พรรคภูมิใจไทย Archive

สุริยะใสจี้รัฐ ทบทวนคำสั่ง ไล่หัวโจก

สุริยะใสจี้รัฐ ทบทวนคำสั่ง ไล่หัวโจก

“บักใส” จี้รัฐทบทวนคำสั่งไล่ออกสหภาพฯ ห่วงสถานการณ์บานปลาย จวก ปชป. บางคน  ดิสเครดิส กมม. “ด้าน “โสภณ” ยันเดินหน้าแก้ไขปัญหารถไฟให้ตรงจุด-ถูกกับโรคไม่อยากให้เป็นมวยล้มต้มคนดู นาย สุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และเลขาธิการพรรคการเมืองใหม่ (กมม.) กล่าวเมื่อวันที่ 30 ต.ค. ถึงการแก้ปัญหาในการรถไฟของผู้บริหารการรถไฟ และนายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมโดยการไล่สมาชิกสหภาพออกจากงาน ว่า ตนคิดว่าเป็นวิธีแก้ปัญหาที่หวังผลทางการเมือง  จะสร้างปัญหาบานปลาย  ความขัดแย้งในการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) อยู่ในเงื่อนไขของการเจรจาพูดคุยกันได้ หากฝ่ายผู้บริหารและฝ่ายการเมืองจริงใจ ไม่บิดเบือนหรือมุ่งกล่าวร้ายสร.ร.ฟ.ท.โดยเฉพาะการบิดเบือนว่าสร.ร.ฟ.ท.หยุด เดินรถทั้งที่ข้อเท็จจริงคือ สร.ร.ฟ.ท. ต้องการเดินรถที่สร้างความมั่นใจว่าประชาชนจะปลอดภัย อีกทั้ง ก่อนหน้านี้การพูดคุยระหว่างตัวแทนสร.ร.ฟ.ท.กับนายถาวร เสนเนียม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็ได้ข้อยุติที่ดี แต่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กลับไม่ยอมและต้องการตอบโต้ จนนายถาวรตกเป็นเหยื่อของเกมนี้ งานนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม คิดแผนสูงหวังขายกิจการร.ฟ.ท.ระวังว่าจะตกลงมาเจ็บ เพราะสร.ร.ฟ.ท. คงต้องลุกขึ้นสู้โดยไม่มีทางเลือกเช่นกัน

นายสุริยะใส กล่าวต่อว่า คำสั่งไล่ออกสร.ร.ฟ.ท. ครั้งนี้หวังฉวยโอกาสลักไก่เดินหน้าแผนการขายกิจการรถไฟเพื่อหาเงินเลือก ตั้ง คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดนี้โดยการผลักดันของกระทรวงคมนาคมอกแบบและคุยกับเอกชนบางกลุ่มไว้แล้ว  แผนดังกล่าวมีปัญหาและกำลังจะเปิดช่องให้มีการคอรัปชั่นอย่างใหญ่โต และสุดท้าย ก็จะเหมือน ปตท.ที่แปรรูปไปแล้วประชาชนต้องแบกรับภาระแบบไม่มีทางเลือก  เป็นการสมรู้ร่วมคิดกันของคนในพรรคประชาธิปัตย์บางกลุ่มกับคนในพรรคภูมิใจไทย ที่หวังทั้งผลประโยชน์และคะแนนเสียงทางการเมือง โดยเฉพาะการบิดเบือนว่าพรรคการเมืองใหม่เกี่ยวข้อง และอยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวของสร.ร.ฟ.ท. ถ้าคนในรัฐบาลเล่นเกมสกปรกแบบนี้และบีบเรามากเกินไป พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และพรรคการเมืองใหม่ก็อาจจะปรึกษาหารือกับสร.ร.ฟ.ท.อาจไม่มีทางเลือกหากจำ เป็นต้องเคลื่อนไหวใหญ่ ขอย้ำว่าฝ่ายการเมืองต้องทบทวนมติไล่สร.ร.ฟ.ท.ออก เพื่อให้บรรยากาศการแก้ปัญหาในรถไฟได้ข้อยุติที่เป็นทางออกที่ดีกับประชาชน และไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

ด้าน นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การแก้ไขปัญหารถไฟจะดำเนินการแก้ไขโดยเร็วที่สุดอย่างเป็นระบบ การดำเนินการเรื่องนี้กระทรวงคมนาคได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 4ชุด เพื่อศึกษารายละเอียด ดำเนินการมาก่อนที่ สร.ร.ฟ.ท.  จะหยุดรถประท้วง  รายละเอียดที่คณะกรรมการทั้ง 4ชุดจะทำให้เห็นว่าตัวตนที่แท้จริงของร.ฟ.ท.ว่าเป็นอย่างไร เป้าหมายการดำเนินการในเรื่องนี้ก็คือการสร้างความเชื่อมั่นให้กับร.ฟ.ท. ถือเป็นการทำสิ่งที่ดีมีประโยชน์ทั้งต่อร.ฟ.ท.และประเทศชาติประชาชนโดยพัฒนา ร.ฟ.ท.ให้มีความเจริญมากขึ้น การดำเนินการดังกล่าวจะต้องร่วมมือกันทั้ง 3 ฝ่ายคือ คนรถไฟทั้งหมดประชาชน และรัฐบาล การพัฒนาดังกล่าวจะนำไปสู่มาตรฐานและเป็นรถไฟยุคใหม่เพราะใน อนาคตรถไฟจะมีระบบใหม่ ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง

“ผมเชื่อว่าคงไม่มี ใครไม่อยากให้องค์กรตัวเองพัฒนา จึงอยากขอความร่วมมือ  การดำเนินการจะต้องยึดหลักระเบียบกฏหมายที่มีอยู่หากผู้ว่ากระทำนอกเหนือ กฎหมายผู้ว่าก็จะต้องรับผิดชอบไม่มีการกลั่นแกล้งกัน” นายโสภณ กล่าว

นาย โสภณ กล่าวต่อว่า ขณะนี้องค์กรรถไฟถือว่าเป็นคนป่วยที่เข้าขั้นโคม่าและปัญหาต่าง ๆ ก็สุขงอมแล้ว หมอจะต้องให้ยาแรงและให้ยาที่ตรงกับโรคหากมีการวินิจฉัยผิดก็จะต้องรับผิด ชอบเรื่องที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวว่าใครจะโดนออกหรือไม่โดนออก อยู่ที่คนในองค์กรจะต้องเคารพกฎเกณฑ์ซึ่งกันและกันใครถูกลงโทษก็ถือว่าแล้ว แต่กรรมที่ใครทำอะไรกันไว้ ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการ 3 ฝ่ายเพื่อเจรจาร่วมกันตามที่ นายสาวิทย์ แก้วหวาน ประธานสร.ร.ฟ.ท.ระบุหรือไม่ นายโสภณกล่าวว่า ขณะนี้เลยจุดที่จะต้องตั้งกรรมการแล้ว เพราะปัญหาสุกงอมแล้ว ส่วนกรณีที่สร.ร.ฟ.ท.ระบุว่า หากมีการลงโทษจะมีการนัดชุมนุมอีกใน 1-2วันนั้นก็อยากขอร้องว่าอย่าถลำลึกมากไปกว่านี้แต่ควรจะหันมาพัฒนารถไฟ ร่วมกัน การที่รถไฟจะพัฒนาไปได้จะต้องร่วมมือกัน 3 ส่วนคือ ประชาชน รัฐบาลและพนักงานรถไฟทั้งหมดขณะนี้ประชาชนกำลังรอดูว่าการแก้ไขปัญหารถไฟจะ ออกมาเป็นอย่างไร ยอมรับว่าทุกเรื่องมีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องแต่หาก มาเกี่ยวข้องแล้วก็ไม่น่าจะทำให้ประชาชนเดือดร้อนและหากเมื่อทำให้ประชาสชน เดือดร้อนแล้วก็ต้องพิจารณาด้วย

“ผมก็อยากถามเหมือนกันว่าทำไมภาค อื่นไม่เห็นมีปัญหาแล้วทำไมมามีปัญหาที่ภาคใต้ภาคเดียวก็ไม่เข้าใจและยืนยัน ว่านายถาวรไม่ได้มาหารือกับผมก่อนรู้ ๆ ก็ไปคุยกันเสร็จแล้วทั้งที่กระทรวงคมนาคมก็แก้ไขปัญหาเรื่องนี้อยู่เพราะหาก แก้ไขปัญหาด้วยการไปรับปากอย่างที่สหภาพต้องการเรื่องดังกล่าวก็จบไปนานแล้ว แต่ที่ล่าช้าเพราะทางกระทรวงจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาให้ตรงจุดผมไม่อยากให้ทำ เป็นมวยล้มต้มคนดู ต้องทำให้ถูกต้อง” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าว

ข่าวการเมือง

ผู้ว่ากล้วยไข่ โชว์อิทธิฤทธิ์ ยังนั่งเก้าอี้เดิม

ผู้ว่ากล้วยไข่ โชว์อิทธิฤทธิ์ ยังนั่งเก้าอี้เดิม

คนใกล้ชิดนายกฯ ร้องขอ ไม่ให้โยกย้ายผู้ว่าฯกำแพงเพชร ทำให้โผ มท.ป่วน ต้องรื้อใหม่ รอไฟเขียว “เนวิน” คนโตภูมิใจไทย ทำให้ รองผู้ว่าฯตาก ชวด นั่งผู้ว่าเมืองกล้วยไข่ ไปอยู่พะเยาแทน

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก ทำเนียบรัฐบาล ว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ช่วงเช้าก่อนที่การประชุมครม.จะเริ่มต้นขึ้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ใช้เวลาในการหารือกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความั่นคง เป็นการส่วนตัว นานประมาณ 10 นาที เพื่อขอให้เป็นตัวกลางประสานกับนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เพื่อขอให้มีการปรับเปลี่ยนโผบัญชีรายชื่อการแต่งตั้งโยกย้ายผู้ว่าราชการ จังหวัดใหม่บางตำแหน่ง ก่อนเสนอให้ครม.ให้ความเห็นชอบ เนื่องจากมีคนใกล้ชิดของนายกรัฐมนตรีมาวิ่งเต้นขอให้ช่วยเหลือ ไม่ให้โยกย้ายนายวันชัย สุทิน ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ตามโผเดิมที่ทางแกนนำพรรคภูมิใจไทยจัดทำเสร็จเมือคืนวันที่ 14 ก.ย. จะโยกนายวันชัย ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย

ผู้สื่อข่าว รายงานต่อว่า ภายหลังนายสุเทพคุยกับนายอภิสิทธิ์เสร็จก็รีบเดินเข้าไปใช้ห้องรับรองเพื่อ หารือนายชวรัตน์ นานเกือบ 20 นาที ด้วยสีหน้า เคร่งเครียดเนื่องจากต้องขยับสลับตำแหน่งที่เกี่ยวเนื่อง ทำให้โผรวนไปประมาณ 3- 4 ตำแหน่ง โดยมีการต่อสายไปทางนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย เพื่อขยับเปลี่ยนโผกันใหม่เล็กน้อย จากโผเดิมที่ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชรจะถูกโยกย้ายก็ได้อยู่ที่เดิม ส่วนนายวีระยุทธ เอี่ยมอำภา ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร มีรายงานว่านายไชยา สะสมทรัพย์ อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ประสานขอทางนายเนวินให้ย้ายนายวีระยุทธ มาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม แต่ พรรคภูมิใจไทยไม่ยินยอม โดยจัดให้ไปลงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เมื่อนายวีระยุทธทราบข่าว จึงพยายามต่อรอง ขอไปลงในตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยที่ว่างอยู่ ส่วนนายเชิดศักดิ์ ชูศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดตากที่เดิมถูกวางตัวให้ไปขึ้นเป็นผู้ว่าราชการ จังหวัดกำแพงเพชร จึงต้องหลีกไปลงเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา

ข่าวการเมือง