พรรคเพื่อไทย Archive

บิ๊กจิ๋ว บอกไม่เคยพูด เรื่องขอเข้าเฝ้า

บิ๊กจิ๋ว บอกไม่เคยพูด เรื่องขอเข้าเฝ้า

19 เม.ย. พล.ท.พิรัช สวามิวัศดุ์ นายทหารคนสนิทของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ สมาชิกพรรคเพื่อไทย และอดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวปฏิเสธกรณีที่มีข่าวว่า พล.อ.ชวลิต ระบุว่า จะทำเรื่องขอเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่า พล.อ.ชวลิตไม่ได้ระบุว่าจะทำหนังสือขอเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่ตอนช่วงท้ายมีผู้สื่อข่าวถาม พล.อ.ชวลิตว่า เรื่องนี้จะทำหนังสือถึงสำนักพระราชวังหรือไม่ ซึ่งพล.อ.ชวลิตไม่ได้ตอบ และเดินเลี่ยงออกไป พอข่าวออกมาแบบนี้ก็รู้สึกตกใจว่า ข่าวมันทำไมไปแบบนี้ ตนขอยืนยันว่าพล.อ.ชวลิต ไม่เคยระบุว่าจะต้องทำเรื่องขอเข้าเฝ้าเลย เพียงแต่บอกว่าจะขอพึ่งพระบารมีพระองค์ท่าน แต่ไม่ได้จะไปขอเข้าเฝ้า

พล.อ.ชวลิต ท่านก็ไม่สบายใจที่สังคมมันตีกลับมาแบบนี้ ท่านแค่พูดว่าจะขอพระพึ่งพระบารมี แต่ข่าวไปออกว่าจะทำเรื่องขอเข้าเฝ้า ถือเป็นการเข้าใจที่คลาดเคลื่อน และศอฉ.ก็เอามาบิดเบือนไปอีก ยืนยันท่านไม่ได้พูดว่าจะเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อย่างไรก็ตาม สื่อมวลชนคงต้องนำเทปที่ท่านพูดมาแกะให้ละเอียดก็จะทราบ เพื่อสร้างความเข้าใจกับสังคม พล.อ.ชวลิต จึงสั่งให้ทีมงานเตรียมทำวีซีดีที่ท่านให้สัมภาษณ์ในเรื่องนี้ออกมาแจกจ่าย ให้กับสังคมได้ทราบถึงข้อเท็จจิงในเรื่องดังกล่าว” พล.ท.พิรัชกล่าว

เมื่อถามว่า นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี จะออกมาแถลงข่าวตอบโต้เรื่องดังกล่าวในวันที่20 เม.ย. พล.ท.พิรัช กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ก็เป็นแบบนี้ อยากจะพูดอะไรก็พูดไป แต่ พล.อ.ชวลิตคงไม่ต้องไปทำความเข้าใจ แต่อาจจะเอาซีดีที่ทำ ไปแจกให้พรรคประชาธิปัตย์ ตอนนี้ตนทราบว่าสังคมไม่สบายใจในเรื่องดังกล่าว ซึ่งสังคมตอนนี้หากต้องการจะทำร้ายผู้หลักผู้ใหญ่หรือใครก็ตาม ก็จะต้องนำเรื่องความไม่จงรักภักดีมาทำลายกัน เพราะเรื่องนี้จะทำให้คนเสียหายได้เร็วที่สุด ถือเป็นวิธีการทำลายทางการเมือง ส่วนจะต้องให้พล.อ.ชวลิตออกมาชี้แจงในเรื่องดังกล่าวอีกหรือไม่ พล.ท.พิรัชกล่าวว่า คงไม่ต้องออกมาชี้แจง แต่จะทำซีดีแจก

ข่าวการเมือง

เสื้อแดงคึกคัก เจาะเลือด ใช้เททำเนียบ

เสื้อแดงคึกคัก เจาะเลือด ใช้เททำเนียบ

เสื้อแดงคึกคักดีเดย์เจาะเลือดล้านซีซีเทรอบทำเนียบ 3 เกลอประเดิมผู้ชุมนุมเฮลั่น มีอดีตหมอ รพ.ศรีนครินทร์กับหมอ ส.ส.พรรคเพื่อไทยคุม มั่นใจได้ตามเป้า ขอบคุณแม้วทวิตห่วงใย วัน ที่ 16 มี.ค. บริเวณสะพานผ่านฟ้าฯ ข้างเวทีการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง นายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำได้นำเจาะเลือดบริจาคสำหรับใช้เทบริเวณทำเนียบรัฐบาลตามมาตรการเพิ่ม แรงกดดันนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้ยุบสภาผู้แทนราษฎร จากนั้นนายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นพ.เหวงโตจิราการ และแกนนำเสื้อแดงคนอื่นๆ ได้ทยอยร่วมบริจาคเลือดท่ามกลางเสียงโห่ร้องและเสียงปรบมือของผู้เข้าร่วม ชุมนุมเป็นระยะ

ขณะเดียวกันการบริจาคเลือดของกลุ่มคนเสื้อแดงใน ครั้งนี้ มีสื่อมวลชนทั้งไทย และต่างประเทศเข้าร่วมสังเกตการณ์จำนวนมาก ส่วนผู้ชุมนุมทยอยต่อคิวบริจาคเลือดจนแถวยาวเหยียด นอกจากนั้น ยังมี ส.ส.และสมาชิกพรรคเพื่อไทยได้เข้าร่วมการบริจาคเลือดด้วยเช่นกัน

สำหรับขั้นตอนการบริจาคเลือด เริ่มต้นด้วยการลงชื่อ จากนั้น ทีมแพทย์นำโดย นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ อดีตผู้อำนวยการศูนย์หัวใจสิริกิติ์ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ จ.ขอนแก่น และ นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ดำเนินกระบวนการเจาะเลือด ร่วมกับแพทย์และพยาบาลรวมกว่า 30 คนจากหลายโรงพยาบาล ใช้เวลารายละประมาณ 3-5 นาที ส่วนเลือดที่ได้มีการจัดเก็บตามมาตรฐาน

ก่อนหน้านี้ นายณัฐวุฒิ กล่าวบนเวทีปราศรัยว่า ขอรับบริจาคเลือดจากกลุ่มผู้ชุมนุมสำหรับทาแผ่นดิน โดยขอทำความเข้าใจว่าวิธีการทุกอย่างเป็นสันติวิธีไม่ใช่ป่าเถื่อน ดำเนินการจนถึง 18.00 น. มั่นใจว่าจะได้รับการบริจาคเลือดตามเป้าหมาย 1 ล้านซีซี ยืนยันอุปกรณ์ใหม่ มาตรฐานและปลอดภัย

ข่าวการเมือง

14 มีนา “Red war day” จับตาให้ดี

14 มีนา “Red war day” จับตาให้ดี

ความเคลื่อนไหวกลุ่มเสื้อแดง

-นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เรียกร้องรัฐบาลให้ทบทวนการส่งคนติดตามความเคลื่อนไหวแกนนำกลุ่มเสื้อแดงและ สมาชิกพรรคเกรงทำให้ความขัดแย้งเพิ่มขึ้น

-ม็อบเตรียมเคลื่อนไหว 12 มี.ค. นัดรวมตัวกันที่จุดนัดพบในแต่ละภูมิภาค ก่อนเดินทางเข้ากรุงเทพฯ

-นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำเสื้อแดง แฉแผนสกัดผู้ร่วมชุมนุมที่อำเภอวังน้อย – สั่งปั๊มลดขายน้ำมัน พร้อมประกาศไม่หวั่นรัฐประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ชี้เป็นเหตุผลอ้างใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

- พระครูปลัดสุวัฒนจริยคุณ เลขาธิการองค์กรชาวพุทธแห่งประเทศไทย ขู่หากรัฐบาลยังไม่แจงกรณีแบล็คลิสต์ พระสงฆ์ภาคอีสาน-เหนือ กว่า 10,000 รูป เตรียมเดินทางชุมนุมใหญ่ แต่ยันไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเสื้อแดง

-ตำรวจปราบจลาจลกว่า 500 นาย สกัดเสื้อแดงโคราช หลังรวมตัวชุมนุมขับไล่ “ป๋าเปรม” ที่เดินทางไปร่วมงานพระราชทานเพลิงศพอดีตนายทหารคนสนิท ที่วัดสุทัศน์จินดา อ.เมือง จ.นครราชสีมา

-แกนนำเสื้อแดงจังหวัดสตูล จัดงานเลี้ยงน้ำชา หาเงินเดินทางร่วมสมทบม็อบกรุงเทพฯ ยืนยันจะไม่ใช้ความรุนแรง

-กลุ่มเสื้อแดงจังหวัดนครศรีธรรมราชกว่า 300 คน ร่วมแต่งชุดนักรบศรีวิชัย ทำพิธีบวงสรวงศาลพ่อตาขาว ขอให้การชุมนุมใหญ่ที่กรุงเทพฯสำเร็จ

-พรรคเพื่อไทยตั้งวอร์รูม ติดตามสถานการณ์-ตรวจสอบการบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาล พร้อมเตรียมช่วยเหลือผู้ชุมนุม หากไม่ได้รับความเป็นธรรม

-ล่าสุดศาลอนุญาตให้ประกันตัว “เสธ.แดง” กับพวก ส่วน “อ.เคทอง” ศาลไม่ให้ประกันตัว หวั่นก่อเหตุร้าย

ข่าวการเมือง

เทพไทแฉอีกแล้ว ที่มาท่อน้ำเลี้ยงเสื้อแดง

เทพไทแฉอีกแล้ว ที่มาท่อน้ำเลี้ยงเสื้อแดง

นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยออกมากล่าวหารัฐบาลว่าจัดตั้งมวลชนเป็นแดงขมให้ เคลื่อนไหวสร้างสถานการณ์และโยนความผิดให้กับกลุ่มคนเสื้อแดงว่า ขอปฏิเสธข้อกล่าวหานี้ เพราะรัฐบาลไม่มีแนวคิดดังกล่าว และไม่มีเหตุจำเป็นอะไรที่ต้องสร้างสถานการณ์ น่าจะเป็นพรรคเพื่อไทยมากกว่าออกมาปูดข่าวในลักษณะดังกล่าว เพื่อสร้างกระแสและใช้เป็นเกราะให้กับพวกเสื้อแดงที่นิยมใช้ความรุนแรงซึ่ง พร้อมที่จะโยนความผิดให้กับรัฐบาล และตนก็ไม่รู้ความหมายของคำว่า “แดงขม” ว่าหมายถึงอะไร แต่รู้ว่า “แดงเขี้ยว”คือ แกนนำเสื้อแดงที่ชอบหักหัวคิว และอมเงินทอนของนายใหญ่

อย่างไรก็ดี เนื่องในโอกาสวันแห่งความรักและวันตรุษจีน อยากให้คนไทยทุกคนแสดงความรักต่อประเทศชาติ โดยเฉพาะ พ.ต.ท.ทักษิณ ด้วยการหยุดทำร้ายประเทศไทย เพราะประเทศชาติและเศรษฐกิจจะดีขึ้นได้ ขึ้นอยู่กับการเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะหากการเมืองไม่นิ่ง รัฐบาลก็มีความยากลำบากที่จะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น

นายเทพไท ยังกล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ชัยสิทธิ์ ชินวัตร อดีตผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) และในฐานะญาติผู้พี่ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภาหรือไม่ก็ลาออกเพราะมีคนไม่ชอบรัฐบาลนี้จำนวน มากว่า ขอให้พล.อ.ชัยสิทธิ์ ไปดูผลโพลต่างๆที่ประชาชนส่วนใหญ่ให้โอกาสรัฐบาลทำงานต่อไป

จึงขอถามกลับว่า สมัยรัฐบาลนอมินี ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่นายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี มีการเรียกร้องทุกภาคส่วนและมี ผบ.เหล่าทัพเรียงหน้ากดดันให้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง แต่ไม่ได้แสดงความรับผิดชอบต่อความรู้สึกและความสำนึกใดๆทั้งสิ้น ฉะนั้นการที่ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภาเพื่อแลกเปลี่ยนกับจะให้คนเสื้อ แดงยุติการเคลื่อนไหวตามที่ พล.อ.ชัยสิทธิ์บอกมานั้น ตนอยากถามว่า พล.อ.ชัยสิทธิ์ได้คุยกับแก๊ง 3 เกลอหัวกลมแล้วหรือยัง เพราะเขาเป็นหัวหน้าม็อบที่นำคนเสื้อแดงเคลื่อนไหว

เพราะหากไม่คุย ตนเองเป็นห่วงว่า พล.อ.ชัยสิทธิ์ จะเป็นนายพลอีกคนที่ถูก 3 เกลอถอนหงอก และจะถูกประณามภายหลัง ดังนั้น การที่จะออกมาพูดอะไร ต้องกลับไปเข้าแถวเป็นลูกน้อง 3 เกลอเสียก่อน

นายเทพไท กล่าวต่อว่า แม้ว่าจะมีข้อกล่าวหาว่าการใช้เงินของกลุ่มคนเสื้อแดง รัฐบาลก็ยืนยันจะให้ความเป็นธรรม โดยเฉพาะมีการร้องเรียนว่า มีการใช้เงินผ่านมูลนิธิแห่งหนึ่ง และผ่านบริษัทจำหน่ายอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งรัฐบาลก็จะให้ความเป็นธรรมและจะไม่ไปปรักปรำ แต่หากมีข้อมูลชัดเจนว่าเป็นจริง ก็จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจัง

ข่าวการเมือง

จิ๋วดับเครื่องชน ป๋า เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด เกมนี้เพื่อใคร

จิ๋วดับเครื่องชน ป๋า เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด เกมนี้เพื่อใคร

ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าในอดีตนั้น บิ๊กจิ๋วได้ชื่อเป็นนายทหารลูกรักป๋า เพราะทำผลงานเข้าตาทั้งเรื่องนโยบาย 66/2523 ดึงให้พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยออกจากป่าเข้าสู่เมืองเพื่อร่วมพัฒนา ชาติไทยริเริ่มโครงการอีสานเขียว และโครงการฮารับบันลารูดับไฟใต้

จน ถึง เมื่อคราวที่ พล.อ.เปรม หักกับ พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก พล.อ.เปรม จึงได้ผลักดันขุนพลข้างกาย อย่าง พล.อ.ชวลิต ขึ้นเป็น ผู้บัญชาการทหารบกคนใหม่ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้บิ๊กจิ๋ว ขยายบารมีวางรากฐานไปสู่การกระโดดลงสู่ถนนการเมือง จนสามารถก้าวขึ้นสู่การนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ในท้ายที่สุด

หรือ แม้แต่เมื่อครั้งรวมพลัง ” ทหารแก่ไม่เคยตาย ” ที่เจ้าตัวโดนกระทุ้งหนักๆว่า บ้านเมืองกำลังย่ำแย่ยังทนอยู่เฉยอยู่ได้ยังไง ยังต้องลุกขึ้นมาร่วมสวมชุดทหารแสดงพลังสู้กับคนไกล เมื่อครั้งก่อนเกิดเหตุการณ์ 19 ก.ย.49 เมื่อสายสัมพันธ์ที่มีต่อกัน มายาวนานนี้ทำให้ไม่น่าแปลกใจเลยว่า บรรดาคนใกล้ชิด โดยเฉพาะนายทหารลูกป๋า จึงพยายามออกมาหย่าศึก ไม่ให้ลุกลามบานปลายไปมากกว่านี้ เพราะหากยิ่งสองเสือเปิดศึกใส่กันมากเท่าใด ฝ่ายคนจรัลสนิทวงศ์ที่เคยถึงขั้นไปนั่งปอกมะม่วงให้บิ๊กจิ๋วกินกับข้าว เหนียวถึงบ้านปิ่นประภาคม มาแล้ว ก็ยิ่งกระหยิ่มยิ้มย่องกันไปเท่านั้น

เห็น ได้จากเมื่อลองไปถามอดีตนายพลผู้ใกล้ชิดคนบ้านจรัลสนิทวงศ์เพราะอยากลองฟัง ความเห็นเรื่องนี้หน่อย ถึงกับออกปากหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ก่อนพูดเพียงไม่รู้สิเห็นเค้าเคยรับใช้กันมาก่อนแต่ไปทำอีท่าไหนกันล่ะถึง ได้เป็นอย่างนี้ได้ ด้าน พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป หัวหน้าสำนักงานประธานองคมนตรี คนใกล้ชิด พล.อ.เปรม และมีความสนิทชิดเชื้อกับบิ๊กจิ๋ว ที่มักจะทำหน้าที่เป็นโอเปอร์เรเตอร์ต่อสายเชื่อมสัมพันธ์ให้ทั้งสองคนอยู่ บ่อย ๆ ออกมาห้ามทัพเป็นคนแรก โดยกล่าวว่า ” เรื่องนี้ขอให้จบได้แล้ว เอาเป็นว่าเรื่องนี้มีความเข้าใจผิดกัน อย่าไปสาวความกันอีกเลย ขอให้จบได้แล้ว บ้านเมืองจะได้เดินต่อไปได้ ” พร้อมสำทับว่า พล.อ.เปรม ไม่มีอะไร หลังอ่านบทสัมภาษณ์โต้กลับของ บิ๊กจิ๋ว อีกด้วย

ทีนี้ ลองมาส่องพลังทางทหารของพรรคเพื่อไทย หลัง บิ๊กจิ๋ว และนายทหารเตรียมรุ่น 10 ล็อตใหญ่ มาเสริมกำลังกับ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี จะเห็นได้ว่าคอนเนกชั่นระดับนี้ ย่อมไม่ธรรมดาแน่นอน เพราะคนอย่าง บิ๊กจิ๋ว และ พล.อ.พัลลภ สามารถต่อสายตรงถึงบรรดานายทหารน้อยใหญ่ในกองทัพได้จำนวนมาก ยิ่งเมื่อมาบวกกับพลังทางการเงินของนายใหญ่แล้ว ยิ่งทำให้พลังดูดระดับนี้น่ากลัวไม่น้อย

ต้องไม่ลืมว่าในช่วงที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็น นายกรัฐมนตรี นั้น แม้เจ้าตัวจะไม่ค่อยสัมพันธ์กับนายทหารน้อยใหญ่เว้นเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 10 และ ขุมกำลังสำคัญในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่การเดินหน้าสร้างขุมพลังของตัวเองผ่านเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 10 จนสามารถบีบขุนทหารมาล้อมหน้าล้อมหลังจนสามารถสร้างแรงกระเพื่อมในกองทัพ ซึ่งแต่ไหนแต่ไรมักจะขึ้นตรงต่อสี่เสาเทเวศร์

หากยังจำกันได้ ช่วง พ.ต.ท.ทักษิณ สั่งเด้ง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ คนสายตรงเข้มข้นจากบ้านสี่เสาจากผู้บัญชาการทหารบกไปแขวนบนหิ้งในตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด ด้วยวลีคลาสสิก ” พี่จะปฎิวัติผมหรือ ” พล.อ.สุรยุทธ์ ในฐานะผู้บังคับบัญชาโดยตรงออกคำเตือนไปยัง บรรดา นายทหารเตรียมรุ่น 10 ที่ในขณะนั้นคุมขุมกำลังหลักของกองทัพปิดล็อกการปฎิวัติได้เ กือบทั้งหมด ไม่ให้ออกมาเคลื่อนไหวยุ่งเกี่ยวทางการเมืองแต่เพียงคล้อยหลัง บรรดานายทหารเหล่านั้นกลับตบเท้าไปให้กำลังใจ พ.ต.ท.ทักษิณ ทันที

ต้องคอยจับตาดูกันไปว่า พรรคเพื่อไทยขุมกำลังนายใหญ่จะสามารถเดินเกมดูดขุนทหารมาเป็นพวกกันได้มาก น้อยเพียงใดเพราะการประเดิมเปิดตัวขุนทหารเตรียมรุ่น 10 เข้าสังกัดกว่า 49 คนนั้น ไม่น่าถือเป็นเรื่องที่น่าตื่นตกใจนักเพราะนายทหารที่มาร่วมนั้นส่วนใหญ่ถูก พิษการเมืองเด้งไปอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ได้คุมขุมกำลังหลักของกองทัพ หรือไม่ก็เกษียณอายุราชการไปแล้ว

ที่น่าสังเกตคือไร้เงาขุนทหาร เตรียมรุ่น 10 ที่ถือเป็นระดับแกนนำ เช่น พล.อ.พรชัย กรานเลิศคนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เคยวางตัวให้เป็นผู้บัญชาการทหารบกหรือ พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัตรวมทั้ง พล.ท.พฤณฑ์ สุวรรณทัต และ พล.ท.ศานิต พรหมมาศ ที่เคยคุมขุมกำลังป้องกันการปฎิวัติกลับไม่มาปรากฎตัวสมัครเข้าพรรคเพื่อไทย เพื่อเปิดหน้าเล่นการเมืองบนดินแต่อย่างใด

ขณะที่การเปิดเกม รุกทางการเมืองหลังบิ๊กจิ๋วเข้าทำหน้าที่เป็นประธานพรรคเพื่อไทย ยกแรกได้สร้างเสียงฮือฮาเป็นอย่างยิ่งเมื่อเจ้าตัวพร้อมนายทหารคนสนิทตัดสิน ใจเดินทางไปพบกับนายกรัฐมนตรีฮุนเซน ของกัมพูชาของแสลงรัฐบาลไทยชุดปัจจุบัน ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า กำลังหงุดหงิดกับท่าทีของรัฐบาลไทย เรื่องประเด็นปัญหาเรื่องชายแดนเขาพระวิหาร และประเด็นผลประโยชน์ทางทะเลทั้งแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย จนถึงกับออกมาแสดงอาการไม่พอใจผ่านสื่อต่างประเทศครั้งแล้วครั้งเล่า แม้กระทั่งก่อนหน้าที่จะมีการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนเพียงวันเดียว จนมีเสียงไล่หลังจากกระทรวงต่างประเทศไทยเตือนบิ๊กจิ๋วไม่ใหเปิดเผยข้อมูล ลับของทางราชการ รวมทั้งไม่ให้ไปพูดถึงเรื่องข้อมูลใด ๆ ที่อาจจะไม่ตรงกับข้อมูลของกระทรวงการต่างประเทศ ให้ผู้นำกัมพูชาเข้าใจผิด พร้อมกับย้ำว่าคำพูดของบิ๊กจิ๋วไม่มีภาระผูกพันใด ๆ กับ รัฐบาล

แต่ ดูเหมือนเสียงเตือนจากกระทรวงต่างประเทศ จะไร้ผลเพราะเมื่อ พล.อ.ชวลิต เดินทางกลับ ได้มีการแถลงถึงผลการเข้าพบกับผู้นำกัมพูชา โดยย้ำถึงความสนิมสนมระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณ และ นายกรัฐมนตรีฮุนเซน ผ่านสื่ออย่างโจ่งแจ้ง โดยระบุว่า ” ผู้นำกัมพูชา มีความสัมพันธ์กับ อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะเพื่อน มีความรักความผูกพันกันมาตั้งแต่ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนักธุรกิจจนกระทั่งลงมาเล่นการเมืองก่อนก้าวเป็นนายกรัฐมนตรี ความสัมพันธ์ของทั้งสองยังผูกพันเหมือนเดิมทุกอย่าง ในฐานะเพื่อนมีความรู้สึกว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้รับความเป็นธรรมทางการเมือง ประสบเคราะห์กรรม แต่นายกฯฮุนเซน กับ ทักษิณก็ยังเป็นเพื่อนกัน ในฐานะที่ทำประโยชน์ให้ประเทศมานาน แต่ทำไมวันนี้ถึงไม่มีแผ่นดินจะอยู่ มีความรู้สึกเจ็บปวดในเรื่องนี้ ทั้งที่ไม่ได้เป็นคนไทย ตนเองและคนในครอบครัวได้รับรู้เรื่องนี้ ภรรยาถึงกับร้องไห้ และจะสร้างบ้านให้ พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ในกรุงพนมเปญ ในฐานะเพื่อน อย่างมีเกียรติ ”

พร้อมกับได้มีการเผยแพร่ภาพวีที อาร์ ที่แสดงถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดชนิดโอบกอดกันอย่างรักใคร่ ของเพื่อนรักระหว่าง บิ๊กจิ๋ว และ นายกรัฐมนตรีฮุนเซน รวมทั้งภาพที่ บิ๊กจิ๋ว โทรศัพท์สายตรงถึง พ.ต.ท.ทักษิณ เล่ารายละเอียดการเข้าพบกับผู้นำกัมพูชาผ่านสื่อมวลชนอย่างเอิกเกริก ชนิดไม่เกรงใจรัฐบาลที่กำลังมีภาพลบเรื่องความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านอยู่ แม้แต่น้อย

อย่างไรก็ดีเป็นที่น่าสังเกตุว่าภาระกิจที่บิ๊กจิ๋ว ได้รับมอบหมายทั้งในเรื่อง การบินไปพบกับผู้นำกัมพูชาและในอนาคตจะต้องบินไปพบกับผู้นำพม่า ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นของแสลงของรัฐบาลไทยชุดปัจจุบัน และยังสุ่มเสี่ยงต่ออันตรายสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ นั้น ไม่ต่างจากที่ พล.อ.พัลลภ เคยได้รับการทดสอบเรื่องความจริงใจช่วงพลิกขั้วมาร่วมด้วยใหม่ ๆ เพราะ พล.อ.พัลลภ ก็ถูกบททดสอบให้ออกมาเปิดเผยเรื่องเบื้องหลังการปฎิวัติ ในช่วงที่นายใหญ่ กำลังเดินหน้าผลักดันกลุ่มเสื้อแดงเต็มสูบ ในช่วงก่อนเหตุการณ์สงกรานต์เลือด เพื่อหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ เช่นกัน

แต่ สิ่งหนึ่งที่น่าสังเกตุอีกเช่นกันก็คือ การออกมาแถลงของบิ๊กจิ๋ว ถึงเรื่องการไปพบกับนายกรัฐมนตรีฮุนเซน โดยเฉพาะเรื่องข้อเสนอเรื่องบ้านพักในกรุงพนมเปญ ในครั้งนี้ ค่อนข้างขัดกับสิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ปฎิเสธข้อกล่าวหาของฝ่ายตรงข้ามมาโดยตลอดในช่วงที่มีการโฟนอินถี่ยิบ เพื่อเรียกพลังกลุ่มเสื้อแดง ตอนช่วงสงกรานต์เลือด ว่า ไม่เคยเดินทางไปเข้าไปประเทศกัมพูชาเพื่อใช้เป็นฐานทัพจัดกำลังพล ตามที่ถูกกล่าวหา

ซึ่งทำให้ไม่น่าแปลกใจว่าเพราะเหตุใดบรรดาคน ใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ เช่น พล.อ.ชัยสิทธิ ชินวัตร ถึงกับออกมาปฎิเสธ ด้วยน้ำเสียงไม่สู้ดีนักว่า ไม่เคยได้ยินเรื่องนี้ และเชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ คงจะไม่รับข้อเสนอดังกล่าว เพราะอยู่ใกล้กับประเทศไทยมากเกินไป จนอาจจะกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้ เพราะต้องไม่ลืมว่า ทั้งไทยและกัมพูชา นั้น มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกันอยู่

ทั้งสองฝ่ายกำลังเล่นอะไรเกมนี้เพื่อใคร

ข่าวการเมือง