ฝนตก Archive

ฝนตกกรุงเทพเมื่อเช้า ทำรถติดหนัก

ฝนตกกรุงเทพเมื่อเช้า ทำรถติดหนัก

เช้าวันนี้เกิดฝนตกหนักเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ทำให้สภาพการจราจรในถนนสุขุมวิทขาเข้า ติดขัดอย่างหนักหลังฝนตกลงมา โดยที่ซอยลาซาลมีน้ำท่วมขัง ทำให้รถขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรได้ ขณะที่แยกศรีนครินทร์ การจราจรชะลอตัว ส่วนบนทางด่วนบูรพาวิถี มีอุบัติเหตุรถชนกัน 7 คันรวด

ด้านศูนย์ปฏิบัติ การป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม กทม. รายงานว่า เช้านี้ฝนตกหนักสุดที่สำนักงานเขตบางนา และทุ่งครุ วัดได้ 49 มิลลิเมตร จึงส่งเจ้าหน้าที่ตรวจจุดน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะถนนศรีนครินทร์ ส่วนซอยลาซาล ประสานเขตบางนา นำเครื่องสูบน้ำเร่งแก้ปัญหาแล้ว

ข่าวประจำวัน

กรมอุตุฯ งง แดงชุมนุมฝนต้องตก

กรมอุตุฯ งง แดงชุมนุมฝนต้องตก

นายอังสุมาล ศุนาลัย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า ขณะนี้บริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงประเทศ ไทยตอนบน และตะวันออกเฉียงเหนือ จะทำให้มีอากาศร้อนอบอ้าว และ จะทำให้มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น เป็นลักษณะฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก ในระหว่างวันที่ 9-11 มี.ค. และ กำลังเฝ้าจับตาว่าจะเกิดขึ้นอีกครั้งในช่วงวันที่ 15-16 มี.ค. ซึ่งต้องเฝ้าดูความกดอากาศที่กำลังมาจากฝั่งอ่าวไทยมากน้อยแค่ไหน จะทำให้ฝนตกในพื้นที่ต่างๆ รวมถึงกรุงเทพมหานครบางส่วน แน่นอนจะมีผลกระทบต่อการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงด้วย ดังนั้นการเตรียมตัว อุปกรณ์ป้องกัน ทั้งแดดและฝน จะเป็นการดีที่สุด

การที่มีคนพูดว่า เมื่อไหร่ที่กลุ่มเสื้อแดงชุมนุม ก็จะมีฝนตกทุกครั้ง ไม่สามารถอธิบายเป็นวิทยาศาสตร์ได้ เพราะจริงๆ แล้ว บางทีเป็นฝนนอกฤดูกาล โอเค มันมีโอกาสที่จะตกแค่ 10% แต่มันบังเอิญไปตกตรงนั้นพอดี ก็เลยไม่รู้ว่ามันเป็นเพราะอะไร ก็แปลกดีนะ ผมก็ยังสงสัยอยู่เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น

อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ยังยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะมีฝนเทียม ทำให้ไปตกใส่กลุ่มผู้ชุมนุม ไม่มีใครสร้างได้ เพราะว่าสร้างแล้วไม่คุ้้ม และ การจะสร้างแล้วกำหนดว่าจะให้ตกตรงจุดที่เราต้องการ ยิ่งเป็นไปไม่ได้เลย เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ ซึ่งเราก็เตือนอยู่ตลอดเวลา

ฝนตกถนนลื่น รถขนคนงานคว่ำดับ 1 เจ็บ 7

ฝนตกถนนลื่น รถขนคนงานคว่ำดับ 1 เจ็บ 7

เกิดอุบัติเหตุรถคนงานก่อสร้าง พลิกคว่ำ เนื่องจากฝนตกถนนลื่น ทำให้ผู้รับเหมาบาดเจ็บ ส่วนคนงานดับ 1 เจ็บอีก 7 เด็ก 5 ขวบรอดปาฏิหาริย์ เมื่อเวลาประมาณ 22.30 น.วันที่ 29 ก.ย. พ.ต.ท.นิยม ดำละเอียด พงส.สารวัตรเวร สภ.เมือง จ.พังงา ได้รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ และเสียชีวิต ที่บริเวณถนนเพชรเกษม สามแยกภูงาธานี หมู่ 3 ต.ตากแดด อ.เมือง จ.พังงา จึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย แพทย์เวรประจำ รพ.พังงา หน่วยกู้ภัยมูลนิธิโพธิธรรมประภาส ที่เกิดเหตุเป็นทางโค้งอันตราย พบรถยนต์กระบะตอนครึ่ง ยี่ห้อมิตซูบิชิ สตาร์ด้า สีฟ้า ทะเบียน บต 6379 กระบี่ พลิกคว่ำ สภาพด้านหน้าพังยุบ กระจำหน้าแตกกระจาย ข้าวของเครื่องใช้เกลื่อนเต็มริมถนน ห่างจากนั้นประมาณ 5 เมตร พบศพ นายบรรหาร ไม่ทราบนามสกุล อายุ และที่อยู่ นอนหงายจมกองโคลน ใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้า กางเกงขาสั้นสีครีม

ทราบภายหลังว่ารถ ยนต์คันดังกล่าว เป็นของนายเอกสิทธิ์ ทองลอย อายุ 40 ปี ผู้รับเหมางานก่อสร้าง และ ซ่อมแซมฐานเสาไฟฟ้าแรงสูงที่เกิดชำรุดในพื้นที่ตำบลโคกกลอย โดยทำงานมานานกว่า 1 เดือน และเสร็จสิ้นลง ซึ่งนายเอกสิทธิ์ ผู้รับเหมาขับรถ เพื่อส่งคนงานกลับที่พักที่ อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ ระหว่างทางในขณะที่ขับรถด้วยความเร็ว ถึงบริเวณโค้งก่อนถึงแยกโรงแรมภูงาธานี หมู่ที่ 3 ตำบลตากแดด อำเภอเมือง จังหวัดพังงา ซึ่งสภาพถนนเป็นโค้งอันตราย และมีอุบัติเหตุมาแล้วหลายราย ประกอบกับฝนที่เพิ่งตกลงมาทำให้ถนนมีสภาพเปียกชื้น และลื่นทำให้รถยนต์ที่นายเอกสิทธิ์ ขับมาเสียหลักพลิกคว่ำ โดยมีนายบรรหาร ผู้ตายนั่งกระบะท้ายในขณะเกิดเหตุได้ฟาดกับเสาไฟฟ้าริมถนนเสียชีวิตคาที่

ส่วน ผู้ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวน 7 คน คือ นายเอกสิทธิ์ ทองลอย คนขับ อาชีพรับเหมางานก่อสร้าง อยู่บ้านเลขที่ 90 หมู่ 9 ต.ปะกาสัย อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ นางอารีรัตน์ ทองลอย ภรรยานายเอกสิทธิ์ อายุ 38 ปี ด.ช.ชลันธร ทองลอย อายุ 5 ขวบ ลูกชายของนายเอกสิทธิ์และนางอารีรัตน์ นายสมพงษ์ ลิภา อายุ 27 ปี คนงานก่อสร้าง อยู่บ้านเลขที่ 33/8 หมู่ 11 ต.เหล่าพัฒนา อ.นาหว้า จ.นครพนม นางโชติกา สาโสม อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28 หมู่ 15 ต.บึงมะรู อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีษะเกษ นายสุรศักดิ์ ศักดิ์ศรีวัน อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 63 หมู่ 1 ต.เหล่าพัฒนา อ.นาหว้า จ.นครพนม และนายเดชา คะสุดใจ อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10/2 หมู่ 1 ต.เหล่าพัฒนา อ.นาหว้า จ.นครพนม ซึ่งบาดเจ็บหนักสุด ขาหักทั้ง 2 ข้าง กระดูกคอเคลื่อน โดยทางแพทย์และพยาบาล รพ.พังงา ให้ความช่วยเหลือเต็มความสามารถ พร้อมรอดูอาการ ทางเจ้าหน้าที่จึงบันทึกไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินการต่อไป

ข่าวประจำวัน

เตือนภัยกิสนา 18 จังหวัด ฝนตก-น้ำท่วม

เตือนภัยกิสนา 18 จังหวัด ฝนตก-น้ำท่วม

กรมอุตุฯ ประกาศเตือนภัย”พายุ กิสนา”ฉบับที่ 4 ระวังฝนตกหนักถึงหนักมากได้ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะ 18 จังหวัดระมัดระวังสภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก กรมอุตุ นิยมวิทยา ประกาศเตือนภัย”พายุ กิสนา”ฉบับที่ 4 ระบุว่า พายุไต้ฝุ่น “กิสนา ” (KETSANA) บริเวณทะเลจีนใต้ เมื่อเวลา 04.00 น.วันนี้(29 ก.ย.52) มีศูนย์กลางอยู่ห่างประมาณ 220 กิโลเมตร ทางทิศตะวันออกของเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม หรือที่ละติจูด 16.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 109.8 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็ว ประมาณ 15 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามในวันนี้(29 ก.ย.52) และจะเคลื่อนตัวผ่านประเทศลาวเข้าสู่ประเทศไทยบริเวณแนว จังหวัดมุกดาหาร ในวันที่ 30 กันยายน 2552 นี้

ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยมีฝนตก เพิ่มมากขึ้น โดยมีฝนตกหนักถึงหนักมากได้ในหลายพื้นที่ โดยจะเริ่มในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกในวันนี้ (29 ก.ย.52) ส่วนภาคอื่นๆจะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยบริเวณที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มของจังหวัดหนองคาย นครพนม สกลนคร มุกดาหาร อำนาจเจริญ กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ นครราชสีมา จันทบุรี ตราด ระนอง และพังงา ระมัดระวังสภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากที่จะเกิดขึ้นได้ ในระยะนี้

อนึ่ง มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรงทำให้ คลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือในระยะนี้

สำหรับประเทศไทย พยากรณ์สภาพอากาศประจำวันอังคารที่ 29 กันยายน 2552 ตั้งแต่เวลา 06:00 วันนี้ ถึง 06:00 วันพรุ่งนี้ มีดังนี้

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคเหนือ มี ฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน แพร่ อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์ ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มี ฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึง หนักมากหลายพื้นที่บริเวณจังหวัดหนองคาย นครพนม สกลนคร มุกดาหาร อำนาจเจริญ กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ และนครราชสีมา ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคกลาง มี ฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี กาญจนบุรี และราชบุรี ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองเกือบทั่วไป ร้อยละ 70 ของพื้นที่และมีฝนตกหนักถึง หนักมากบางแห่งบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด ลมตะวันตกเฉียงเหนือ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มี ฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี ลมตะวันตก ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง ประมาณ 2 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มี ฝนฟ้าคะนองกระจาย ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดระนอง พังงา และภูเก็ต ลมตะวันตก ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร

ข่าวประจำวัน