พ.ต.ท.ทักษิณ Archive

พินทองทา มึน หุ้นตัวเดียว ถูกยึดแถมมีภาษี

พินทองทา มึน หุ้นตัวเดียว ถูกยึดแถมมีภาษี

หลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินยึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ 46,373 ล้านบาท ว่า “ความรู้สึกตอนนี้ยังเรียบเรียงไม่ถูก คุณพ่อคุณแม่ทำงานสุจริต ไม่ได้เอื้อประโยชน์แต่อย่างใด เราเห็นมาตลอดว่าคุณพ่อคุณแม่ลำบากอย่างไรมา คุณพ่ออยากทำงานเพื่อประเทศชาติ จึงเข้าการเมือง

พอมาวันนี้ครอบครัวเจอเรื่องหนักหนามาก ก็รู้สึกสงสารคุณพ่อ คุณแม่ โดยเฉพาะคุณพ่อที่มีความตั้งใจดี แต่ผลตอบแทนกลับเป็นอย่างที่ทุกคนได้เห็น เรื่องคดียอมรับว่าตอนนี้ค่อนข้างงงมาก หุ้นตัวเดียวกัน บอกว่าเป็นของคุณพ่อ โอ๊ค เอม เป็นนอมินี ไม่ใช่เจ้าของตัวจริง ก็ยึดทรัพย์ไป 4หมื่น 6 พันล้าน แต่ขณะเดียวกัน สรรพากรมาบอกว่าโอ๊ค เอม เป็นเจ้าของทรัพย์ ขายแล้วได้กำไร ก็จะขอเก็บภาษีอีกหมื่นสองพันล้าน เอมก็งงอยู่ หุ้นตัวเดียวกันทำไมมี 2 กรณีแบบนี้ และ ชื่อบัญชีของเอมทั้งหมดก็ไม่ได้คืนเลยสักบาทเดียว ถูกยึดหมดไปหมดแล้ว ยังไม่รู้จะเอาจากไหนมาจ่ายภาษีที่ว่า

เอมเป็นผู้หญิงคนหนึ่งอายุ 27 เป็นลูกสาวคนหนึ่งเหมือนทุกครอบครัว ก็หวังว่าจะตั้งใจทำงาน สืบทอดธุรกิจ หวังว่าจะมีเงินทุนตรงนี้เริ่มทำงานต่อไป พอมาวันนี้โดนตัดสินว่าโดนยึดทั้งหมด ก็ไม่เข้าใจ ผิดหวังกับสิ่งที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม ไม่ต้องห่วง ไม่ท้อแน่ๆ เพราะคุณพ่อโดนอย่างนี้ยังไม่ท้อ ก็คิดว่าจะสู้ต่อไป ประชาชนยังให้กำลังใจโดยไม่ท้อ ก็คิดว่าจะสู้ต่อไป” บุตรสาวอดีตนายกรัฐมนตรี กล่าว

ข่าวการเมือง

เทพไทแฉอีกแล้ว ที่มาท่อน้ำเลี้ยงเสื้อแดง

เทพไทแฉอีกแล้ว ที่มาท่อน้ำเลี้ยงเสื้อแดง

นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยออกมากล่าวหารัฐบาลว่าจัดตั้งมวลชนเป็นแดงขมให้ เคลื่อนไหวสร้างสถานการณ์และโยนความผิดให้กับกลุ่มคนเสื้อแดงว่า ขอปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ เพราะรัฐบาลไม่มีแนวคิดดังกล่าว และไม่มีเหตุจำเป็นอะไรที่ต้องสร้างสถานการณ์ น่าจะเป็นพรรคเพื่อไทยมากกว่าออกมาปูดข่าวในลักษณะดังกล่าว เพื่อสร้างกระแสและใช้เป็นเกราะให้กับพวกเสื้อแดงที่นิยมใช้ความรุนแรงซึ่ง พร้อมที่จะโยนความผิดให้กับรัฐบาล และตนก็ไม่รู้ความหมายของคำว่า “แดงขม” ว่าหมายถึงอะไร แต่รู้ว่า “แดงเขี้ยว”คือ แกนนำเสื้อแดงที่ชอบหักหัวคิว และอมเงินทอนของนายใหญ่

อย่างไรก็ดี เนื่องในโอกาสวันแห่งความรักและวันตรุษจีน อยากให้คนไทยทุกคนแสดงความรักต่อประเทศชาติ โดยเฉพาะ พ.ต.ท.ทักษิณ ด้วยการหยุดทำร้ายประเทศไทย เพราะประเทศชาติและเศรษฐกิจจะดีขึ้นได้ ขึ้นอยู่กับการเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะหากการเมืองไม่นิ่ง รัฐบาลก็มีความยากลำบากที่จะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น

นายเทพไท ยังกล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีตผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และในฐานะญาติผู้พี่ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภาหรือไม่ก็ลาออกเพราะมีคนไม่ชอบรัฐบาลนี้จำนวน มากว่า ขอให้พล.อ.ชัยสิทธิ์ ไปดูผลโพลต่างๆที่ประชาชนส่วนใหญ่ให้โอกาสรัฐบาลทำงานต่อไป

จึงขอถามกลับว่า สมัยรัฐบาลนอมินี ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่นายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี มีการเรียกร้องทุกภาคส่วนและมี ผบ.เหล่าทัพเรียงหน้ากดดันให้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง แต่ไม่ได้แสดงความรับผิดชอบต่อความรู้สึกและความสำนึกใดๆทั้งสิ้น ฉะนั้นการที่ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภาเพื่อแลกเปลี่ยนกับจะให้คนเสื้อ แดงยุติการเคลื่อนไหวตามที่ พล.อ.ชัยสิทธิ์บอกมานั้น ตนอยากถามว่า พล.อ.ชัยสิทธิ์ได้คุยกับแก๊ง 3 เกลอหัวกลมแล้วหรือยัง เพราะเขาเป็นหัวหน้าม็อบที่นำคนเสื้อแดงเคลื่อนไหว

เพราะหากไม่คุย ตนเองเป็นห่วงว่า พล.อ.ชัยสิทธิ์ จะเป็นนายพลอีกคนที่ถูก 3 เกลอถอนหงอก และจะถูกประณามภายหลัง ดังนั้น การที่จะออกมาพูดอะไร ต้องกลับไปเข้าแถวเป็นลูกน้อง 3 เกลอเสียก่อน

นายเทพไท กล่าวต่อว่า แม้ว่าจะมีข้อกล่าวหาว่าการใช้เงินของกลุ่มคนเสื้อแดง รัฐบาลก็ยืนยันจะให้ความเป็นธรรม โดยเฉพาะมีการร้องเรียนว่า มีการใช้เงินผ่านมูลนิธิแห่งหนึ่ง และผ่านบริษัทจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งรัฐบาลก็จะให้ความเป็นธรรมและจะไม่ไปปรักปรำ แต่หากมีข้อมูลชัดเจนว่าเป็นจริง ก็จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจัง

ข่าวการเมือง

กลุ่มเสื้อแดงเผาโลงแช่ง ผบช.ภ.5

กลุ่มเสื้อแดงเผาโลงแช่ง ผบช.ภ.5

เสื้อแดงเชียงใหม่ แห่โลงศพใส่ปลาร้า ผบช.ภ.5 เผาก่อนแม่น้ำปิง พร้อมตระโกนสาปแช่ง ขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณ โฟนอินปลุกระดมให้ต่อสู้ลบสองมาตรฐานต่อไป กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ซึ่งชุมนุมประท้วงอยู่ด้านหน้ากองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ถ.มหิดล ต.หนองหอย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน โดยนายเพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล และนางกัญญาภัค มณีจักร หรือ ดีเจอ้อม ได้ชุมนุมมีผู้มาร่วมประมาณร่วม 1,000 คน โดยยังคงมีการกล่าวโจมตี พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ.5 และมีการนำคลิปเสียงของ พล.ต.ท.สมคิด ที่เคยพูดกับกลุ่มคนเสื้อแดงว่าหากทำไม่ดีก็พร้อมที่จะเดินออกไปจากกอง บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5

นอกจากนี้ ทางกลุ่มคนเสื้อแดง ได้ทำการแห่โลงศพ ของ พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ที่มีการตั้งไว้หน้าประตูทางเข้าตำรวจภูธรภาค 5 ซึ่งการใส่ปลาร้าลงไปจนมีกลิ่นเหม็นเน่า โดยได้ทำการแห่ไปที่กลางสะพานป่าแดดข้ามแม่น้ำปิง และได้มีการนิมนต์พระครูสุเทพสิทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรือง ที่อยู่ใกล้จุดชุมนุมมาทำ พิธีเผาและเมื่อไฟลุกโชนแล้วจึงได้โยนโลงศพลงไปใน แม่น้ำปิง ท่ามกลางเสียงโห่ร้องดังก้องไปหมด

ต่อมา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โฟนอินเข้ามาหากลุ่มคนเสื้อแดงที่หน้าตำรวจภูธรภาค 5 โดยให้กำลังใจในการต่อสู้พร้อมทั้งกล่าวโจมตีการใช้สองมาตรฐานในสังคม ปัจจุบัน จึงขอให้มีการกดดันเพื่อให้สังคมเกิดความยุติธรรม และตนก็เชื่อว่าตำรวจส่วนใหญ่ เป็นคนเสื้อแดง และต้องการความเป็นธรรมเช่นกัน ซึ่งตนก็ขอฝากพี่น้องตำรวจที่มีความยุติธรรมส่วนใหญ่มาช่วยดูแลพี่น้องคนเสื้อแดง อย่าไปรับใช้ตำรวจที่ไม่ได้เรื่องบางคน จึงขอให้พี่น้องคนเสื้อแดงต่อสู้จนถึงที่สุด และรอการกลับมาของตนเพื่อมาพัฒนาบ้านเมืองอีกครั้ง ตนขอเป็นกำลังใจให้ทุกๆคน

ข่าวการเมือง

หมอลักษณ์ฟันธง ทักษิณฟื้น หลัง 26 เม.ย.

หมอลักษณ์ฟันธง ทักษิณฟื้น หลัง 26 เม.ย.

‘หมอลักษณ์’ ฟันธงดวงชะตา ‘ทักษิณ’ พลิกฟื้นหลังวันที่ 26 เม.ย. แน่นอน ลั่น หากไม่ถูก ขอให้วิบัติฉิบหายวายวอด ขณะเจ้าตัว วิดีโอลิงค์ ระบุ หากได้กลับไทยขอทดแทนบุญคุณแผ่นดิน  เมื่อเวลา 07.00น. วันที่ 28 พ.ย. ที่วัดสามพระยาวรวิหาร เขตพระนคร กทม. เครือญาติและผู้ที่ใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นำโดยนางเยาวเรศ ชินวัตร น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ น.ส.ลีลาวดี วัชโรบล อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขตพระนคร พร้อมประชาชนที่แต่งกายชุดขาว กว่า 300 คน

เข้าร่วมกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา ภายใต้ชื่อ “โครงการน้อมดวงใจรักภักดี ปฏิบัติธรรมบำเพ็ญมหากุศล” โดยในช่วงเช้าได้มีการเลี้ยงอาหารแก่ผู้ที่มร่วมงาน และ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังได้จัดทอดผ้าป่า เพื่อระดมทุนสร้างตึกสงฆ์ พร้อมได้แจกของที่ระลึกแก่ประชาชนที่มาร่วมงาน โดยเป็นรูปของ พ.ต.ท.ทักษิณ นั่งสมาธิอยู่ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ ประเทศศรีลังกา มีข้อความในรูปว่า “ผมขออนุโมทนาบุญกับท่านที่มาปฏิบัติธรรมถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มา ณ ที่นี้ด้วยครับ ลงวันที่ 28 พ.ย.” จากนั้นได้เริ่มดำเนินกิจกรรมนั่งสมาธิ และฟังพระสงฆ์บรรยาธรรม

ต่อมาเวลา 14.00 น. นายลักษณ์ เรขานิเทศ นักพยากรณ์ฟันธงชื่อดัง บรรยายแก่ผู้เข้าร่วมงานตอนหนึ่งว่า ดวงชะตาของ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้ยิ่งใหญ่ก้าวหน้าและเป็นที่พึ่งของประชาชนจำนวนมาก เป็นดวงชะตาที่แปลก เป็นเกณฑ์ที่ตายแล้วเกิดใหม่ หลายครั้งหลายครา โดยช่วงนี้ต้องระวัง เพราะจะทำให้จิตแตกหากไม่ปฏิบัติธรรมให้ดี และอาจกลายเป็นคนเบลอได้ ตั้งแต่เดือน ก.ย. ดวงชะตาของท่านจะแข็งแกร่งขึ้น แต่จากนี้ไปอีก 2 ปีอาจมีเคราะห์ถูกปองร้ายได้ โดยช่วงระหว่างวันที่ 14 ธ.ค. 2552 – 25 เม.ย. 2553 จะมีดาวพฤหัสบดี โคจรเป็นอริกับดวงชะตาของท่าน ดังนั้นต้องระวัง แต่ดวงชะตาจะพลิกฟื้นได้หลังวันที่ 26 เม.ย.นี้แน่นอน ฟันธง และในช่วงเดือน ม.ค. – มี.ค. 2553 จะเกิดเปลี่ยนแปลงยิ่งใหญ่ ขอยืนยันว่าไม่ได้เป็นการทำนายเพื่อเอาใจ หากไม่ถูกตามหลักโหราศาสตร์ที่อาจารย์สอนมาขอให้ตัวเองวิบัติฉิบหายวายวอด

จน กระทั่งเวลา 17.30 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ได้วิดีโอลิงค์เข้ามาในงาน พร้อมนำกล่าวคำถวายผ้าป่าเพื่อระดมทุนสร้างตึกสงฆ์ โดยระบุว่า ตอนนี้สบายดี แม้คิดถึงบ้านมาก และเป็นห่วงคนไทย เพราะน่าจะมีความทุกข์ มีปัญหามาก ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ สับสนวุ่นวายที่ยังหาจุดจบไม่เจอ แต่เมื่อเห็นผู้จัดงานในวันนี้รู้สึกดีใจ ขออนุโมทนาบุญ แม้ตัวไม่อยู่ แต่ยังมีตัวแทนทำบุญแทนให้ เราร่วมทำบุญด้วยกันชาติหน้าจะได้เป็นพี่เป็นน้องร่วมกัน อย่างไรก็ตาม บางครั้ง มีอารมณ์ขึ้นลง แต่หลังจากนั่งสมาธิมาก ๆ การขึ้นลงน้อยมาก บางครั้งมีความรู้สึกท้อบ้างเจ็บบ้าง แต่เมื่อนั่งสมาธิมากๆ แล้วเราก็นิ่ง แล้วคิดได้ว่าต้องอย่ายอมแพ้กับสิ่งไม่ดี กับสิ่งที่คนติฉินนินทาต้องอดทนต่อไป กรรมดีจะสนองเรา ส่วนตัวถือเป็นหนี้บุญคุณคนเสื้อแดงที่ปรารถนาดีผลักดันให้ตัวเองกลับมา หากได้กลับมาจะต้องตอบแทนพี่น้องประชาชนชน

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวอีกว่า ตนเป็นหนี้บุญคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพราะถือว่ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร ทำมาหากินในประเทศไทยจนสร้างเนื้อสร้างตัวได้ แล้วคิดว่าถึงเวลาที่จะทดแทนบุญคุณแผ่นดิน โดยการถวายความจงรักภักดีด้วย และเป็นการช่วยเหลือพี่น้องคนไทยด้วย หากได้กลับประเทศไทยจะทำหน้าที่ทดแทนบุญคุณแผ่นดิน และ ถวายความจงรักภักดีอีกครั้งหนึ่ง ที่สำคัญตนเป็นคนที่ยิ่งถ้าถูกรังแก ต้องยิ่งสู้ เพราะถ้าไม่สู้ให้ความจริง ความยุติธรรมปรากฏ เท่ากับว่าปล่อยให้สามารถจะรังแกคนที่ไม่ได้ทำอะไรผิดได้ ถ้าคนอย่างตนถูกรังแกได้ ประชาชนทั่วไปก็ถูกรังแกได้ง่าย เราต้องช่วยกันต่อสู้ให้ประเทศไทยผ่านพ้นช่วงนี้ไปให้ได้ คิดว่าไม่นานเกินรอ เพราะความจริงหนีความจริงไม่พ้น คนทำความชั่วร้ายแก่บ้านเมืองเขาคงอยู่ได้สักพักหนึ่ง เพราะอยู่บนความไม่จริง

ต่อมาพระธรรมคุณาภรณ์ เจ้าคณะภาค 14 เจ้าอาวาสวัดสามพระยา ได้สนทนากับ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า อาตมาได้ดูท่าน เวลามาออกรายการทุกวัน ดูทีวีเสื้อแดงทุกวัน รายการเสียงประชาชน เมื่อเช้าญาติโยมมาที่วัดใส่เสื้อแดงมาตำรวจก็มามากมาย ไม่รู้ตำรวจมาสงสัยอะไรกัน โดยอาตมาได้ยินคนพูดกันมาว่าวัดนี้เข้าข้างเสื้อแดง ทำไมไม่เข้าข้างเสื้อเหลืองบ้าง ความจริงแล้วอาตมามีทั้งสองสี เพราะจีวรสีเหลือง แต่หัวใจสีแดง

ทั้งนี้ พระธรรมคุณาภรณ์ ยังต้องการให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ผลักดันให้พุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ พ.ต.ท.ทักษิณ ตอบว่า ตั้งใจนำศาสนาพุทธให้เป็นศาสนาประจำชาติ ขณะนี้ได้เดินทางไปทั่วโลก เพื่อเผยแพร่พระศาสนา จริงแล้วประเทศไทยมีเสรีภาพในการนับถือศาสนา แต่ศาสนาพุทธ คือศาสนาหลักประจำชาติ อย่างไรก็ตามเมื่อถึงช่วงท้ายของพิธีกรรม พ.ต.ท.ทักษิณ ได้นำผู้เข้าร่วมกิจกรรมจุดเทียนชัยมงคล และ ปิดงานด้วยการร่วมร้องเพลงสดุดีมหาราชา และเพลงสรรเสิรญพระบารมี

ข่าวการเมือง

กต.ปัดใช้ศิวรักษ์ ล้วงตับแม้ว แม่เยี่ยมศุกร์นี้

กต.ปัดใช้ศิวรักษ์ ล้วงตับแม้ว แม่เยี่ยมศุกร์นี้

กต. ชี้ สื่อต่างชาติรายงาน วิศวกรไทย รับสารภาพเปิดเผยข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ทางการฑูตของฝ่ายไทย แค่ ตีความคลาดเคลื่อน ยัน ไม่มีการจารกรรมข้อมูลลับที่เป็นภัยต่อความมั่นคง ตามข้อกล่าวหา ขณะที่มารดา เตรียมบินไปเยี่ยม วันศุกร์นี้  นายชวนนท์ อิทรโกมาลย์สุต เลขานุการ รมว.ต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ ยืนยันกรณีสำนักข่าวต่างประเทศ รายงานโดยอ้างคำให้สัมภาษณ์ของทนายความของนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรชาวไทย ว่าได้รับสารภาพยอมรับกับเจ้าหน้าที่ของศาลกัมพูชาว่าได้เปิดเผยข้อมูล เกี่ยวกับ เที่ยวบินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้กับเจ้าหน้าที่การทูตของไทยรายหนึ่งจริง นั้น จากการตรวจสอบในล่าสุด พบว่าเป็นความเข้าใจผิดในการรายงานข่าวของสื่อ เพราะในข้อเท็จจริง นั้น นายศิวรักษ์​ได้ยืนยันว่า ไม่ได้มีการดำเนินการใด ๆ เลย ที่เป็นการผิดกฎหมายของกัมพูชา หรือหากจะมีการดำเนินการใด ๆก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นวิธีการหรือเนื้อหาก็ไม่ขัดต่อหลักกฎหมาย แต่อย่างใด ซึ่งเป็นการยืนยันในตัวอยู่แล้วว่า วิธีการนำมาซึ่งข้อมูลไม่ใช่การจารกรรม และเป็นการดำเนินหน้าที่ตามปรกติประจำวัน ส่วนหากจะมีการสอบถามข้อมูลหรือเนื้อหาใด ๆ ก็ไม่ใช่ข้อมูลที่เป็นความลับ อีกด้วย ซึ่งในประเด็นนี้ นายศิวรักษ์ ก็จะนำไปใช้ยืนยันเพื่อต่อสู้คดีในชั้นศาล แน่นอน

และเท่าที่ได้ รับรายงาน ทราบว่า ในการโทรศัพท์ประสานงานกับกระทรวงต่างประเทศ ของ นายศิวรักษ์ ในวันที่เกิดเหตุ ซึ่งการโทรศัพท์ประสานกันหลายครั้งนั้น ทราบว่า เป็นเพียงการสอบถามของนายศิวรักษ์ เรื่องจะพาแฟนไปทำพาสสปอร์ต เท่านั้น ซึ่งก็เป็นเครื่องยืนยันชัดเจนว่า เป็นการประสานงานกันตามปรกติ

ส่วน การที่ทนายความของนายศิวรักษ์​ ออกมาให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ จะมีผลต่อการต่อสู้คดี หรือไม่นั้น นายชวนนท์ กล่าวว่า คงไม่น่าจะมีผลอะไร เพราะจริง ๆ คงจะเป็นการตีความคลาดเคลื่อนของสื่อมวลชน เท่านั้น เพราะตามรายงานที่ตนเองได้รับนั้น ทั้งทนายและนายศิวรักษ์ เพียงแต่ยืนยัน ว่า ไม่ได้กระทำความผิดตามข้อกล่าวหาเรื่องการจารกรรมข้อมูลอันเป็นความลับอัน เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ อย่างไรก็ดีคงต้องมีการประสานไปยังทนายความของนายศิวรักษ์ เพื่อเพิ่มความระมัดระวังในการให้สัมภาษณ์​สื่อมวลชน แต่ในส่วนตัวเชื่อว่าทนายความคงไม่ได้มีเจตนามีจะให้เกิดผลเสียต่อคดีดัง กล่าวแต่อย่างใด ส่วนเรื่องความคืบหน้าในการประกันตัว นายศิวรักษ์ นั้น ตามกรอบกฎหมายของกัมพูชา มีกำหนดระยะเวลา 10 วัน แต่ทางกระทรวงการต่างประเทศ กำลังหาทางเพื่อเร่งรัดให้เกิดความชัดเจนโดยเร็วที่สุด

นางสิมา รักษ์ ณ นครพนม แม่ของนายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศวกรไทยที่ถูกจับกุมในกัมพูชา ซึ่งถูกกล่าวหาว่าจารกรรมข้อมูลการบินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้รับการประสานจาก น.ส.มธุรพจนา อิทธะรงค์ รองอธิบดีกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ ทางกระทรวงการต่างประเทศ มาแล้วว่า น่าจะสามารถเดินทางไปเยี่ยมบุตรชาย ได้ในวันศุกร์ที่ 27 พ.ย.2552 นี้ ส่วนเวลาที่ชัดเจน นั้น คาดว่าในช่วงเย็นวันนี้หลังเสร็จสิ้นการเดินทางไปประเทศกัมพูชา จะได้รับการประสานเพื่อแจ้งให้ทราบอีกครั้งโดยในขณะนี้ทางกระทรวงการต่าง ประเทศได้เดินเรื่องลาพักให้ตนเอง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางเอาไว้แล้ว ซึ่งโดยส่วนตัว หลังได้รับความชัดเจนในเรื่องที่จะเดินทางไปเยี่ยมบุตร ก็รู้สึกใจชื้นและคลายกังวลเรื่องความปลอดภัยของบุตรชายไปได้เยอะ

ส่วน การที่สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าวว่า นายศิวรักษ์ยอมรับกับเจ้าหน้าที่ของศาลกัมพูชาว่าได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับ เที่ยวบินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้กับเจ้าหน้าที่การทูตของไทยรายหนึ่งจริง เพราะเจ้าหน้าที่รายนั้นถามถึงเรื่องนี้ในทันทีที่เครื่องบินเจ็ทส่วนตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณลงจอดที่สนามบินทหารในท่าอากาศยานนานาชาติกัมพูชา นั้น โดยส่วนตัวก็ได้รับฟังจากสื่อมวลชนเท่านั้น แต่เท่าที่ได้ดูในรายงาน โดยส่วนตัวมีความเห็นว่า บุตรชายของตนเอง ไม่ได้ให้ร้ายฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดซึ่งก็ถือเป็นเรื่องที่ดี

อย่างไรก็ดี นายชโลทร เผ่าวิบูล อุปทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ ยอมรับว่า ยังไม่ได้รับการยืนยันจากทางกัมพูชาว่า จะให้นางสิมารักษ์ ได้มีโอกาสเข้าเยี่ยม นายศิวรักษ์ ได้ในวันที่ 27 พ.ย. นี้ หรือไม่ เนื่องจากภายหลังได้ยื่นคำร้องไปถึงกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 พ.ย. ที่ผ่านมานั้น ยังไม่ได้รับการตอบรับใด ๆ จากทางฝ่ายกัมพูชา และแม้ว่าตนเองจะได้พยายามโทรศัพท์ ไปติดต่อสอบถามถึงความคืบหน้าในทุก ๆ วัน จนถึงขณะนี้ ก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน จากทางฝ่ายกัมพูชา แต่อย่างใด

ข่าวการเมือง

รุ่น 10 ปัด บึ้มพธม. ยังปึ้กแม้ว ไม่ถอดใจลา พท.

รุ่น 10 ปัด บึ้มพธม. ยังปึ้กแม้ว ไม่ถอดใจลา พท.

ตท.10 ปัดเชื่อมโยงปาระเบิดเวทีพันธมิตร เชื่อฝ่ายตรงข้ามหวังดิสเครดิตทางการเมือง ยันสัมพันธ์ยังแนบแน่น พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีใครถอดใจลาเพื่อไทย หลังอดีตนายกรัฐมนตรีโดนโจมตีเรื่องทรยศชาติและจาบจ้วงเบื้องสูง พล.อ.อ.สุเมธ โพธิ์มณี เพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร รุ่น 10 ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์ ยืนยัน กลุ่มเตรียมทหารรุ่น 10 ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุคนร้ายขว้างระเบิดใส่หลังเวทีกลุ่มพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย

พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า เหตุที่มีผู้พยายามผูกโยงให้เรื่องดังกล่าว ให้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ กลุ่มเตรียมทหารรุ่น 10 ก็เพื่อหวังดิสเครดิตทางการเมือง ภายหลังมีการแห่ตบเท้าเข้าสมัครพรรคเพื่อไทย และเท่าที่ตนสอบถามไปทางเพื่อน ๆ ก็ไม่พบว่า จะเกิดความหวั่นไหว กับแรงกดดันทางการเมือง ทั้งจากเรื่อง ที่มีการกล่าวหาว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ทรยศชาติ จากการเข้าไปทำหน้าที่ที่ปรึกษาให้ กับ นายกรัฐมนตรีฮุนเซน ของกัมพูชา หรือ เรื่องมีการกล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณ จาบจ้วงเบื้องสูง จากการให้สัมภาษณ์ ไทม์ ออนไลน์ จนถอดใจจะขอลาออกจากพรรคเพื่อไทย ตามที่มีกระแสข่าว ออกมาก่อนหน้านี้ เพราะทุกคนต่างก็ทราบดีว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเพียงเกมการเมืองของฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น

อีก ทั้งที่ผ่านมา พวกตนเอง ต่างก็เคยผ่านสมรภูมิน้อยใหญ่ตามชายแดนที่ถูกกดดันจากฝ่ายตรงข้ามมามากกว่า นี้ก็ยังไม่เคยหวั่นไหว เพราะฉะนั้น เรื่องเพียงแค่นี้ ไม่มีทางที่จะทำอะไรพวกตนเองได้อย่างแน่นอน
และนอกจากนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ทุกคนต่างก็มีเจตนาที่จะเข้ามาทำงานเพื่อบ้านเพื่อเมือง ไม่ได้หวังจะได้ผลประโยชน์ตอบแทนทางการเมือง จึงไม่รู้สึกวิตกว่า เรื่องดังกล่าวจะทำให้เกิดแรงกดดันได้แต่อย่างใด

ส่วนเหตุที่เกิด ขึ้นกับกลุ่มพันธมิตร นั้น โดยส่วนตัวมองว่า น่าจะเป็นฝีมือพวกมือสมัครเล่น ที่คึกคะนอง และหวังก่อกวนธรรมดามากกว่าที่จะเป็นฝีมือของกลุ่มคนมีสี เพราะหากเป็นการกระทำของกลุ่มผู้ที่มีความชำนาญการใช้อาวุธ และโดยเฉพาะหากอาวุธที่ก่อเหตุ เป็นปืน เอ็ม 79 จริง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะมีความรุนแรงและมีความสูญเสียมากกว่านี้ แน่นอน

ด้าน ประเด็นปัญหาเรื่องที่ฝ่ายกัมพูชา จับกุมตัว นายศิวรักษ์ โชติพงษ์ วิศวกรชาวไทย ในข้อหาโจรกรรมข้อมูลตารางการบิน ของ พ.ต.ท.ทักษิณ​ นั้น พล.อ.อ.สุเมธ กล่าวว่า โดยส่วนตัวสนับสนุนให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้ามามีส่วนในการให้ความช่วยเหลือ เพราะอย่างไรก็เป็นคนไทยเหมือนกัน แต่ส่วน พ.ต.ท.ทักษิณ จะคิดเห็นอย่างไรนั้น ตนเองยังไม่ทราบเพราะยังไม่เคยได้มีโอกาศหารือกันในเรื่องดังกล่าว ส่วนหากเมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ตัดสินใจช่วยเหลือแล้ว การโทรศัพท์สายตรงถึง นายกรัฐมนตรีฮุนเซน จะช่วยให้มีการปล่อยตัว นายศิวรักษ์ ได้หรือไม่นั้น พล.อ.อ.สุเมธ กล่าวว่า ตนเองยังไม่รู้ข้อเท็จจริงว่า นายศิวรักษ์ มีความผิดในเรื่องใด จึงยังทำให้ไม่อาจคาดเดาได้ว่าทั้งสองฝ่ายจะยอมกันได้หรือไม่

ส่วน ประเด็นเรื่องที่มีการ ย้ายฝูงบินรบเอฟ 16 จากกองบินโคราช มาซุ่มอยู่ที่สนามบินอู่ตะเภา ในช่วงที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางไปยังประเทศกัมพูชา ซึ่งหลายฝ่ายมองว่า เป็นการเตรียมการไว้เพื่อไล่จับกุม พ.ต.ท.ทักษิณ ในกรณีที่บินผ่านน่านฟ้า ไทย นั้น พล.อ.อ.สุเมธ กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องที่มีอะไรน่าแปลกใจ เพราะโดยปรกติฝูงบิน เอฟ 16 ก็มีการบินไปฝึกซ้อมรบ ในหลาย ๆ พื้นที่ของประเทศไทยอยู่แล้ว แต่เจตนาของรัฐบาล จะเป็นอย่างไรนั้น ตนเองไม่ทราบ อย่างไรก็ดี ในช่วงที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางออกจากประเทศกัมพูชา นั้น ก็ไม่ได้มีการบินผ่านน่านฟ้าของไทย ส่วนจุดหมายปลายทางในท้ายที่สุด จะอยู่ที่กรุงดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์หรือไม่นั้น ตนเองไม่ทราบเพราะยังไม่ได้มีโอกาศคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ

ข่าวการเมือง