ป๋าเปรม Archive

14 มีนา “Red war day” จับตาให้ดี

14 มีนา “Red war day” จับตาให้ดี

ความเคลื่อนไหวกลุ่มเสื้อแดง

-นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เรียกร้องรัฐบาลให้ทบทวนการส่งคนติดตามความเคลื่อนไหวแกนนำกลุ่มเสื้อแดงและ สมาชิกพรรคเกรงทำให้ความขัดแย้งเพิ่มขึ้น

-ม็อบเตรียมเคลื่อนไหว 12 มี.ค. นัดรวมตัวกันที่จุดนัดพบในแต่ละภูมิภาค ก่อนเดินทางเข้ากรุงเทพฯ

-นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำเสื้อแดง แฉแผนสกัดผู้ร่วมชุมนุมที่อำเภอวังน้อย – สั่งปั๊มลดขายน้ำมัน พร้อมประกาศไม่หวั่นรัฐประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ชี้เป็นเหตุผลอ้างใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ

- พระครูปลัดสุวัฒนจริยคุณ เลขาธิการองค์กรชาวพุทธแห่งประเทศไทย ขู่หากรัฐบาลยังไม่แจงกรณีแบล็คลิสต์ พระสงฆ์ภาคอีสาน-เหนือ กว่า 10,000 รูป เตรียมเดินทางชุมนุมใหญ่ แต่ยันไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเสื้อแดง

-ตำรวจปราบจลาจลกว่า 500 นาย สกัดเสื้อแดงโคราช หลังรวมตัวชุมนุมขับไล่ “ป๋าเปรม” ที่เดินทางไปร่วมงานพระราชทานเพลิงศพอดีตนายทหารคนสนิท ที่วัดสุทัศน์จินดา อ.เมือง จ.นครราชสีมา

-แกนนำเสื้อแดงจังหวัดสตูล จัดงานเลี้ยงน้ำชา หาเงินเดินทางร่วมสมทบม็อบกรุงเทพฯ ยืนยันจะไม่ใช้ความรุนแรง

-กลุ่มเสื้อแดงจังหวัดนครศรีธรรมราชกว่า 300 คน ร่วมแต่งชุดนักรบศรีวิชัย ทำพิธีบวงสรวงศาลพ่อตาขาว ขอให้การชุมนุมใหญ่ที่กรุงเทพฯสำเร็จ

-พรรคเพื่อไทยตั้งวอร์รูม ติดตามสถานการณ์-ตรวจสอบการบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาล พร้อมเตรียมช่วยเหลือผู้ชุมนุม หากไม่ได้รับความเป็นธรรม

-ล่าสุดศาลอนุญาตให้ประกันตัว “เสธ.แดง” กับพวก ส่วน “อ.เคทอง” ศาลไม่ให้ประกันตัว หวั่นก่อเหตุร้าย

ข่าวการเมือง

จิ๋วดับเครื่องชน ป๋า เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด เกมนี้เพื่อใคร

จิ๋วดับเครื่องชน ป๋า เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด เกมนี้เพื่อใคร

ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าในอดีตนั้น บิ๊กจิ๋วได้ชื่อเป็นนายทหารลูกรักป๋า เพราะทำผลงานเข้าตาทั้งเรื่องนโยบาย 66/2523 ดึงให้พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยออกจากป่าเข้าสู่เมืองเพื่อร่วมพัฒนา ชาติไทยริเริ่มโครงการอีสานเขียว และโครงการฮารับบันลารูดับไฟใต้

จน ถึง เมื่อคราวที่ พล.อ.เปรม หักกับ พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก พล.อ.เปรม จึงได้ผลักดันขุนพลข้างกาย อย่าง พล.อ.ชวลิต ขึ้นเป็น ผู้บัญชาการทหารบกคนใหม่ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้บิ๊กจิ๋ว ขยายบารมีวางรากฐานไปสู่การกระโดดลงสู่ถนนการเมือง จนสามารถก้าวขึ้นสู่การนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ในท้ายที่สุด

หรือ แม้แต่เมื่อครั้งรวมพลัง ” ทหารแก่ไม่เคยตาย ” ที่เจ้าตัวโดนกระทุ้งหนักๆว่า บ้านเมืองกำลังย่ำแย่ยังทนอยู่เฉยอยู่ได้ยังไง ยังต้องลุกขึ้นมาร่วมสวมชุดทหารแสดงพลังสู้กับคนไกล เมื่อครั้งก่อนเกิดเหตุการณ์ 19 ก.ย.49 เมื่อสายสัมพันธ์ที่มีต่อกัน มายาวนานนี้ทำให้ไม่น่าแปลกใจเลยว่า บรรดาคนใกล้ชิด โดยเฉพาะนายทหารลูกป๋า จึงพยายามออกมาหย่าศึก ไม่ให้ลุกลามบานปลายไปมากกว่านี้ เพราะหากยิ่งสองเสือเปิดศึกใส่กันมากเท่าใด ฝ่ายคนจรัลสนิทวงศ์ที่เคยถึงขั้นไปนั่งปอกมะม่วงให้บิ๊กจิ๋วกินกับข้าว เหนียวถึงบ้านปิ่นประภาคม มาแล้ว ก็ยิ่งกระหยิ่มยิ้มย่องกันไปเท่านั้น

เห็น ได้จากเมื่อลองไปถามอดีตนายพลผู้ใกล้ชิดคนบ้านจรัลสนิทวงศ์เพราะอยากลองฟัง ความเห็นเรื่องนี้หน่อย ถึงกับออกปากหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ก่อนพูดเพียงไม่รู้สิเห็นเค้าเคยรับใช้กันมาก่อนแต่ไปทำอีท่าไหนกันล่ะถึง ได้เป็นอย่างนี้ได้ ด้าน พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป หัวหน้าสำนักงานประธานองคมนตรี คนใกล้ชิด พล.อ.เปรม และมีความสนิทชิดเชื้อกับบิ๊กจิ๋ว ที่มักจะทำหน้าที่เป็นโอเปอร์เรเตอร์ต่อสายเชื่อมสัมพันธ์ให้ทั้งสองคนอยู่ บ่อย ๆ ออกมาห้ามทัพเป็นคนแรก โดยกล่าวว่า ” เรื่องนี้ขอให้จบได้แล้ว เอาเป็นว่าเรื่องนี้มีความเข้าใจผิดกัน อย่าไปสาวความกันอีกเลย ขอให้จบได้แล้ว บ้านเมืองจะได้เดินต่อไปได้ ” พร้อมสำทับว่า พล.อ.เปรม ไม่มีอะไร หลังอ่านบทสัมภาษณ์โต้กลับของ บิ๊กจิ๋ว อีกด้วย

ทีนี้ ลองมาส่องพลังทางทหารของพรรคเพื่อไทย หลัง บิ๊กจิ๋ว และนายทหารเตรียมรุ่น 10 ล็อตใหญ่ มาเสริมกำลังกับ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี จะเห็นได้ว่าคอนเนกชั่นระดับนี้ ย่อมไม่ธรรมดาแน่นอน เพราะคนอย่าง บิ๊กจิ๋ว และ พล.อ.พัลลภ สามารถต่อสายตรงถึงบรรดานายทหารน้อยใหญ่ในกองทัพได้จำนวนมาก ยิ่งเมื่อมาบวกกับพลังทางการเงินของนายใหญ่แล้ว ยิ่งทำให้พลังดูดระดับนี้น่ากลัวไม่น้อย

ต้องไม่ลืมว่าในช่วงที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็น นายกรัฐมนตรี นั้น แม้เจ้าตัวจะไม่ค่อยสัมพันธ์กับนายทหารน้อยใหญ่เว้นเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 10 และ ขุมกำลังสำคัญในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่การเดินหน้าสร้างขุมพลังของตัวเองผ่านเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 10 จนสามารถบีบขุนทหารมาล้อมหน้าล้อมหลังจนสามารถสร้างแรงกระเพื่อมในกองทัพ ซึ่งแต่ไหนแต่ไรมักจะขึ้นตรงต่อสี่เสาเทเวศร์

หากยังจำกันได้ ช่วง พ.ต.ท.ทักษิณ สั่งเด้ง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ คนสายตรงเข้มข้นจากบ้านสี่เสาจากผู้บัญชาการทหารบกไปแขวนบนหิ้งในตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด ด้วยวลีคลาสสิก ” พี่จะปฎิวัติผมหรือ ” พล.อ.สุรยุทธ์ ในฐานะผู้บังคับบัญชาโดยตรงออกคำเตือนไปยัง บรรดา นายทหารเตรียมรุ่น 10 ที่ในขณะนั้นคุมขุมกำลังหลักของกองทัพปิดล็อกการปฎิวัติได้เ กือบทั้งหมด ไม่ให้ออกมาเคลื่อนไหวยุ่งเกี่ยวทางการเมืองแต่เพียงคล้อยหลัง บรรดานายทหารเหล่านั้นกลับตบเท้าไปให้กำลังใจ พ.ต.ท.ทักษิณ ทันที

ต้องคอยจับตาดูกันไปว่า พรรคเพื่อไทยขุมกำลังนายใหญ่จะสามารถเดินเกมดูดขุนทหารมาเป็นพวกกันได้มาก น้อยเพียงใดเพราะการประเดิมเปิดตัวขุนทหารเตรียมรุ่น 10 เข้าสังกัดกว่า 49 คนนั้น ไม่น่าถือเป็นเรื่องที่น่าตื่นตกใจนักเพราะนายทหารที่มาร่วมนั้นส่วนใหญ่ถูก พิษการเมืองเด้งไปอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ได้คุมขุมกำลังหลักของกองทัพ หรือไม่ก็เกษียณอายุราชการไปแล้ว

ที่น่าสังเกตคือไร้เงาขุนทหาร เตรียมรุ่น 10 ที่ถือเป็นระดับแกนนำ เช่น พล.อ.พรชัย กรานเลิศคนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เคยวางตัวให้เป็นผู้บัญชาการทหารบกหรือ พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัตรวมทั้ง พล.ท.พฤณฑ์ สุวรรณทัต และ พล.ท.ศานิต พรหมมาศ ที่เคยคุมขุมกำลังป้องกันการปฎิวัติกลับไม่มาปรากฎตัวสมัครเข้าพรรคเพื่อไทย เพื่อเปิดหน้าเล่นการเมืองบนดินแต่อย่างใด

ขณะที่การเปิดเกม รุกทางการเมืองหลังบิ๊กจิ๋วเข้าทำหน้าที่เป็นประธานพรรคเพื่อไทย ยกแรกได้สร้างเสียงฮือฮาเป็นอย่างยิ่งเมื่อเจ้าตัวพร้อมนายทหารคนสนิทตัดสิน ใจเดินทางไปพบกับนายกรัฐมนตรีฮุนเซน ของกัมพูชาของแสลงรัฐบาลไทยชุดปัจจุบัน ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า กำลังหงุดหงิดกับท่าทีของรัฐบาลไทย เรื่องประเด็นปัญหาเรื่องชายแดนเขาพระวิหาร และประเด็นผลประโยชน์ทางทะเลทั้งแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย จนถึงกับออกมาแสดงอาการไม่พอใจผ่านสื่อต่างประเทศครั้งแล้วครั้งเล่า แม้กระทั่งก่อนหน้าที่จะมีการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนเพียงวันเดียว จนมีเสียงไล่หลังจากกระทรวงต่างประเทศไทยเตือนบิ๊กจิ๋วไม่ใหเปิดเผยข้อมูล ลับของทางราชการ รวมทั้งไม่ให้ไปพูดถึงเรื่องข้อมูลใด ๆ ที่อาจจะไม่ตรงกับข้อมูลของกระทรวงการต่างประเทศ ให้ผู้นำกัมพูชาเข้าใจผิด พร้อมกับย้ำว่าคำพูดของบิ๊กจิ๋วไม่มีภาระผูกพันใด ๆ กับ รัฐบาล

แต่ ดูเหมือนเสียงเตือนจากกระทรวงต่างประเทศ จะไร้ผลเพราะเมื่อ พล.อ.ชวลิต เดินทางกลับ ได้มีการแถลงถึงผลการเข้าพบกับผู้นำกัมพูชา โดยย้ำถึงความสนิมสนมระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณ และ นายกรัฐมนตรีฮุนเซน ผ่านสื่ออย่างโจ่งแจ้ง โดยระบุว่า ” ผู้นำกัมพูชา มีความสัมพันธ์กับ อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะเพื่อน มีความรักความผูกพันกันมาตั้งแต่ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนักธุรกิจจนกระทั่งลงมาเล่นการเมืองก่อนก้าวเป็นนายกรัฐมนตรี ความสัมพันธ์ของทั้งสองยังผูกพันเหมือนเดิมทุกอย่าง ในฐานะเพื่อนมีความรู้สึกว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้รับความเป็นธรรมทางการเมือง ประสบเคราะห์กรรม แต่นายกฯฮุนเซน กับ ทักษิณก็ยังเป็นเพื่อนกัน ในฐานะที่ทำประโยชน์ให้ประเทศมานาน แต่ทำไมวันนี้ถึงไม่มีแผ่นดินจะอยู่ มีความรู้สึกเจ็บปวดในเรื่องนี้ ทั้งที่ไม่ได้เป็นคนไทย ตนเองและคนในครอบครัวได้รับรู้เรื่องนี้ ภรรยาถึงกับร้องไห้ และจะสร้างบ้านให้ พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ในกรุงพนมเปญ ในฐานะเพื่อน อย่างมีเกียรติ ”

พร้อมกับได้มีการเผยแพร่ภาพวีที อาร์ ที่แสดงถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดชนิดโอบกอดกันอย่างรักใคร่ ของเพื่อนรักระหว่าง บิ๊กจิ๋ว และ นายกรัฐมนตรีฮุนเซน รวมทั้งภาพที่ บิ๊กจิ๋ว โทรศัพท์สายตรงถึง พ.ต.ท.ทักษิณ เล่ารายละเอียดการเข้าพบกับผู้นำกัมพูชาผ่านสื่อมวลชนอย่างเอิกเกริก ชนิดไม่เกรงใจรัฐบาลที่กำลังมีภาพลบเรื่องความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านอยู่ แม้แต่น้อย

อย่างไรก็ดีเป็นที่น่าสังเกตุว่าภาระกิจที่บิ๊กจิ๋ว ได้รับมอบหมายทั้งในเรื่อง การบินไปพบกับผู้นำกัมพูชาและในอนาคตจะต้องบินไปพบกับผู้นำพม่า ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นของแสลงของรัฐบาลไทยชุดปัจจุบัน และยังสุ่มเสี่ยงต่ออันตรายสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ นั้น ไม่ต่างจากที่ พล.อ.พัลลภ เคยได้รับการทดสอบเรื่องความจริงใจช่วงพลิกขั้วมาร่วมด้วยใหม่ ๆ เพราะ พล.อ.พัลลภ ก็ถูกบททดสอบให้ออกมาเปิดเผยเรื่องเบื้องหลังการปฎิวัติ ในช่วงที่นายใหญ่ กำลังเดินหน้าผลักดันกลุ่มเสื้อแดงเต็มสูบ ในช่วงก่อนเหตุการณ์สงกรานต์เลือด เพื่อหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ เช่นกัน

แต่ สิ่งหนึ่งที่น่าสังเกตุอีกเช่นกันก็คือ การออกมาแถลงของบิ๊กจิ๋ว ถึงเรื่องการไปพบกับนายกรัฐมนตรีฮุนเซน โดยเฉพาะเรื่องข้อเสนอเรื่องบ้านพักในกรุงพนมเปญ ในครั้งนี้ ค่อนข้างขัดกับสิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ปฎิเสธข้อกล่าวหาของฝ่ายตรงข้ามมาโดยตลอดในช่วงที่มีการโฟนอินถี่ยิบ เพื่อเรียกพลังกลุ่มเสื้อแดง ตอนช่วงสงกรานต์เลือด ว่า ไม่เคยเดินทางไปเข้าไปประเทศกัมพูชาเพื่อใช้เป็นฐานทัพจัดกำลังพล ตามที่ถูกกล่าวหา

ซึ่งทำให้ไม่น่าแปลกใจว่าเพราะเหตุใดบรรดาคน ใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ เช่น พล.อ.ชัยสิทธิ ชินวัตร ถึงกับออกมาปฎิเสธ ด้วยน้ำเสียงไม่สู้ดีนักว่า ไม่เคยได้ยินเรื่องนี้ และเชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ คงจะไม่รับข้อเสนอดังกล่าว เพราะอยู่ใกล้กับประเทศไทยมากเกินไป จนอาจจะกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้ เพราะต้องไม่ลืมว่า ทั้งไทยและกัมพูชา นั้น มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกันอยู่

ทั้งสองฝ่ายกำลังเล่นอะไรเกมนี้เพื่อใคร

ข่าวการเมือง

พะจุณณ์ ขอให้ชนวนขัดแย้ง ป๋าเปรม-บิ๊กจิ๋ว ยุติ

พะจุณณ์ ขอให้ชนวนขัดแย้ง ป๋าเปรม-บิ๊กจิ๋ว ยุติ

ระบุ “ป๋าเปรม” ไม่คิดอะไร ขอให้บ้านเมืองสงบก็พอ “อนุพงษ์” เมิน “บิ๊กจิ๋ว” เยือนกัมพูชา กลาโหมพร้อมรปภ.อาเซียน ชี้ยังไม่มีข้อมูลเหตุรุนแรงเมื่อวันที่ 19 ต.ค. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางเยือนกัมพูชา เพื่อพบสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาว่า ตนไม่ทราบเรื่องนี้ ไม่มีข้อมูลอะไรทั้งสิ้น จึงไม่สามารถไปวิเคราะห์อะไรได้ว่าการเดินทางของ พล.อ.ชวลิต ไปด้วยเรื่องใด

พล.ร.อ .พะจุณณ์ ตามประทีป หัวหน้าสำนักงานประธานองคมนตรี กล่าวถึง กรณี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี พาดพิงถึงการไม่ได้เข้าพบ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ หลังจากประสานทาง พล.ร.อ.พะจุณณ์ ในการเข้าพบ ว่า เรื่องนี้ขอให้จบได้แล้ว เอาเป็นว่าเรื่องนี้มีความเข้าใจผิดกัน อย่าไปสาวความกันอีกเลย ขอให้จบได้แล้ว บ้านเมืองจะได้เดินต่อไปได้ เมื่อถามว่า พล.อ.เปรม ได้อ่านบทสัมภาษณ์ พล.อ.ชวลิต แล้วรู้สึกอย่างไร พล.ร.อ.พะจุณฑ์ กล่าวว่า ท่าน พล.อ.เปรม ไม่มีอะไร ท่านไม่ได้พูดอะไร ทั้งนี้ เรารู้ดีว่าบุคลิกแต่ละคนเป็นอย่างไร พล.อ.เปรม กับ พล.อ.ชวลิต เป็นอย่างไรก็เหมือนกับที่ พล.อ.ชวลิต พูด คือ วันเกิด พล.อ.ชวลิต ของทุกปี พล.อ.เปรม ท่านก็โทรศัพท์ไปอวยพร ขอให้เรื่องนี้จบแล้วเอาเรื่องบ้านเมืองก่อน ขอให้บ้านเมืองสงบแค่นี้ก็พอ

พ.อ.ธนา ธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยการประชุมผู้นำอาเซียนว่า ขณะนี้หน่วยงานด้านการข่าวยังไม่มีข้อมูลว่า จะมีการเข้ามาก่อเหตุวุ่นวายในพื้นที่ และไม่มีกลุ่มที่จะเคลื่อนไหวทางการเมือง ทั้งนี้ กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่มีความพร้อมดูแลอำนวยความสะดวก โดยเจ้าหน้าที่ซักซ้อมแผนการรักษาความปลอดภัย และสร้างความเข้าใจกับประชาชน พบว่า ประชาชนให้ความร่วมมือดีมากมีการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้เจ้าหน้าที่ทราบตลอด เวลา ขณะนี้ยังไม่พบสิ่งก่อเหตุว่า จะมีเหตุกระทบต่อการประชุม

พ.อ.ธนา ธิป กล่าวว่า การประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงทำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ได้อย่าง สะดวก และไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตของประชาชน ส่วนการจราจรอาจจะติดขัดบ้างแต่ประชาชนมีความเข้าใจและให้การสนับสนุน ซึ่งในวันที่ 20 ต.ค.2552 พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการร่วมรักษาความปลอดภัยลงพื้นที่เพื่อตรวจ เยี่ยมทำความเข้าใจเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนถึงวันประชุมจริง ส่วนจะมีการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่หรือไม่นั้น ทางศูนย์อำนวยการรักษาความสงบจะประเมินสถานการณ์ อย่างไรก็ตามกำลังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่จำนวน 18,000 นาย มีความพร้อม หากเกิดเหตุร้ายขึ้นก็มีกำลังเสริมที่เตรียมพร้อมอยู่ในหน่วยที่ตั้งออกมาส นับสนุนการปฏิบัติหน้าที่

เมื่อถามถึงกรณีที่นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำกลุ่มเสื้อแดง ประกาศว่าจะเดินทางมายื่นหนังสือให้กับผู้นำอาเซียนในสถานที่การจัดประชุม อาเซียน พ.อ.ธนาธิป กล่าวว่า การยื่นหนังสือ สามารถกระทำได้ในกรุงเทพ โดยมีผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศดูแลอยู่ แต่หากเข้ามาในพื้นที่ก็จะมีการจัดพื้นที่โดยเฉพาะ เช่น บริเวณวนอุทยานชะอำ เป็นจุดรับเรื่องหนังสือต่างๆ นอกจากนี้กระทรวงการต่างประเทศ ยังได้จัดศูนย์ข้อมูลข่าวสารไว้ที่โรงแรมเชอราตัน เพื่อรองรับสื่อมวลชนที่จะเข้ามาทำข่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผบ.ทหารสูงสุด ได้เลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่ศูนย์อำนวยการร่วม รักษาความปลอดภัย โดยมีพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมของด่านตรวจต่างๆของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีความ เข้มข้นใน 4 จุด คือ บริเวณเขาย้อย,ท่ายาง, 4 แยก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ และ 3 แยกบายพาร์ท

ข่าวการเมือง