิดความรุนแรงจาก ทุกฝ่าย

ด้านคำถามด้านเศรษฐกิจ เวย์เมาธ์ ถามว่าเหตุใด ชาติเอเชียอื่นๆ ถึงผ่านพ้นภาวะเศรษฐกิจถดถอยเร็วกว่าไทย นายกฯอภิสิทธิ์ ตอบว่า ตนเองคิดว่าไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการว่างงานต่ำที่สุด ณ ขณะนี้ เมื่อปีที่แล้ว ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยติดลบอยู่ที่ -2.8% แต่ปีนี้ ตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยอยู่ที่4.5% ส่วนตัวเลขนักท่องเที่ยวเข้าไทย ข้อมูลเมื่อเดือนธ.ค.ปีที่แล้ว อยู่ที่ 1.6 ล้านคนและว่าปีนี้ คาดว่า การส่งออกจะเพิ่มขึ้น 14% และสำหรับขั้นต่อไปคือการหาทางออกจากแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่วนปีนี้จำเป็นต้องคงตัวเลขการเติบโตให้คงที่ตลอดปี แต่ก็ยังหวังว่าการลงทุนภาคเอกชนจะกระเตื้องขึ้นด้วย เช่นกัน

ข่าวเศรษฐกิจ

นายกฯดัน ต้านคอรัปชัน ค่านิยมประจำชาติ

นายกฯดัน ต้านคอรัปชัน ค่านิยมประจำชาติ

ยึดตามกระแสพระราชดำรัสฯ เมื่อปี 2549 ชูการใช้สุจริตธรรม พร้อมหารือกับองค์กรรับผิดชอบตรวจสอบการทำงาน คาดอีก 2 สัปดาห์มีข้อมูลมาแจง เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “นายกฯตอบคำถาม”ประจำวันที่ 13 ธ.ค.2552 ผ่านเว็บไซต์นายกรัฐมนตรีไทย www.pm.go.th ในประเด็นคำถามที่ประชาชนที่ให้คะแนนมากที่สุด คือ รณรงค์เก่งต้องไม่โกง ว่า ในส่วนของการต่อต้านการทุจริตคอรัปชั่นและการสร้างค่านิยม รัฐบาลได้มีการดำเนินการใน 2 ส่วน ของรัฐบาลได้ดำเนินการสร้างค่านิยมประจำชาติ โดยยึดตามกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานเมื่อปี 2549 หากใครได้รับชมงานจุดเทียนชัยถวายพระพร และเมื่อวันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมา ก็ได้มีการปฏิญาณตนนี้ถือเป็นตัวอย่างในแง่ของสุจริตธรรม

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันรัฐบาลยังได้มีการหารือกับหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบการทุจริต คอรัปชั่นทั้งหมด ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) หรือ ที่ควรมีการจัดประชุมผู้นำองค์กร ทั้งในส่วนองค์กรอิสระ ฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ มาพูดคุยปัญหากัน คาดว่าอีก 2 สัปดาห์จะมีการนำเอาข้อมูลที่ได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริต คอรัปชั่นมาชี้แจงว่า ปัญหาในเรื่องนี้เป็นอย่างไร มีมากน้อยขนาดไหน และรัฐบาลจะได้มีการปรับแนวทางในการทำงาน เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างไรด้วย

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อถึงมาตรการการช่วยเหลือทางการเกษตร จากคำถามที่ส่งมา ระบุว่ารัฐบาลไม่ควรทำแค่การรับจำนำ หรือในแง่โครงสร้างพื้นฐาน เพื่อจัดเก็บผลผลิต หรือการจัดหาสินเชื่อให้กู้ยืมระหว่างรอการจำนำ ว่า ขอชี้แจงว่าในรัฐบาลชุดนี้การจำนำผลิตผลทางการเกษตรได้ถูกยกเลิกไปแล้ว รัฐบาลชุดนี้ได้มีการเปลี่ยนวิธีช่วยเหลือเกษตรใหม่ เป็นการประกันรายได้เกษตรกรแทน เพื่อแก้ปัญหาการรับซื้อจำนำพืชผลทางการเกษตรจำนวนมากๆ แล้วไปเก็บอยู่ในสต็อกของรัฐบาลจนนำไปสู่ปัญหาการทุจริต ขายยากต้นทุนสูง อีกทั้งยังไปตัดราคาแทรกแซงตลาด ทำลายความสามารถในการแข่งขันของสินค้า

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้ รัฐบาลกำลังทะยอยจัดการของเก่าที่เคยรับจำนำเข้ามา โดยข้าวโพด มันสำปะหลังไม่น่ามีปัญหาแล้ว อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอที่ส่งเข้ามา ได้แก่ โรงสีชุมชน รถเกี่ยวข้าว เงินลงทุนต่างๆ ก็เป็นส่วนหนึ่งนโยบายไทยเข้มแข็งอยู่แล้ว ส่วนตัวเชื่อว่าการเปลี่ยนจากการจำนำผลผลิตทางการเกษตร เป็นการประกันรายได้เกษตรกร ทำให้กลไกตลาด และบทบาทของโรงสีกลับมาเป็นปกติ จากเดิมที่ทุกคนมือแต่การจำนำผลผลิตทางการเกษตรอย่างเดียว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวตอบข้อถามเกี่ยวกับการกระจายอำนาจและโอกาสไปยังต่างจังหวัดว่า เรื่องนี้จะเห็นได้ว่ารัฐบาลได้ดำเนินการ ไปในหลายระดับ อาทิ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หรือองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และเทศบาล อย่างต่อเนื่อง ล้วนแล้วแต่มีอำนาจบริหารงานเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะบริการสาธารณะในท้องถิ่นต่างๆ ที่รัฐบาลมีการสนับสนุนด้านการเงิน และมีเงินรายได้เงินภาษีเพียงพอให้บริการ ขณะเดียวกันการกระจายความเจริญก็เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายไทยเข้มแข็ง

นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า รัฐบาลมุ่งไปที่การพัฒนาระบบคมนาคม และโครงสร้างพื้นฐานให้มีความสะดวก จะเป็นแรงจูงใจให้เอกชนเข้าไปลงทุน รวมถึงสิทธิประโยชน์ทางการลงทุน บีโอไอที่ให้การเว้นภาษีในผู้ลงทุนในที่ที่ห่างไกล มากกว่าผู้ที่ลงทุนใกล้กรุงเทพฯ ทั้งหมดนี้เป็นการกระจายความเจริญไปสู่ต่างจังหวัด เพราะขณะนี้ความกระจุกตัวเป็นปัญหา คนในต่างจังหวัดอยากเห็นการพัฒนาของท้องถิ่น เช่นเดียวกับคนกรุงเทพมหานคร ที่ต้องรับปัญหาการกระจุกตัว มลพิษ และการจราจรที่แออัดอยู่ในเมือง

ข่าวการเมือง

3 โหรหักธงเชื่อ แม้วดวงฝ่อ หมดสิทธิยิ่งใหญ่

3 โหรหักธงเชื่อ แม้วดวงฝ่อ หมดสิทธิยิ่งใหญ่

โหราจารย์ระดับประเทศ 3 คนเรียงหน้าชี้ ชี้อดีตผู้นำไม่มีสิทธิ์กลับมายิ่งใหญ่ในแผ่นดินไทยแน่นอน เตือนนายกฯ อภิสิทธิ์ มีสิทธิ์ให้ระวังการปองร้าย และไม่ควรเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ๆ หรือไปเกาะ ภายหลังหมอดููชื่อดังออกมาฟันธงดวงชะตาของอดีตผู้นำว่าจะพลิกฟื้นได้หลังวันที่ 26 เม.ย.นี้ พร้อมกับระบุด้วยว่าช่วงเดือน ม.ค. – มี.ค. 2553 จะเกิดเปลี่ยนแปลงยิ่งใหญ่นั้น สอบถามไปยังโหราจารย์ชื่อดัง 3 ท่านว่ามีความคิดเห็นอย่างไร

โดย อ.ภาณุวัฒน์ พันธุ์วิชาติกุล ซินแสชื่อดัง ซึ่งเคยทำนายดวงคุณทักษิณ ชินวัตร ตั้งแต่ปี 2546 เป็นคนแรกว่าจะไม่มีแผ่นดินจะอยู่ กล่าวไม่เห็นด้วยกับคำทำนายที่ว่าอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตรจะกลับมายิ่งใหญอีกครั้งหลัง 26 เมษายน 2553

” วิชาหมอดูเป็นวิชาที่่ว่าด้วยหลักสถิติ ซึ่งตามที่ตนคำนวนแล้วดวงคุณทักษิณ ปี 2553 นี้อายุท่านยังอยู่ในเคราะห์ ประเด็นที่ 2 ที่คือ ปีหน้าปีขาล และ ปีฉลูของคุณทักษิณ มันไม่ได้เกื้อหนุนกัน และยิ่งมาเจอเดือนเมษายนปีหน้าซึ่งเป็นเดือนที่ไม่ดีสำหรับผู้ชายด้วยมัน ยิ่งเป็นไปไม่ได้ว่าคุณทักษิณ จะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง และยิ่งทำตัววุ่นวายประชาชนที่สนับสนุนจะถอยห่าง และจะหักหลัง เพราะรู้ว่าที่สุดแล้วคุณทักษิณ ทำเพื่ออะไร ทำเพื่อประเทศชาติหรือไม ดังนั้นยิ่งเป็นไปไม่ได้ว่าจะกลับมายิ่งใหญ่ ดวงคุณทักษิณ จะเหมือนกับมากอสประธานาธิบดีฟิลิปปินส์” อ.ภาณุวัฒน์ กล่าว

ทั้ง นี้ ซินแสชื่อดัง ยังวิเคราะห์โหวงเฮ้งครั้งล่าสุดที่ได้เห็นใบหน้าและแววตาของอดีตนายกฯผ่าน ทางสื่อว่า ตอนนี้โหวงเฮ้งของท่านไม่ดีใบหน้าก็เหี่ยวๆ ตาลอยๆ ทำอะไรในสิ่งทีี่คนอื่นไม่ทำ ลักษณะเหมือนกับนายกฯ สมัคร ซึ่งตอนที่ท่านเป็นนายกฯ ตนก็เคยเตือนคุณสมัครไปว่าให้ลาออกและกลับไปดูแลสุขภาพแต่ท่านไม่เชื่อ เหมือนกับคุณทักษิณ ซึ่งตามหลักโหวงเฮ้งผู้ชายหน้าบวมๆ จะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ แต่หากเป็นผู้หญิงขาบวมจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ

สำหรับ ดวงเรื่องเศรษฐกิจของประเทศไทย ซินแซ ภานุวัฒน์ให้ความเห็นว่า ดูไบ ช็อกจะไม่ส่งผลกระทบโดยตรงมาที่ประเทศไทยมากมาย แต่ที่ดวงเศรษฐกิจของประเทศไทยไม่ดี ก็เพราะว่า ดวงของรัฐมนตรีของรัฐบาลอภิสิทธิ์ดวงตกมากกว่า

“ตอนรัฐบาลนี้เข้า มาใหม่ๆ รัฐมนตรีทั้งหมดดวงดี 24 คน ดวงตก 12 คน พอตรุษจีนผ่านไปรัฐมนตรีดวงดี 19 คน ดวงตก 17 คพอถึงกลางปีรัฐมนตรีดวงดีเหลือ 17 คนดวงตก 19 คน ตอนนี้เรียกได้ว่านายกฯ และรัฐมนตรีเร่ิมมีคนดวงไม่ดีมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งปีหน้ารัฐมนตรีจะมีคนดวงเพียง12 และดวงจะตกมากถึง 24 คน ดังนั้นถ้าไม่อยากให้รัฐบาลพัง เศรษฐกิจพังท่านนายกฯ ควรปรับรัฐบาล ไม่เช่นนั้นก็จะซ้ำรอยเหมือนกับรัฐบาลสมชาย รัฐบาลสมัคร”อ.ภาณุวัฒน์ กล่าวพร้อมกับทำนายดวงของนาย อภิสิทธิ์ เวชาชีวะด้วยว่า ดวงคุณอภิสิทธิ์อยู่ในเกณฑ์เคราะห์ร้าย ดังนั้นนับตั้งแต่วันนี้ถึงปีหน้าให้ระวังเรื่องการลอบสังหารให้ดี

ด้าน อ.เก่งกาจ จงใจพระ หมอดูชื่อดัง ให้ความคิดเห็นว่า ตอนนี้ดวงคุณทักษิณ มีดาวเสาร์มันทับลัค ซึ่งเสาร์คือพื้นดวงของคุณทักษิณมาจากวินาศมาทับลัคด้วย ซึ่งดวงท่านไม่ดีเลย นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นมา ดังนั้นเป็นไปไม่ได้ว่าคุณทักษิณจะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง แถมหน้าบ้านของท่านแต่หลังก็ตกเลขไม่ดีเลย อย่าง บ้านจันทร์ส่องหล้า อยู่บ้านเลขที่ 472 พอเอามารวมกันได้ 13 ซึ่งมันเป็นเลขไม่ดีเลย หรือมูลนิธิไทยคมก็ตกเลข 13 ตามหลักโหราศาสตร์ยอกว่า เลข 13 นี้ มันขึ้นแรงลงแรง พระเยซูก็ตายเพราะเลขนี้เหมือนกัน ดังนั้นเรื่องกลับมายิ่งใหญ่ในประเทศนี้คุณทักษิณ ลืมไปได้เลย

เมื่อถามถึงดวงเศรษฐกิจของประเทศไทย อ.เก่งกาจ กล่าวว่า ประเทศไทยมีสิทธิเศรษฐกิจพังพินาศเพราะว่าดวงเศรษฐกิจของประเทศเราไม่ดี

“ถาม ว่าดูไบ ช็อค ทำไมมันถึงพัง ตามหลักการตั้งชื่อประเทศนี้ก็ไม่ดีแล้ว เพราะว่าดูไบมันมีแต่ไบ ไม่ได้มีต้น ประเทศนี้รวยจริง แต่เมื่อประเทศไม่มีรากแล้วมันจะอยู่ได้อย่างไร มันก็ล้มลงหมด ซึ่งวิกฤตนี้อาจจะส่งผลกระทบมาถึงประเทศไทยบ้างแต่ก็น้อยมาก ซึ่งเศรษฐกิจประเทศไทยจะพังก็เพราะว่าคนในประเทศยังทะเลาะกันที่สำคัญ ปลายปีหน้าตนฟันธงได้ว่าประเทศไทยมีสิทธิ์เผชิญหน้าเหมือนกับเหตุการณ์ 14 ตุลาอีกครั้งปลายปีหน้าคนที่อยู่นอกประเทศทำให้เศรษฐกิจไทยพังพาบแน่นอน “อ.เก่งกาจ กล่าว

นอกจากนี้ อ.เก่งกาจ ยังทำนายดวงของนาย อภิสิทธิ์ เวชาชีวะด้วยว่าในดวงท่านนายกแนะนำให้ระวังตัว โดยเฉพาะการลอบสังหาร โดยเฉพาะห้ามเดินทางไปยังเกาะ แก่งๆ ต่างๆ หรือ ห้ามไปตามสถานที่ท่องเที่ยวใหม่

ส่วนอ.ภิญโญ พงศ์เจริญ นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ ให้ความเห็นว่า ขณะนี้พฤหัสย้ายราศี ดวงคุณทักษิณตอนนี้ยังไม่ดี ดาวเสาร์ทับลัคนาท่านอยู่ตามตำราบอกว่า ดวงของอดีตผู้นำจะหม่นหมอง จะเกิดเหตุใหญ่ๆ จะไม่มีแผ่นดินอยู่ และจะเสียทั้งสิ่งของและทรัพย์สิน

“แต่ที่หมอดูท่านนั้นทายว่าวัน ที่ 26 เมษายน 2553 จะมีการเปลี่ยนแปลงใหญ่ ก็เพราะว่าพฤหัสจะย้ายจากราศีกุมภ์เข้าราศีมีน ซึ่งมันก็จะเล็งลัคนาของอดีตนายกฯ ทายว่าท่านจะย้ายจากดูไบ และได้ที่อยู่ใหม่ๆ ซึ่งก็น่าจะมาอยู่ที่ประเทศกัมพูชา หรือน่าจะได้ที่อยู่ใหม่ไม่ต้องระเห็ดไปมา ในทางทิศตะวันออกเฉียงใต้” นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ กล่าว

สำหรับเรื่องดวงของเศรษฐกิจ ประเทศไทย นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ ยอมรับว่า มีเกณฑ์กระทบกระเทือนเพราะว่าตามตำราโหราสศาสตร์เสาร์เล็งกับดาวเศรษฐกิจดวง เมือง ทั้งยังเล็งดาวศุกร์ เพราะฉะนั้นปัญมันจะมีปัญหาอีกมาก ซึ่งถ้าไม่ป้องกันดีๆ อาจจะพังได้ คล้ายๆ กับวิกฤตต้มยำกุ้งเมื่อปี 2540

ทั้ง นี้ อ.ภิญโญ พงศ์เจริญ ยังทำนายดวงของนาย อภิสิทธิ์ เวชาชีวะด้วยว่า ให้ระวังอันตรายเพราะว่าดาวพฤหัสของท่านย้ายเข้าสู่ภพมรณะของคุณอภิสิทธิ์ ดังนั้นตนจึงอยากให้นายกฯ ระมัดระวังตัว เรื่องของอุบัติเหตุ เรื่องการถูกลอบสังหาร โดยเฉพาะเดือนกุมภาพันธ์- มีนาคมห้าม แนะนำว่าท่านไม่ควรเดินภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงใต้เพราะว่าจะเกิดอันตรายสุดๆ

ข่าวการเมือง

Page 1 of 212