ปืนใหญ่ Archive

เวงเกอร์ ยอม ‘เมสซี’ ซัดคนเดียว 4 ลูก

เวงเกอร์ ยอม ‘เมสซี’ ซัดคนเดียว 4 ลูก

อาร์แซน เวงเกอร์ ผู้จัดการทีม อาร์เซนอล ออกมาให้สัมภาษณ์หลังจบเกมแชมเปียนส์ลีก ที่ “ทัพปืนโต” บุกไปพ่ายให้ บาร์เซโลนา เละ 1-4 จอดป้ายเพียงรอบแปดทีมสุดท้าย ด้วยการกล่าวยกย่อง ลีโอเนล เมสซี ว่า กลายเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในโลก อย่างไร้ข้อโต้แย้ง จากที่เห็นฟอร์มสตาร์อาร์เจนไตน์ ซึ่งเหมาคนเดียว 4 ประตูให้กับต้นสังกัดในเกมดังกล่าว

“สำหรับผม เขาคือนักเตะที่เก่งที่สุดในโลกในตอนนี้ แม้เขาอาจจะไม่ได้มีส่วนร่วมกับเกมตลอดเวลา แต่เมื่อไหร่ที่เขามี เขาก็จะอันตรายสุดๆ โดยเฉพาะเมื่อเขาได้บอล มันแทบจะไม่มีใครสามารถหยุดเขาได้เลย”

“เขาเป็นผู้เล่นเพียงไม่กี่คน ที่สามารถเปลี่ยนทิศทางการเลี้ยงบอลด้วยความเร็ว และก็ยังคงไว้ซึ่งความอันตรายอยู่”

“เราแพ้ให้กับทีมที่ดีกว่าเรา และก็เป็นทีมที่มีนักเตะที่ดีที่สุดของโลกอยู่ในทีม ผมขอแสดงความดีใจด้วยกับ บาร์เซโลนา พวกเขาเป็นทีมที่ดีกว่าเราจริงๆ” เวงเกอร์ทิ้งท้าย

เศร้าครับ สำหรับเด็กปืนอย่างผม แต่สู้ต่อไปนะ ปืนต้องใจแข็งเข้าไว้

ข่าวกีฬา

ปืนมีลูก ยิงมัน 5-0 ดับปอร์โต้

ปืนมีลูก ยิงมัน 5-0 ดับปอร์โต้

เมื่อคืนวันอังคารที่ 9 มี.ค. ที่ผ่านมา “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล เปิดรังเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม รับมือ เอฟซี ปอร์โต้ โดยเกมนี้ ลูกทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ ต้องชนะสถานเดียวเท่านั้นถึงจะเข้ารอบ หลังจากที่เกมแรก บุกไปแพ้มาก่อน 1-2 ขณะที่ เชส ฟาเบรกัส จอมทัพคนสำคัญชวดลงสนาม เนื่องจากบาดเจ็บในเกมกับ เบิร์นลี่ย์ เมื่อวันเสาร์ก่อน

จ้าถิ่นที่รุกหนักจริงๆ มาประสบความสำเร็จจนได้ ในนาทีที่ 10 เมื่อ นาสรี ไหลบอลกะจะทะลุให้อาร์ชาวิน แต่กองหลังปอร์โต้ ที่เข้ามาพยายามจะเคลียร์ ดันไปชนกันเองกับเฮลตัน บอลไหลมาเข้าทาง นิคลาส เบนท์ดเนอร์ จิ้มเข้าไปไม่เหลือ อาร์เซนอล ได้ประตูที่ต้องการ 1-0

อาร์เซนอล แต่ก็มามีทีเด็ดจนได้ในนาทีที่ 25 เมื่อ ฮอร์เก ฟูซิเล ไปเล่นประมาท ก่อนเคลียร์บอลมาเข้าทาง อาร์ชาวิน ที่ใช้ความสามารถเฉพาะตัว หลอกล่อลุยผ่านแนวรับ ปอร์โต้ เข้าเขตโทษด้านซ้าย แล้วผ่านกลับมาหน้าประตูให้ เบนท์ดเนอร์ ที่ยืนโล่งๆ ยิงเข้าไปให้ อาร์เซนอล นำห่าง 2-0

ท้ายครึ่งแรก อาร์เซนอล มามีลุ้นประตูที่สาม เมื่อโรซิคกี โยนลูกเตะมุมมาให้โธมัส แฟร์มาเลน เติมขึ้นมาโขก บอลกำลังจะข้ามเส้นอยู่แล้ว แต่เฮลตัน ยังไวควักออกมาได้ทันเวลาพอดี ขณะที่ช่วงทดเวลา นาสรี มีโอกาสส่องเรียดบริเวณหัวกะโหลก แต่เฮลตัน ยังเซฟตามเคย จบครึ่งแรก อาร์เซนอล นำปอร์โต้ 2-0

ปอร์โต้ มามีลุ้นแบบเส้นยาแดงผ่าแปดเหมือนกัน เมื่อคริสเตียน โรดริเกวซ มีโอกาสขึ้นโหม่งจากลูกเตะมุม บอลกำลังจะตกมาเข้ามุมเสาของอาร์เซนอล อยู่แล้ว แต่ยังติดนาสรี ที่ยืนคุมเสาอยู่ ดักบอลให้อัลมูเนีย มารับไว้ได้

จุดเปลี่ยนของเกมมาเกิดขึ้นในนาทีที่ 63 เมื่อ นาสรี ที่วันนี้พอไม่มี ฟาเบรกัส แล้วดูจะโดดเด่นเป็นพิเศษ ใช้ความสามารถเฉพาะตัว หลอกล่อกองหลังปอร์โต้ สามคน ตั้งแต่ริมเขตโทษฝั่งขวา ลุยเข้าไปจนซัดผ่านมือเฮลตัน ให้ทีมนำแบบสบายใจห่างเป็น 3-0

แนวรับปอร์โต้ พอโดนลูกที่สามยิ่งรวน คราวนี้จากลูกที่สามแค่ 3 นาที มาเจอทีเด็ดลูกโต้กลับที่อาร์ชาวิน ลากขึ้นมา ก่อนไหลเข้าเขตโทษให้เอ็มมานูเอล เอบูเอ้ สอดขึ้นมา แตะหลบเฮลตัน ที่ปรี่มาบล็อกบอลผิดจังหวะ แล้วยิงโล่งๆ ให้ อาร์เซนอล นำขาด 4-0

ช่วงท้ายเกม เบนท์ดเนอร์ เกือบกดลูกที่สามให้ตัวเอง เมื่อโหม่งสะบัดบอลจากลูกเปิดของซาญา หลุดเสาไปนิดเดียว แต่แล้วในช่วงทดเวลา เจ้าตัวก็มามีโอกาสแก้ตัว เมื่อฟูซิเล ไปทำฟาลว์เอบูเอ้ ในเขตโทษ หัวหอกทีมชาติเดนมาร์ก เลยรับอาสาซัดเข้าไปให้อาร์เซนอล นำขาด 5-0 พร้อมกับเก็บแฮตทริกของตัวเองไปได้สำเร็จ จบเกม อาร์เซนอล ถล่มเอาชนะปอร์โต้ 5-0 รวมผลสองนัดอาร์เซนอล ผ่านเข้ารอบประตูรวม 6-2

ข่าวกีฬา

ผีรอกินทอฟฟี่ ปืนยังแกว่ง

ผีรอกินทอฟฟี่ ปืนยังแกว่ง

กลับมาต่อกันที่ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำวันเสาร์ที่ 20 ก.พ.2553 หลังจากได้ดู การแข่งขัน UCL ไปแล้ว วันนี้ คู่ที่สนใจ “ทอฟฟีสีน้ำเงินเอฟเวอร์ตัน ทีมอันดับ 9 ของตาราง เปิดสนาม กูดิสัน พาร์ค รับการมาเยือนของ “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รองจ่าฝูงที่ฟอร์มกำลังร้อนแรงเลยทีเดียว

กุนซือ เดวิด มอยส์ ของ เอฟเวอร์ตัน ที่พลิกล็อกโค่น “สิงห์บลู” เชลซีไป 2-1 เมื่อเกมที่แล้ว วันนี้สภาพทีมมีปัญหานักเตะเจ็บ เมื่อ ทิม เคฮิลล์คนเก่ง มีอาการเจ็บที่น่อง จากเกมยูโรปาลีก การหายไปของ ทิม เคฮิลล์ ส่งผลกระทบต่อแดนกลางของทีมพอสมควร หลังจากที่ มารูยาน เฟลไลนี ต้องปิดเทอมใหญ่ไปแล้ว จากอาการเจ็บที่ข้อเท้าอย่างหนัก อย่างไรก็ตาม ทีมยังมีข่าวดีเมื่อ จอห์น ไฮติงกา จะกลับคืนสู่ทีม หลังติดคัพไทเกมยุโรป เช่นเดียวกับ สตีเว่น พีนาร์ ที่พ้นโทษแบนกลับมา

ทางด้าน เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือแมนฯยู ที่เพิ่งพาทีมโชว์ฟอร์มเยี่ยม บุกไปอัด เอซี มิลาน 3-2 ศึกแชมเปียนส์ ลีก รอบ 32 ทีมสุดท้าย นัดแรก เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เกมนี้ มีข่าวดี เมื่อจะได้ เนมันยา วีดิช กองหลังตัวแกร่ง ฟิตกลับมาคุมเกมรับอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ทีมก็ต้องเสีย ริโอ เฟอร์ดินานด์ กับ นานี ที่ติดโทษแบนทั้งคู่ โดยเฟอร์ดินานด์ จะนั่งดูเพื่อนเล่นเป็นเกมสุดท้าย จากโทษแบนทั้งหมด 4 นัด ขณะที่ นานี จะเริ่มชดใช้โทษแบนนัดแรกจาก 3 นัด หลังโดนใบแดงจากเกมเสมอ แอสตัน วิลลา 1-1

อีกคู่ที่น่าสนใจ “ปืนใหญ่อาร์เซนอล ทีมอันดับ 3 เปิดสนาม เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ “แมวดำซันเดอร์แลนด์ ทีมอันดับ 13 ของตาราง

เกม นี้ อาร์แซน เวงเกอร์ ยังมีนักเตะเจ็บอย่าง อเล็กซ์ ซง จะได้กลับคืนสู่ทีมเช่นกัน หลังจากพลาดเกมนัดล่าสุด กับปอร์โต แต่ อาบู ดิยาบี ที่เจ็บเข่า จะชวด เช่นเดียวกับ วิลเลียมส์ กัลลาส (น่อง),​อังเดร อาร์ชาวิน และ เอดุอาร์โด ดา ซิลวา (เอ็นหลังหัวเข่าทั้งคู่)

ด้าน สตีฟ บรูซ กุนซือ ซันเดอร์แลนด์ จะหมดสิทธิ์ใช้งานนักเตะนักเตะรายคน เริ่มจาก จอร์แดน เฮนเดอร์สัน (ข้อเท้า), แอนดี รีด (เอ็นหลังหัวเข่า) ที่บาดเจ็บ และ ลี คัตเทอร์โมล กับ เดวิด เมย์เลอร์ ติดโทษแบนทั้งคู่

อย่างไรก็ตาม เฟรเซอร์ แคมพ์เบลล์ กองหน้าดาวรุ่ง อาจได้ออกสตาร์ทในฐานะตัวสำรอง หลังสลัดอาการบาดเจ็บเอ็นหลังหัวเข่ากลับมาได้แล้ว

ข่าวกีฬา

เวนเกอร์โวย ปืนแพ้ ปอร์โต้

เวนเกอร์โวย ปืนแพ้ ปอร์โต้

อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือ “ปืนใหญ่อาร์เซน่อล โวยการตัดสินของ มาร์ติน แฮนส์สัน เชิ้ตดำชาวสวีดิช เป็นเหตุให้พวกเขาออกไปพ่าย เอฟซี ปอร์โต้ 2-1 ในศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

อาร์แซน เวนเกอร์ ผู้จัดการทีมชาวฝรั่งเศสของ อาร์เซน่อล แสดงความไม่พอใจการทำหน้าที่ของ มาร์ติน แฮนส์สัน กรรมการชาวสวีเดน จนทำให้พวกเขาต้องออกไปแพ้ เอฟซี ปอร์โต้ 2-1 ที่สนามเอสตาดิโอ โด ดราเกา ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก เมื่อวันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

เหตุการณ์ ปัญหาเกิดขึ้นในนาทีที่ 52 แฮนส์สัน เป่าให้ฟรีคิกในเขตโทษ หลังจากมองว่า โซล แคมป์เบลล์ กองหลังจอมเก๋าของอาร์เซน่อล เจตนาส่งบอลคืนให้ผู้รักษาประตู ลูคัส ฟาเบียนสกี้ โดย รูเบน มิชาเอล กองกลางปอร์โต้ ฉวยโอกาสเล่นเร็วเขี่ยบอลให้ ราดาเมล ฟัลเกา ที่วิ่งสอดขึ้นมายิงเข้าไปเป็นประตูขึ้นนำ 2-1

เวนเกอร์ เผยสุดผิดหวังกับการตัดสินของ แฮนส์สัน มาก “ผมคิดว่าจังหวะส่งบอลกลับหลังมันเป็นอุบัติเหตุอย่างชัดเจน เพราะมันเป็นการใช้นิ้วโป้งเตะบอลซึ่งคุณไม่มีทางทำแบบนั้นหากเป็นผู้เล่น กองหลัง ผมคิดว่าผู้ตัดสินต้องให้เวลาเราในการตั้งกำแพง ไม่อย่างนั้นคุณไม่มีโอกาสที่จะตั้งรับหากมีการเล่นฟรีคิกเร็วในเขตโทษ”

“มัน น่าตลกสิ้นดี เราไม่ได้รับการปกป้องจากผู้ตัดสิน และมันเป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจ เขาเคยเล่นฟุตบอลหรือเปล่า ? ถ้าเขาเคยเล่นฟุตบอล ผมมองไม่เห็นว่าเขาจะสามารถอธิบายกับผมว่าเราสามารถป้องกันจังหวะนี้ได้ยัง ไง” อดีตกุนซือโมนาโก กล่าว

ข่าวกีฬา

ปืน เชือด หงส์ ดิยาบี้พระเอก

ปืน เชือด หงส์ ดิยาบี้พระเอก

ศึกฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประจำวันพุธที่ 10 ก.พ.2553 เกมบิ๊กแมตช์ “ปืนใหญ่อาร์เซนอล ทีมอันดับ 3 ของตาราง เปิดเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ทีมอันดับ 5 ของตาราง เปิดฉากเกมครึ่งแรก ทั้งสองทีมยังเล่นกันแบบระวังตัว แต่ อาร์เซนอล ก็มาได้จังหวะเสียวก่อน นาทีที่ 6 จากลูกฟรีคิก ฟาเบรกัส เปิดโค้งจากริมเส้นกราบขวา วิลเลียมส์ กัลลาส เทคตัวขึ้นโหม่ง แต่กดไม่ลง บอลเหินข้ามคานออกไป

นาทีที่15 ลิเวอร์พูล ได้ปิดสกอร์จังๆ บ้าง ดาวิด เอ็นก็อก ซัดไปตรงตัวของ มานูเอล อัลมูเนีย หลังจากนั้น นาทีที่ 28 ทีมเยือน ได้ลุ้นอีก จากจังหวะโหม่งไม่ขาดของแนวรับเจ้าถิ่น แม็กซี โรดริเกซ ซัดติดบล็อก เหินข้ามคาน จังหวะผิดพลาดแนวรับ ลิเวอร์พูล นาทีที่ 32 ผู้เล่น อาร์เซนอล ฉกบอลไปได้ ก่อนที่ อังเดร อาร์ชาวิน จะได้จบ แต่บอลไม่ตรงกรอบ หลังจากนั้น นาทีที่ 45 ฟาเบรกัส ได้โอกาสลากบอลขึ้นมาเอง แต่จังหวะสุดท้ายยังไม่ผ่านมือของ เปเป้ เรนา และหมดครึ่งแรกไปอย่างน่าเบื่อ

กลับมาเตะกันต่อในครึ่งหลัง ลิเวอร์พูล ได้กดดันก่อน นาทีที่ 48 เดิร์ก เคาท์ จ่ายบอลทะลุช่องให้ เทพลูคัส เลวา สอดวิ่งขึ้นมาตะบันเต็มเหนี่ยว แต่บอลปลิ้นไซ้หนีประตูไปแบบได้ลุ้น

หลังจากนั้น โทมัส โรซิคกี ตัวสำรองที่เปลี่ยนลงมาในครึ่งหลัง บรรจงเปิดใส่พานมาที่กลางประตู กองหลังลิเวอร์พูลพลาด ปล่อยให้ อาบู ดิยาบี ได้โหม่งคนเดียวโล่งๆ บอลพุ่งเข้าไปตุงข่าย อาร์เซนอล ขึ้นนำสำเร็จ 1-0 นาทีที่ 71

นาทีที่ 81 ลิเวอร์พูล ได้โอกาสตีเสมอจากลูกฟรีิคิกของ สตีเวน เจอร์ราร์ด แต่ระยะค่อนข้างไกลทำให้ อัลมูเนีย ไม่พลาด และก็ไม่ทันการณ์ ​ผู้ตัดสินเป่าจบเกม ทำให้ อาร์เซนอล หยุดสถิติแพ้รวด 2 เกมในลีก ด้วยการเอาชนะ ลิเวอร์พูล ไปได้ 1-0

ข่าวกีฬา

เวงเกอร์บอกมั่นใจ ปืนยังมี ลุ้นทุกถ้วยที่เหลือ

เวงเกอร์บอกมั่นใจ ปืนยังมี ลุ้นทุกถ้วยที่เหลือ

อาร์แซน เวงเกอร์” กุนซือชาวฝรั่งเศส ออกมากล่าวยังคงมั่นใจว่านักเตะแข็งแกร่งพอ ช่วย “อาร์เซนอล” มีลุ้นยาวในทุกรายการที่เหลืออยู่ ขณะที่”เซนเดรอส”ตกลงย้ายไปอยู่กับเอฟเวอร์ตันด้วยสัญญายืมตัวเป็นที่เรียบ ร้อยแล้ว “อาร์แซน เวงเกอร์ กุนซือ ไอ้ปืนใหญ่” มั่นใจมีลุ้นยาวในทุกรายการที่เหลืออยู่ เชื่อมีนักเตะที่แข็งแกร่งเพียงพอต่อการทำศึกหนักหลังจากแซงเชลซีขึ้นนำจ่า ฝูงพรีเมียร์ลีกเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ทางด้านฟิลิปป์ เซนเดรอส กองหลังชาวสวิสตกลงย้ายไปอยู่กับเอฟเวอร์ตันด้วยสัญญายืมตัว

อาร์เซนอลยังมีลุ้นในพรีเมียร์ลีก, แชมเปียนส์ลีก และเอฟเอคัพ โดยในเอฟเอคัพ รอบ 4 จะพบกับสโต๊กในวันอาทิตย์ เวงเกอร์เผยว่า เขาจะจัดตัวที่คิดว่าสามารถคว้าชัยชนะได้ แต่นักเตะบางคนก็ต้องพักบ้างเพราะเล่นทุกนัดคงไม่ไหว “อย่างไรก็ดีผม เชื่อว่า เรามีทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในพรีเมียร์ลีกในด้านสภาพร่างกายของนักเตะ เรามีตัวเลือกเพียงพอที่จะลุ้นแชมป์ทุกรายการ เราต้องรักษาฟอร์มการเล่นที่ดีไว้ให้ได้อย่างต่อเนื่อง” เวงเกอร์ กล่าว

ส่วนกรณีที่ฟิลิปป์ เซนเดรอส กองหลังทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ต้องการย้ายออกจากอาร์เซนอลเพราะไม่มีตำแหน่ง ตัวจริง ไม่มีโอกาสลงสนามมากนัก ทำให้วิตกว่า อาจไม่ได้ไปเล่นบอลโลก รอบสุดท้ายที่แอฟริกาใต้กลางปีนี้นั้น

ล่าสุด “ทอฟฟี่” เอฟเวอร์ตันของกุนซือเดวิด มอยส์ ตกลงยืมตัวเซนเดรอสไปร่วมทีมชั่วคราวจนจบฤดูกาลนี้แล้ว เอฟเวอร์ตันแถลงผ่านเว็บไซต์ของสโมสรว่า ตกลงยืมตัวเซนเดรอสจากอาร์เซนอลเรียบร้อยแล้ว การย้ายทีมอย่างเป็นทางการจะเสร็จสิ้นภายใน 2 วัน เซเดรอสจะมานั่งชมเกมเอฟเอคัพ รอบ 4 ที่พบกับเบอร์มิงแฮม ที่กูดิสัน พาร์คด้วย กองหลังวัย 24 ปีรายนี้ย้ายมาอยู่กับอาร์เซนอลตั้งแต่ปี 2002 อยู่ในชุดแชมป์เอฟเอคัพปี 2005 ติดทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์มาแล้ว 33 นัด ฤดูกาลที่แล้วเขาถูกยืมตัวไปอยู่กับเอซี มิลาน

เวงเกอร์โอเค ครองเกมได้ก็มีโอกาสชนะสูง

เวงเกอร์โอเค ครองเกมได้ก็มีโอกาสชนะสูง

อาร์เซน เวงเกอร์ ชื่นชมการเล่นของทีมในนัดที่เอาชนะ โอลิมเปียกอส เมื่อคืนที่ผ่านมาว่า การที่ทีมสามารถครองบอลได้มาก เป็นกุญแจสำคัญที่นำมาสู่ชัยชนะในนัดนี้ โดยเจ้าตัวเชื่อว่าลูกทีมจะสามารถยิงประตูได้ 20 นาทีสุดท้ายของเกมอย่างแน่นอน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน วันนี้(30ก.ย.) อาร์เซน เวงเกอร์ กุนซือ ปืนใหญ่ อาร์เซนอล ออกมาชื่นชมลูกทีมที่สามารถบดเอาชนะผู้มาเยือนอย่าง โอลิมเปียกอส จากกรีซได้เมื่อคืนที่่ผ่านมา

ทีมปืนใหญ่ ครองบอลเกือบตลอดทั้งเกม และด้วยความไม่เฉียบคมในเกมรุกของทีม เกือบทำให้ถูกทีมเยือนจากกรีซ มาแบ่งแต้มถึงถิ่น อิมิเรต สเตเดียม ได้สำเร็จ แต่อย่างไรก็ตาม โรบิน ฟานเพอร์ซี ก็มายิงเบิกร่องให้กับทีมปืนใหญ่จนได้ ในนาทีที่ 78 ก่อนที่ อังเดร อาร์ชาวิน จะมาบวกอีกประตูในช่วง 9 นาทีต่อมา ส่งผลให้ทีมปืนใหญ่ เก็บชัยได้เป็นนัดที่ 2 ติดต่อกันในการแข่งขันกลุ่มเอช

เวงเกอร์ ผู้ซึ่งคุมทีมปืนใหญ่มาเป็นเวลา 13 ปี ได้ออกมากล่าวชมลูกทีมหลังจบเกมว่า ผู้เล่นในทีม สามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจ

เวง เกอร์ กล่าว “ผมเชื่อว่าเราเล่นได้ดีมากในครึ่งแรก และพวกเราก็มีโอกาสหลายต่อหลายครั้งที่จะได้ประตูขึ้นนำ หลังจากในครึ่งหลังที่พวกเรายังคงครองบอลได้เป็นส่วนใหญ่ ผมเชื่อมั่นว่าความแตกต่างจะเกิดขึ้นในช่วง 20 นาทีสุดท้ายของเกมอย่างแน่นอน และเราได้แสดงให้เห็นถึงความฟิตของทีมเราที่ต้องการจะเป็นผู้ชนะ ซึ่งเรามีโอกาสครองเกมและสร้างจังหวะยิงอยู่ตลอดเวลา นั่นหมายความว่า เรายังมีความเป็นไปได้ที่จะยิงประตู และเราก็ทำได้สำเร็จในที่สุด”

ข่าวกีฬา

โจเวติคยิงเบิ้ล หงส์เน่า ปืนทุบกอส 2-0

โจเวติคยิงเบิ้ล หงส์เน่า ปืนทุบกอส 2-0

ลิเวอร์พูล หมดลาย บุกไปถูก ฟิออฯ ซัด2ประตูในครึ่งแรก พ่ายไป2-0 ขณะที่ ปืนใหญ่ ได้สองประตูในช่วง 12 นาทีสุดท้าย จากฟานเพอร์ซี และ อาร์ชาวิน

เกมการแข่งขัน ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่มนัดที่สองนัดนี้ เป็นการแข่งขันในกลุ่มอี ระหว่าง ม่วงมหากาฬ ฟิออเรนตินา เปิดสนาม อาร์เตมิโอ ฟรังคี ต้อนรับการมาเยือนของ หงส์แดง ลิเวอร์พูล

เกมนี้ทางฝั่งทีมเยือนลิ เวอร์พูล ไม่มี ฮาเวียร์ มาสเคราโน ที่มีอาการบาดเจ็บ ฟาบิโอ ออเรลิโอ ได้ลงสนามมาเดินเกมทางริมเส้นฝั่งซ้าย เฟอร์นันโด ตอร์เรส ยังคงได้ลงสนามยืนล่าตาข่ายในแดนหน้า ส่วนสตีเวน เจอร์ราร์ด กัปตันทีม ลงบัญชาการเกมในแดนกลางเหมือนเดิม

ส่วนทางฝั่งเจ้าบ้าน ฟิออเรนตินาในนัดนี้ ไม่มีกองหน้าตัวสำคัญอย่าง อัลแบร์โต จิลาดิโน ที่ติดโทษพักแข้ง ขณะที่ มาริโอ ซานตานา มีอาการบาดเจ็บ ไม่สามารถลงสนามช่วยทีมได้เช่นกัน

11 ผู้เล่นตัวจริง

ฟิออเรน ตินา(4-4-2) : เซบาสเตียน เฟรย์ – จีอันลูกา โคม็อตโต, ดาริโอ ไดเนลลี, อเลสซานโดร กัมเบอรินี, มัสซิโม ก็อบบิ – คริสเตียโน ซาเน็ตติ, ริคคาร์โต มอนโตลิโว, มาร์โก มาร์คิโอนี, สเตวาน โจเวติค – ฮวน มานูเอล วากาส, อาเดรียน มูตู

ผู้เล่นสำรอง : วลาดา อัฟรามอฟ, เปอร์ ครอล์ดรุป, มาร์โก โดนาเดล, โจเซ อิคนาซิโอ คาสติลโล, มาร์ติน ยอร์เกนเซน, มานูเอล ปาสควาล, ลอเรนโซ เด ซิลเวสทรี

ลิเวอร์พูล (4-4-2) : เปเป้ เรนา – เกล็น จอห์นสัน, เจมี คาร์ราเกอร์, มาร์ติน สเคอร์เทล, เอมิเลียโน อินซัว – สตีเวน เจอร์ราร์ด, ลูคัส เลวา, ยอสซี เบนายูน, เดิร์ค เคาท์, ฟาบิโอ ออเรลิโอ – เฟอร์นันโด ตอร์เรส

ผู้ เล่นสำรอง : ดิเอโก คาวาลเลรี, อังเดร โวโรนิน, อัลเบิร์ต ริเอรา, โซติริออส คีย์เกียกอส, ไรอัน บาเบล, เจย์ สเปียริง, เดเมียน เพลสซิส

เริ่ม เกมในการแข่งขันในครึ่งแรก เป็นทางฝั่งเจ้าบ้าน ฟิออเรนตินา ที่เป็นฝ่ายครองบอลบุกใส่ทางฝั่งทีมเยือน ลิเวอร์พูล แต่ก็ยังไม่มีจังหวะยิงที่ชัดเจนจนทำให้ เรนา ต้องออกแรงเซฟแต่อย่างไร ขณะที่ฝั่ง ลิเวอร์พูล เอง ก็ไม่สามารถต่อเกมรุกสู้ทางฝั่งเจ้าบ้านได้ บอลแทบจะไปไม่ถึง ตอร์เรส ให้ได้สร้างโอกาสยิงได้แม้แต่ครั้งเดียว

เกม เข้าสู่ช่วง 20 นาที ทางฝั่งเจ้าบ้าน ฟิออเรนตินา เริ่มครองเกมบุกมากขึ้นเรื่อยๆ และสร้างจังหวะใกล้เคียงการได้ประตูมากกว่าในช่วงต้นเกม โดย เรนา เริ่มจะต้องออกแรงป้องกันประตูบ้าง ขณะที่ ลิเวอร์พูล ไม่สามารถต่อบอลสู้กับทางฝั่งเจ้าบ้านได้เลย

ในที่สุดความพยายามของ ทางฝั่งเจ้าบ้านในการยิงประตูก็มาประสบความสำเร็จในนาทีที่ 28 เป็นจังหวะที่ คริสเตียโน ซาเน็ตติ ได้บอลที่กลางสนามก่อนจ่ายทะลุช่องให้ สเตวาน โจเวติค หลุดเดี่ยวเข้าไปดวลกับ เรนา และโจเวติค ก็ซัดผ่านการป้องกันของ เรนา เข้าประตูไปให้ ฟิออเรนตินา ขึ้นนำ 1-0

หลัง จากได้ประตูขึ้นนำ เจ้าบ้าน ฟิออเรนตินา ยังคงเปิดเกมรุกอย่างหนักเพื่อหวังยิงประตูที่สอง ขณะที่ ลิเวอร์พูล ก็เปิดเกมแลก เพื่อยิงประตูตีเสมอ ทำให้รูปเกมในช่วงนี้ ดำเนินไปอย่างรวดเร็ว และแล้วก็เป็นฝั่งได้ประตูที่สอง ในนาทีที่ 38 เมื่อ วากาส ได้บอลทางซ้ายของเขตโทษ ก่อนเปิดแรงมาให้กับ โจเวติค โฉบมาตวัดยิงที่เสาแรกเข้าไปตุงตาข่าย จนปัญญาที่ เรนา จะป้องกันได้ ให้ ฟิออเรนตินา นำห่างเป็น 2-0

เข้าสู่ช่วง 5 นาทีสุดท้ายในครึ่งแรก ลิเวอร์พูล ไม่สามารถทำเกมสู้กับทางฝั่งเจ้าบ้านได้เลย นับเป็นไม่กี่นัดในเกมยุโรป ที่จะได้เห็น ลิเวอร์พูล ตกเป็นรองคู่แข่งมากถึงเพียงนี้ ขณะที่ทางฝั่งเจ้าบ้านก็เหมือนได้ใจ พยายามบุกใส่ทีมเยือนตลอด แต่ก็ไม่สามารถยิงประตูเพิ่มได้ จบเกมในครึ่งแรก ฟิออเรนตินา นำ ลิเวอร์พูล อยู่ 2-0

เริ่มครึ่งหลัง ทางฝั่ง ลิเวอร์พูล ก็เริ่มเปิดเกมบุกใส่ในทันที และ ลูคัส เลวา ก็มีโอกาสโหม่งในกรอบเขตโทษ แต่บอลโด่งข้ามคานไปเพียงนิดเดียว ขณะที่เจ้าบ้านยังไม่ทันได้ตั้งตัว

เกมผ่านช่วง 1 ชั่วโมงแรก ยังคงเป็นทางฝั่ง ลิเวอร์พูล ทีมเยือน ที่ยกระดับเกมของตัวเองขึ้นมาต่อสู้กับทางฝั่ง ฟิออเรนตินา ได้อย่างดี จนทำให้รูปเกมในช่วงครึ่งหลัง ทางฝั่งเจ้าบ้าน ต้องตั้งรับเป็นส่วนใหญ่ และคอยอาศัยจังหวะสวนกลับเร็วเป็นหลัก แต่ก็ถูกเกมบีบเร็วของทางฝั่ง ลิเวอร์พูล ทำให้เล่นไม่ออก

เข้าสู่ช่วงท้ายเกม ความพยายามของ หงส์แดง ยังคงไม่มีทีท่าว่าจะประสบความสำเร็จ โอกาสการยิงส่วนใหญ่มักจะเป็นการยิงนกตกปลาไปเสียหมด สุดท้าย หลังจากทดเวลาบาดเจ็บไป 5 นาที ผู้ตัดสินก็เปานกหวีดหมดเวลาการแข่งขัน ฟิออเรนตินา เป็นฝ่ายเอาชนะ ลิเวอร์พูล ไป 2-0

อาร์เซนอล2- 0โอลิมเปียกอส

เริ่ม เปิดฉากในครึ่งแรก ทางฝั่งเจ้าบ้าน ปืนใหญ่ อาร์เซนอล ก็เริ่มบุกใส่ทีมเยือนทันที และมีโอกาสมากมายที่จะยิงประตูขึ้นนำได้ โดยในช่วงครึ่งแรก เป็นทางฝั่งเจ้าบ้าน อาร์เซนอล ที่ครองบอลได้เกือบ 70% แต่จังหวะยิงทั้งหมด 9 ครั้งในช่วงครึ่งแรก ถูกปฏิเสธออกมาโดยนายทวารของ โอลิมเปียกอส รวมถึงเสาและคานที่ช่วยชีวิตทีมเยือนไว้ได้ตลอด ขณะที่ทีมเยือน มีโอกาสยิงประตูในครึ่งแรกเพียงแค่ครั้งเดียว สุดท้ายจบครึ่งแรก ยังคงเสมอกันอยู่ที่ 0-0

รูปเกมในช่วงครึ่งหลัง ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงจากในช่วงครึ่งแรก โดยทางฝั่งเจ้าบ้าน อาร์เซนอล ยังคงเป็นฝ่ายพับสนามบุกเข้าใส่ ทีมเยือน โอลิมเปียกอส อย่างหนัก แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จในการเจาะตาข่ายทีมเยือน จนกระทั่งในนาทีที่ 78 อาร์เซนอล ก็มาได้ประตูที่พวกเขาต้องการ เมื่อ เชส จ่ายบอลทะลุช่องเข้าไปทางซ้ายของกรอบโทษให้ ดูดู้ หลุดเข้าไปถึงสุดเส้นหลังก่อนปาดกลับมาหน้าประตูให้ ฟานเพอร์ซี แปด้วยซ้ายเข้าไปง่ายๆ อาร์เซนอล ขึ้นนำ 1-0 และมาบวกอีกประตูในนาทีีี่ 86 จาก อาร์ชาวิน ไขว้ยิงลูกเปิดมาจากทางกราบขวาของเพื่อนร่วมทีม เข้าประตูไปให้ นำห่างไปเป็น 2-0

ผลการแข่งขันคู่อื่นๆ

กลุ่มอี
เดเบรเซน0-4ลียง

กลุ่มเอฟ
บาร์เซโลนา2-0ดินาโม เคียฟ

กลุ่มจี
กลาสโกว์ เรนเจอร์1-4เซบิญา
ยูนิเรีย อูร์ซิเซนี1-1สตุ๊ดการ์ด

กลุ่มเอช
เอแซด อัคมาร์1-1สตองดาร์ ลิแอช

ข่าวกีฬา

บายอร์ มีสิทธิ์โดนแบนถึง 6 นัด

บายอร์ มีสิทธิ์โดนแบนถึง 6 นัด

เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ อาจโดนตั้งข้อหาแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม หลังออกอาการดีใจเกินเหตุ ในเกมพรีเมียร์ลีกเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา พร้อมกับมีสิทธิ์โดนแบนถึง 6 นัด และปรับเงินอีก 2 แสนกว่าบาท สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานวันนี้ (14 ก.ย.)​ เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ กองหน้าตัวใหม่ของ แมนเชสเตอร์​ ซิตี้ ส่อแววโดนเชือด หลังแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม ระหว่างเกมพรีเมียร์ลีิก ที่ทีม “เรือใบสีฟ้า”​ เปิดรังซิตี้ ออฟ แมนเชสเตอร์ สเตเดี้ยม อัด อาร์เซนอล 4-2 เมื่อวันเสาร์ที่ 12 ก.ย.ที่ผ่านมา

อเดบายอร์ ซึ่งทำประตูที่สามให้กับแมนฯซิตี้ ฉลองการทำประตูด้วยการวิ่งจากอีกฟากฝั่งหนึ่งของสนาม เพื่อมาแสดงอาการดีใจต่อหน้าแฟนบอล “ปืนใหญ่” อดีตต้นสังกัดของตนเอง และจากเหตุการณ์ดังกล่าว อาจทำให้ดาวยิงทีมชาติโตโก เจอข้อหาแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสม รวมถึงอาจมีสิทธิ์โดนโทษแบนถึง 6 นัดเลยทีเดียว

ในปี 2006 แกรี เนวิลล์ กองหลังกัปตันทีมของ แมนเชสเตอร์​ ยูไนเต็ด เคยโดนโทษแบน 2 นัด พร้อมกับปรับเงินอีก 5,000 ปอนด์ (หรือประมาณ ​2.75 แสนบาท) มาแล้ว จากข้อหาเดียวกัน หลังจากที่เขาแสดงอาการดีใจกับลูกยิงประตูชัยของทีมต้นสังกัด หน้าแสตนด์แฟนบอล ลิเวอร์พูล

เอียน วัตมอร์ ผู้บริการสูงสุดของ สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) เปิดเผยว่า “ผมอยู่ในเกมดังกล่าว ดังนั้น ผมจึงเห็นส่ิงนี้ด้วยตาของผมเอง ผมไม่ประทับใจกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เพราะมันทำให้เกิดความบาดหมางระหว่างแฟนอาร์เซนอล และ อเดบายอร์ จากการที่เขาวิ่งหน้าตั้งจากอีกฟากหนึ่งของสนามมาแสดงอาการดีใจแบบนั้น”

นอก จากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหนึ่งนาย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล และแฟนบอลบางส่วนได้รับบาดเจ็บ เพราะโดนลูกหลงจากแฟนบอลกลุ่มหนึ่งที่ระเบิดอารมณ์แสดงอาการไม่พอใจกับ การดีใจของ อเดบายอร์ ในวันนั้นอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม อเดบายอร์ ได้ยังออกมาระบุว่า ตนเองไม่ได้ทำอะไรผิด จากกรณีดังกล่าว รวมถึงในเหตุการณ์เอาเท้าย่ำใส่หน้าของ โรบิน ฟาน เพอร์ซี ดาวยิงชาวดัตช์ของอาร์เซนอล หลังจากที่ ฟาน เพอร์ซี ออกมาแฉว่า อเดบายอร์ มีเจตนาทำร้ายเขา

ศูนย์หน้าวัย 25 ปี ซึ่งเชื่อว่า ตนเองจะไม่โดนโทษแบนจากเอฟเอ เนื่องจากมั่นใจในความบริสุทธิ์ใจของตนเอง กล่าวว่า “ผมไม่รู้ว่า ผมทำอะไรผิดถึงขนาดจะต้องโดนโทษแบน ผมไม่เคยได้ยินว่า ตำรวจหรือ เอฟเอ จะบอกสิ่งนี้กับผม สโมสรก็ไม่ได้พูดอะไร”

“ผมได้ยินแค่ว่า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนายหนึ่งบาดเจ็บ และผมเสียใจ ผมขอโทษโรบิน ฟาน เพอร์ซี ไปแล้ว มันเป็นเรื่องโง่ไปหน่อยที่วิ่งไปหน้าที่นั่งแฟนบอลอาร์เซนอล แต่คนเหล่านั้นก็สบถด่าผมทั้งเกม ผมไม่มีเจตนาอะไรทั้งนั้น ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมจะทำประตูได้”

ข่าวกีฬา