ทักษิณ Archive

รอลุ้นอิทธิปาฏิหาริย์

รอลุ้นอิทธิปาฏิหาริย์

ผลักคนเสื้อแดงออกไปอยู่นอกประเทศเลย

ถอด รหัสแปลความตามอารมณ์ที่ “เทพเทือก” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง จุดพลุเปิดปมร้อน แฉดังๆออกอากาศ เตือนกันเป็นนัย

ให้ระวังคนต่างด้าวแฝงตัวอยู่ในม็อบเสื้อแดง

อ่าน กันตื้นๆก็แค่เกมดิสเครดิตกันแรงๆ บลัฟม็อบคนเสื้อแดงไม่ใช่คนไทยเพียวๆ ในจังหวะตามน้ำ “เทพเทือก” ลากยาวต่อกระแสที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เหยียบตีนเล่นกับสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ป่วนฝ่ายคุมเกมอำนาจประเทศไทย

“นายใหญ่” โดนประทับตรา “ตัวเป็นไทยใจเขมร”

ประชาธิปัตย์อัดมุก ปลุกกระแสชาตินิยมถล่มลูกข่าย “ทักษิณ” ตีกินต่อเนื่อง

แต่ หากอ่านกันลึกๆ โดยสัญญาณอันตราย บนพื้นฐานของความคิดที่ว่าคนต่างด้าวแฝงตัวอยู่ในม็อบเสื้อแดง เข้าข่ายความชอบธรรมในการเพิ่มขีดระดับการปราบปรามขั้นรุนแรงเพื่อรักษาความ มั่นคงภายใน

ปั่นกระแสนำร่องก่อนลุยหักดิบ

ในท่ามกลางสถานการณ์ที่มาถึงจุดได้-เสีย ม็อบเสื้อแดงเป่านกหวีดระดมพลใหญ่ ดีเดย์ 28 พฤศจิกายน เผด็จศึกรัฐบาล “อภิสิทธิ์ชน” ให้ได้

ขณะ เดียวกันก็เล่นเกม “ขึงพืด” ตีกันฝ่ายคุมเกมอำนาจประเทศไทยที่จ้อง “ล้มกระดาน” สกัดไม่ให้ลูกข่าย “ทักษิณ” ได้ลงสนามเลือกตั้ง กลับมาเป็นฝ่ายถืออำนาจ

วัดใจคนที่จะสั่งยิงคนเสื้อแดง

ต่างฝ่ายต่างเร่ง “สงครามครั้งสุดท้าย” เดิมพันกันด้วยชีวิตประชาชนผู้ร่วมชุมนุม

แต่ท่ามกลางกระแสเร้าเกม “เรียกเลือด” ก็มี “โปรโมชั่น” ถูกโยนออกมาถามทาง

กับมุก “รัฐบาลเฉพาะกาล” พรรคประชาธิปัตย์จับมือพรรคเพื่อไทยและทุกพรรคการเมืองร่วมทีมกันบริหารประเทศ เพื่อถอดชนวนความขัดแย้ง

แนว ทางสอดคล้องไปกับข้อเสนอ “ปฏิวัติวันเดียว” ล้มกระดานล้างไพ่กันใหม่ แก้กติกาให้เสร็จภายในเวลาอันรวดเร็ว แล้วปล่อยให้นักเลือกตั้งลงสนามกันตามปกติ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น โดยออปชั่นต้องเหมารวมการสางคดีความของ “นายใหญ่”

วัดใจฝ่ายคุมเกมอำนาจประเทศไทยจะรับมุกหรือไม่

ที่แน่ๆโดยสถานการณ์ความเป็นไป ณ ปัจจุบัน โอกาสแทบไม่เห็นหนทางที่พรรคประชาธิปัตย์จะลากเกมรัฐบาลผสมต่อไปได้

โดยเฉพาะกับความเป็น “ประชาธิปัตย์” ที่ไม่เคยยอมเสียเหลี่ยมใคร

แม้แต่กับเพื่อนที่กอดคอร่วมเป็นร่วมตายกันอยู่

อย่าง ที่เป็นข่าวกระเส็นกระสาย แทนที่จะตั้งท่าสู้กับเครือข่าย “ทักษิณ” ตามยุทธศาสตร์แยกกันตี ประชาธิปัตย์กลับสนุกอยู่กับการเล่นเกมเลื่อยขานั่งร้าน เตะตัดขาสกัดพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง โดนกันถ้วนหน้าทั้งพรรคภูมิใจไทย เพื่อแผ่นดิน ชาติไทยพัฒนา

ไม่ใช่แค่คิวกั๊กโปรเจกต์กระทรวงในโควตาของพรรคร่วมรัฐบาล

แต่ จุดส่อเค้าแตกหัก มันอยู่ที่รายการโยกย้ายบิ๊กตำรวจ ที่สุดท้ายแล้วกลับกลายเป็น “เทพเทือก” ที่เดินยุทธการผนึกอำนาจ ประคองราคาต่อรองของตัวเอง ทั้งในตำแหน่งเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ และสถานะผู้จัดการใหญ่รัฐบาล

รวบ “ชิ้นปลามัน” เอาไว้คนเดียว

โยนแค่เศษหางให้พรรคร่วมรัฐบาล

งาน นี้คนที่ฉุนกึ้กเลยก็คือ “เนวิน ชิดชอบ” ที่ถูกมองว่า สมประโยชน์ ตามโพย “เด็กฝาก” แต่ของจริง แม้แต่ตำรวจใหญ่ที่คุมโซนอีสานใต้ ก็ไม่ได้ประกันยี่ห้อ “เพื่อนเนวิน”

โดน “เทพเทือก” หลอกตีกินเนียนๆ

แต่ในเหลี่ยมของเซียนแต้มทันกัน เชื่อขนมกินล่วงหน้าได้ ยังไงก็ต้องมีคิว “กระตุก”

อย่างเบาะๆก็น่าจะมีสัญญาณคลื่นความถี่สูง ส่งไปถึงพรรคแกนนำอย่างประชาธิปัตย์ ถ้ามองข้ามหัวพรรคร่วมรัฐบาล ไม่สนนั่งร้าน

ก็ต้องคอยชมรายการแสดงอิทธิปาฏิหาริย์

แม้ในเบื้องต้นจะทำอะไรไม่ได้ เพราะใกล้จะปิดสมัยประชุมสภา

แต่ มองข้ามช็อตไปถึงจังหวะเปิดสมัยประชุมต้นปีหน้า คิวเปิดให้ฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทยได้ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ จับรัฐบาลขึ้นเขียงเชือด

มูลค่าของพรรคร่วมรัฐบาลดีดกลับ ในจังหวะเข้าทางเกม “ตบหน้า”

ประชาธิปัตย์ได้ลุ้นระทึก “เสียงหาย”

ข่าวการเมือง

ให้ร้องเพลงชาติ ชักธงลง แม้วจิกเสียฮวงจุ๊ย

ให้ร้องเพลงชาติ ชักธงลง แม้วจิกเสียฮวงจุ๊ย

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทวิตเตอร์คร่ำครวญทำอะไรก็ผิด ไม่รู้จะขอร้องให้คนเสื้อแดงอดทนสันติไปได้อีกสักกี่น้ำ จิกรัฐบาลส่งเสริมร้องเพลงชาติตอนชักธงลง เสียฮวงจุ๊ย พร้อมเตรียมแจงเรื่องกัมพูชา 20.30 น. วันนี้  พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร โอดครวญผ่านทวิตเตอร์

หลังการเดินทางไปประเทศกัมพูชา ถูกหลายฝ่ายโจมตีเรื่องทรยศชาติ โดยกล่าวว่า “แผ่นดินเกิดไม่ให้ เหยียบแผ่นฟ้าไม่ให้บินผ่านหนังสือเดินทางไม่ให้ถือเงินหามาสุจริตไม่ให้ใช้ ยศพระราชทานจะเอาคืนเครื่องราชฯจะยึดชีวิตก็จะไม่ไว้ จะเดินทางไปเยี่ยม เพื่อนก็รังควาน จะไปทำมาหาเลี้ยงชีพก็จะไล่ล่า ได้รับเกียรติจากประเทศอื่นก็บอกว่าขายชาติ พูดปกป้องเจ้านายก็ว่าไม่จงรักภักดี ไม่ป่วยก็บอกว่าเป็นมะเร็ง มีคนมาเยี่ยมก็หาว่าเป็นกิ๊ก อยู่ดูไบมีระเบิดเมืองไทยก็หาว่าเป็นคนทำ ต่อสู้หาความเป็นธรรมอย่างสันติก็หาว่ารุนแรง สมกับที่เขาว่า”พวก มึงทำอะไรก็ถูก พวกกูทำอะไรก็ผิด“แล้วเราจะอยู่กันอย่างไรจะสันติได้อีกกี่น้ำผมจะขอร้องให้ คนเสื้อแดงอดทนได้อีกนานแค่ไหนไม่รู้

นอกจากนี้้ พ.ต.ท.ทักษิณ​ยังได้พูดถึงโครงการไทยเข้มแข็งของรัฐบาล ที่ให้ ทุกจังหวัดร้องเพลงชาติ ในเวลา 18.00 น. ว่า ” ตอนนี้รัฐบาลนี้เขากำลังส่งเสริมให้คนร้องเพลงชาติตอนชักธงลงครับ ผมว่าเสียฮวงจุ๊ยหมด จะร้องให้ไทยรุ่งเรืองน่าจะชักขึ้น ”

ทั้ง นี้ พ.ต.ท.ทักษิณ​ ยืนยัน จะจัดรายการออนไลน์ talk around the world ผ่านทาง เว็ปไซด์ thaksin live .com ในเวลา 20:30 ถึง 21;30 วันนี้ 17 พ.ย. 2552 แน่นอน โดยตั้งใจจะคุยเรื่องเศรษฐกิจและเรื่องกัมพูชา เป็นประเด็นสำคัญ

ข่าวการเมือง

ฮุนเซนโอ๋ทักษิณ กษัตริย์ตั้ง ส่งตัวกลับไม่ได้

ฮุนเซนโอ๋ทักษิณ กษัตริย์ตั้ง ส่งตัวกลับไม่ได้

“ทักษิณ” ควง “ฮุนเซน” ให้สัมภาษณ์ทีวีเขมรโชว์ไอเดียแก้เศรษฐกิจ ด้านนายกฯเขมรให้เหตุผลไม่ส่งตัวให้ไทย เพราะกษัตริย์กัมพูชาแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษา และคดีทักษิณเกิดขึ้นหลังรัฐประหาร ผู้สื่อข่าวรายว่า เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 11 พ.ย. (ตามเวลาท้องถิ่น) กัมพูชาได้เผยเทปบันทึกการให้สัมภาษณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของประเทศกัมพูชา ผ่านทางสื่อโทรทัศน์ของกัมพูชา ทางช่องทีวีเค (TVK) พร้อมกับสมเด็จฮุน เซน ซึ่งถือเป็นการให้สัมภาษณ์ครั้งแรกของ พ.ต.ท.ทักษิณ หลังจากเดินทางถึงประเทศกัมพูชา

โดยระหว่างการสัมภาษณ์ สมเด็จฮุน เซน ได้นำเอกสารที่รัฐบาลไทยส่งมาให้กับทางการกัมพูชา ในการขอให้ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนยื่นให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ดูพร้อมกับกล่าวว่า ขอให้มั่นใจได้ว่าทางการกัมพูชาจะไม่ส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาที่ประเทศไทย ด้วยเหตุผล 3 ข้อ คือ 1. เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจของสมเด็จฮุน เซน เป็นตำแหน่งที่ได้รับการแต่งตั้งโดยกษัตริย์ของกัมพูชา 2. สัญญาการส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนจะไม่นับรวมในกรณีที่เป็นนักโทษทางการเมือง และ 3. คดีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ตกเป็นผู้ต้องหานั้น เป็นคดีที่เกิดขึ้นหลังการทำรัฐประหารที่ประเทศไทย ซึ่งไม่มีความเป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์แบบ

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อ ว่า บรรยากาศตลอดการให้สัมภาษณ์นั้น สมเด็จฮุน เซน นั่งเคียงข้าง พ.ต.ท.ทักษิณ ตลอด โดยมีนักข่าวของกัมพูชานั่งอยู่โดยรอบจำนวน 5 คน ขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้มีสีหน้าเคร่งเครียด และได้อธิบายถึงหลักการที่จะมาดำเนินงานในฐานะที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจได้เป็น อย่างดี ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้ถามคำถาม พ.ต.ท.ทักษิณ ว่าตามที่เคยบอกไว้ว่าจะมาพัฒนาเศรษฐกิจที่กัมพูชา จะทำอย่างไร พ.ต.ท.ทักษิณ ตอบว่า จะยกเรื่องการปฏิรูประบบการเงินของกัมพูชา จะบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ และได้ยกทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นำมาใช้ที่ประเทศกัมพูชา และจะนำการค้าการลงทุนในระดับที่พอเหมาะเข้ามาที่ประเทศกัมพูชาให้ได้มากที่ สุด

ขณะที่สมเด็จฮุน เซน ได้พูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างพรรคประชาชนกัมพูชา (ซีพีพี) และพรรคเพื่อไทยของ พ.ต.ท.ทักษิณว่า ทั้งสองพรรคการเมืองมีความสัมพันธ์ที่ดีมายาวนานตั้งแต่สมัยที่พรรคเพื่อไทย เป็นพรรคไทยรักไทยอยู่ ซึ่งคล้ายๆ กับพรรคประชาธิปัตย์ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ก็มีความสัมพันธ์กับพรรคสมรังสีเช่นกัน ถ้าพรรคประชาธิปัตย์อยากที่จะแต่งตั้งนายสม รังสี ผู้นำฝ่ายค้านกัมพูชา เป็นที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจของรัฐบาลไทยก็ยินดี ไม่มีปัญหา

ส่วน ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศที่เกิดขึ้นอยู่นั้น นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เห็นว่า หากมองในระดับประชาชนคนไทย และคนกัมพูชาก็ยังรักกันอยู่ และรัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชาก็ยังมีความสัมพันธ์ที่ดีอยู่ เพียงแต่ปัญหาที่เกิดขึ้น เป็นปัญหาส่วนตัวระหว่างสมเด็จฮุนเซน และนายอภิสิทธิ์

สำหรับกำหนดการทำงานของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่มีการเปิดเผยที่ชัดเจน แต่ในวันที่ 12 พ.ย.นี้ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางไปพูดคุยกับกระทรวงการเศรษฐกิจและการคลังของกัมพูชา จากนั้นจะเดินทางต่อไปยังเสียมราฐ และคาดว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะหาเวลามาพูดคุยกับสื่อมวลชนไทยที่ไปรอทำข่าว

ข่าวการเมือง

แม้วปัดไปเขมร ลอยกระทง อัดสื่อมั่วข่าว

แม้วปัดไปเขมร ลอยกระทง อัดสื่อมั่วข่าว

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทวิตเตอร์ ปฏิเสธข่าวเตรียมเดินทาง ไปลอยกระทง และขอบคุณสมเด็จฮุนเซน ที่ประเทศกัมพูชา ในวันที่ 2 พ.ย. ตามที่ ประชา ประสพดี อ้าง  พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทวิตเตอร์  ปฏิเสธกระแสข่าวกรณี  นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ออกมาเปิดเผยว่า ในวันลอยกระทง 2 พ.ย. นี้ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางโดยเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวมายังกัมพูชาเพื่อร่วมงานประเพณีลอยกระทง และขอบคุณสมเด็จฮุนเซน ผู้นำกัมพูชา กรณีแสดงจุดยืนจะไม่ส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับประเทศเนื่องจากเป็นคดีการเมือง

โดยกล่าวว่า ” ลอยกระทง กัมพูชา  ไม่หรอกครับ ผมอยู่ถิ่นชาวมุสลิมที่นี่แหละครับยังไม่ไปไหน มันปล่อยข่าวได้ทั้งวัน  วันที่ ๑ พ.ย.นี้ ผมก็สามารถsmsกับคนไทยได้โดยตรงแล้ว ครับ ” พร้อมทั้งจะเปิดเผยว่า จะเปิดช่องทางใหม่ในการติดต่อกับตนเอง  ซึ่งจะเน้นไปที่การพูดคุยด้านเศรษฐกิจเป็นหลัก

โดยกล่าวว่า   “ถ้าอยากคุยเรื่องเศรษฐกิจและธุรกิจเข้ามา follow ใน thaksinbiz ซิครับ เริ่ม ๑ พ.ย. นี้ ครับ “  นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังได้กล่าวพาดพิงถึง นายกรัฐมนตรี กรณีการเดินหน้าถอดยศ และ ริบคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ว่า

“อภิสิทธิ์ นับวัน ก็ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ว่าเป็นพวกพันธมิตร ไม่รู้ว่าจะสร้างความปรองดองได้หรือ เท่าที่เฝ้าดูมาเกือบปีดูจะชอบเพลงแตกเป็นแตก อภิสิทธิ์พูดกับกระทำไม่เหมือนกันเพราะเก่งการเมือง บางคนบอกว่าการเมืองคือเรื่องไม่จริง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไปเป็นสัจจธรรม ที่บ้ากันอยู่ทุกวันนี้ตายไปก็เอาอะไรไปไม่ได้สักคน เหรียญ ๑ เหรียญ จะใส่ปากผี  ไปยังใส่ไม่ค่อยจะเข้า ”

ข่าวการเมือง

ชินวรณ์ไฟเขียว ฝ่ายค้านถาม กระทู้ถอดยศแม้ว

ชินวรณ์ไฟเขียว ฝ่ายค้านถาม กระทู้ถอดยศแม้ว

ประธานวิป รบ. ไม่ขัด ฝ่ายค้านยื่นกระทู้ถามสด ถอดยศ “ทักษิณ” วันที่ 29 ต.ค. จวก “ส.ส.-รมต.”สันหลังยาว ทำประชุมสภาฯล่ม 28 ต.ค. อ้อนสื่อช่วยหาชื่อประจาน ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 29 ต.ค. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการพิจารณากระทู้ถามสดของฝ่ายค้านในวันเดียวกันนี้ ว่า เชื่อว่าประธานในที่ประชุมจะยึดข้อบังคับอย่างเคร่งครัดในการพิจารณากระทู้ ถามว่าจะต้องเกี่ยวข้องกับการบริหารประเทศของรัฐบาลเท่านั้น ขณะเดียวกันผู้ที่ตั้งกระทู้ถามจะต้องพิจารณาตัวเองด้วยว่าเรื่องที่ได้ถาม เข้าตามระเบียบที่กำหนดไว้หรือไม่ ส่วนการดำเนินการถอดยศ และ เรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ของพ .ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นั้น การถอดยศเป็นกระบวนการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องดำเนินการเพราะ พ.ต.ท.ทักษิณจะอยู่นอกเหนือกฎหมายไม่ได้ หากไม่ดำเนินการ จะถูกกล่าวหาว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หาก ฝ่ายค้านตั้งกระทู้ถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ ก็จะเป็นสิ่งดีที่รัฐบาลจะใช้อากาศชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบและเข้าใจ

ประธาน วิปรัฐบาล กล่าวต่อถึงการประชุมสภาผู้แทนราษฎรล่มเมื่อวันพุธที่ 28 ต.ค. ระหว่างการพิจารณาร่างพ.ร.บ.การเดินอากาศ ว่า ต้องขอความร่วมมือสื่อมวลชนช่วยหารายชื่อส.ส.สันหลังยาวที่ใช้เวลาประชุมสภา ผู้แทนราษฎร ไปคุยธุรกิจกับผู้รับเหมา เมื่อถามว่า เป็นเพราะประธานวิปรัฐบาลทำงาน ไม่มีประสิทธิภาพหรือไม่ นายชินวรณ์ กล่าวว่า ส.ส.มีหน้าที่ประชุมสภาฯ คนที่ไม่เข้าประชุมก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองได้กระทำ เชื่อว่าหากสื่อช่วยนำชื่อมาประจานจะช่วยปรามได้อีกทางหนึ่ง เพราะเหลือเวลาเปิดสมัยประชุมสภาฯอีกเพียงแค่ 4 สัปดาห์ก็จะปิดสมัยประชุมแล้วแต่ละฝ่ายจึงต้องรักษาองค์ประชุมอย่างเคร่ง ครัดและต้องมีจิตสำนึกร่วมกันให้มากกว่านี้ เมื่อถามอีกว่าส.ส.สันหลังยาวมีรัฐมนตรีรวมอยู่ด้วยหรือไม่ นายชินวรณ์ กล่าวว่า ก็รวมทั้งหมด

ข่าวการเมือง

จิ๋วดับเครื่องชน ป๋า เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด เกมนี้เพื่อใคร

จิ๋วดับเครื่องชน ป๋า เพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด เกมนี้เพื่อใคร

ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าในอดีตนั้น บิ๊กจิ๋วได้ชื่อเป็นนายทหารลูกรักป๋า เพราะทำผลงานเข้าตาทั้งเรื่องนโยบาย 66/2523 ดึงให้พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยออกจากป่าเข้าสู่เมืองเพื่อร่วมพัฒนา ชาติไทยริเริ่มโครงการอีสานเขียว และโครงการฮารับบันลารูดับไฟใต้

จน ถึง เมื่อคราวที่ พล.อ.เปรม หักกับ พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก พล.อ.เปรม จึงได้ผลักดันขุนพลข้างกาย อย่าง พล.อ.ชวลิต ขึ้นเป็น ผู้บัญชาการทหารบกคนใหม่ ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้บิ๊กจิ๋ว ขยายบารมีวางรากฐานไปสู่การกระโดดลงสู่ถนนการเมือง จนสามารถก้าวขึ้นสู่การนั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ในท้ายที่สุด

หรือ แม้แต่เมื่อครั้งรวมพลัง ” ทหารแก่ไม่เคยตาย ” ที่เจ้าตัวโดนกระทุ้งหนักๆว่า บ้านเมืองกำลังย่ำแย่ยังทนอยู่เฉยอยู่ได้ยังไง ยังต้องลุกขึ้นมาร่วมสวมชุดทหารแสดงพลังสู้กับคนไกล เมื่อครั้งก่อนเกิดเหตุการณ์ 19 ก.ย.49 เมื่อสายสัมพันธ์ที่มีต่อกัน มายาวนานนี้ทำให้ไม่น่าแปลกใจเลยว่า บรรดาคนใกล้ชิด โดยเฉพาะนายทหารลูกป๋า จึงพยายามออกมาหย่าศึก ไม่ให้ลุกลามบานปลายไปมากกว่านี้ เพราะหากยิ่งสองเสือเปิดศึกใส่กันมากเท่าใด ฝ่ายคนจรัลสนิทวงศ์ที่เคยถึงขั้นไปนั่งปอกมะม่วงให้บิ๊กจิ๋วกินกับข้าว เหนียวถึงบ้านปิ่นประภาคม มาแล้ว ก็ยิ่งกระหยิ่มยิ้มย่องกันไปเท่านั้น

เห็น ได้จากเมื่อลองไปถามอดีตนายพลผู้ใกล้ชิดคนบ้านจรัลสนิทวงศ์เพราะอยากลองฟัง ความเห็นเรื่องนี้หน่อย ถึงกับออกปากหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ก่อนพูดเพียงไม่รู้สิเห็นเค้าเคยรับใช้กันมาก่อนแต่ไปทำอีท่าไหนกันล่ะถึง ได้เป็นอย่างนี้ได้ ด้าน พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป หัวหน้าสำนักงานประธานองคมนตรี คนใกล้ชิด พล.อ.เปรม และมีความสนิทชิดเชื้อกับบิ๊กจิ๋ว ที่มักจะทำหน้าที่เป็นโอเปอร์เรเตอร์ต่อสายเชื่อมสัมพันธ์ให้ทั้งสองคนอยู่ บ่อย ๆ ออกมาห้ามทัพเป็นคนแรก โดยกล่าวว่า ” เรื่องนี้ขอให้จบได้แล้ว เอาเป็นว่าเรื่องนี้มีความเข้าใจผิดกัน อย่าไปสาวความกันอีกเลย ขอให้จบได้แล้ว บ้านเมืองจะได้เดินต่อไปได้ ” พร้อมสำทับว่า พล.อ.เปรม ไม่มีอะไร หลังอ่านบทสัมภาษณ์โต้กลับของ บิ๊กจิ๋ว อีกด้วย

ทีนี้ ลองมาส่องพลังทางทหารของพรรคเพื่อไทย หลัง บิ๊กจิ๋ว และนายทหารเตรียมรุ่น 10 ล็อตใหญ่ มาเสริมกำลังกับ พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี จะเห็นได้ว่าคอนเนกชั่นระดับนี้ ย่อมไม่ธรรมดาแน่นอน เพราะคนอย่าง บิ๊กจิ๋ว และ พล.อ.พัลลภ สามารถต่อสายตรงถึงบรรดานายทหารน้อยใหญ่ในกองทัพได้จำนวนมาก ยิ่งเมื่อมาบวกกับพลังทางการเงินของนายใหญ่แล้ว ยิ่งทำให้พลังดูดระดับนี้น่ากลัวไม่น้อย

ต้องไม่ลืมว่าในช่วงที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็น นายกรัฐมนตรี นั้น แม้เจ้าตัวจะไม่ค่อยสัมพันธ์กับนายทหารน้อยใหญ่เว้นเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 10 และ ขุมกำลังสำคัญในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่การเดินหน้าสร้างขุมพลังของตัวเองผ่านเพื่อนเตรียมทหารรุ่น 10 จนสามารถบีบขุนทหารมาล้อมหน้าล้อมหลังจนสามารถสร้างแรงกระเพื่อมในกองทัพ ซึ่งแต่ไหนแต่ไรมักจะขึ้นตรงต่อสี่เสาเทเวศร์

หากยังจำกันได้ ช่วง พ.ต.ท.ทักษิณ สั่งเด้ง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ คนสายตรงเข้มข้นจากบ้านสี่เสาจากผู้บัญชาการทหารบกไปแขวนบนหิ้งในตำแหน่งผู้บัญชาการทหารสูงสุด ด้วยวลีคลาสสิก ” พี่จะปฎิวัติผมหรือ ” พล.อ.สุรยุทธ์ ในฐานะผู้บังคับบัญชาโดยตรงออกคำเตือนไปยัง บรรดา นายทหารเตรียมรุ่น 10 ที่ในขณะนั้นคุมขุมกำลังหลักของกองทัพปิดล็อกการปฎิวัติได้เ กือบทั้งหมด ไม่ให้ออกมาเคลื่อนไหวยุ่งเกี่ยวทางการเมืองแต่เพียงคล้อยหลัง บรรดานายทหารเหล่านั้นกลับตบเท้าไปให้กำลังใจ พ.ต.ท.ทักษิณ ทันที

ต้องคอยจับตาดูกันไปว่า พรรคเพื่อไทยขุมกำลังนายใหญ่จะสามารถเดินเกมดูดขุนทหารมาเป็นพวกกันได้มาก น้อยเพียงใดเพราะการประเดิมเปิดตัวขุนทหารเตรียมรุ่น 10 เข้าสังกัดกว่า 49 คนนั้น ไม่น่าถือเป็นเรื่องที่น่าตื่นตกใจนักเพราะนายทหารที่มาร่วมนั้นส่วนใหญ่ถูก พิษการเมืองเด้งไปอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ได้คุมขุมกำลังหลักของกองทัพ หรือไม่ก็เกษียณอายุราชการไปแล้ว

ที่น่าสังเกตคือไร้เงาขุนทหาร เตรียมรุ่น 10 ที่ถือเป็นระดับแกนนำ เช่น พล.อ.พรชัย กรานเลิศคนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เคยวางตัวให้เป็นผู้บัญชาการทหารบกหรือ พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัตรวมทั้ง พล.ท.พฤณฑ์ สุวรรณทัต และ พล.ท.ศานิต พรหมมาศ ที่เคยคุมขุมกำลังป้องกันการปฎิวัติกลับไม่มาปรากฎตัวสมัครเข้าพรรคเพื่อไทย เพื่อเปิดหน้าเล่นการเมืองบนดินแต่อย่างใด

ขณะที่การเปิดเกม รุกทางการเมืองหลังบิ๊กจิ๋วเข้าทำหน้าที่เป็นประธานพรรคเพื่อไทย ยกแรกได้สร้างเสียงฮือฮาเป็นอย่างยิ่งเมื่อเจ้าตัวพร้อมนายทหารคนสนิทตัดสิน ใจเดินทางไปพบกับนายกรัฐมนตรีฮุนเซน ของกัมพูชาของแสลงรัฐบาลไทยชุดปัจจุบัน ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า กำลังหงุดหงิดกับท่าทีของรัฐบาลไทย เรื่องประเด็นปัญหาเรื่องชายแดนเขาพระวิหาร และประเด็นผลประโยชน์ทางทะเลทั้งแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย จนถึงกับออกมาแสดงอาการไม่พอใจผ่านสื่อต่างประเทศครั้งแล้วครั้งเล่า แม้กระทั่งก่อนหน้าที่จะมีการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนเพียงวันเดียว จนมีเสียงไล่หลังจากกระทรวงต่างประเทศไทยเตือนบิ๊กจิ๋วไม่ใหเปิดเผยข้อมูล ลับของทางราชการ รวมทั้งไม่ให้ไปพูดถึงเรื่องข้อมูลใด ๆ ที่อาจจะไม่ตรงกับข้อมูลของกระทรวงการต่างประเทศ ให้ผู้นำกัมพูชาเข้าใจผิด พร้อมกับย้ำว่าคำพูดของบิ๊กจิ๋วไม่มีภาระผูกพันใด ๆ กับ รัฐบาล

แต่ ดูเหมือนเสียงเตือนจากกระทรวงต่างประเทศ จะไร้ผลเพราะเมื่อ พล.อ.ชวลิต เดินทางกลับ ได้มีการแถลงถึงผลการเข้าพบกับผู้นำกัมพูชา โดยย้ำถึงความสนิมสนมระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณ และ นายกรัฐมนตรีฮุนเซน ผ่านสื่ออย่างโจ่งแจ้ง โดยระบุว่า ” ผู้นำกัมพูชา มีความสัมพันธ์กับ อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะเพื่อน มีความรักความผูกพันกันมาตั้งแต่ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนักธุรกิจจนกระทั่งลงมาเล่นการเมืองก่อนก้าวเป็นนายกรัฐมนตรี ความสัมพันธ์ของทั้งสองยังผูกพันเหมือนเดิมทุกอย่าง ในฐานะเพื่อนมีความรู้สึกว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้รับความเป็นธรรมทางการเมือง ประสบเคราะห์กรรม แต่นายกฯฮุนเซน กับ ทักษิณก็ยังเป็นเพื่อนกัน ในฐานะที่ทำประโยชน์ให้ประเทศมานาน แต่ทำไมวันนี้ถึงไม่มีแผ่นดินจะอยู่ มีความรู้สึกเจ็บปวดในเรื่องนี้ ทั้งที่ไม่ได้เป็นคนไทย ตนเองและคนในครอบครัวได้รับรู้เรื่องนี้ ภรรยาถึงกับร้องไห้ และจะสร้างบ้านให้ พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ในกรุงพนมเปญ ในฐานะเพื่อน อย่างมีเกียรติ ”

พร้อมกับได้มีการเผยแพร่ภาพวีที อาร์ ที่แสดงถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดชนิดโอบกอดกันอย่างรักใคร่ ของเพื่อนรักระหว่าง บิ๊กจิ๋ว และ นายกรัฐมนตรีฮุนเซน รวมทั้งภาพที่ บิ๊กจิ๋ว โทรศัพท์สายตรงถึง พ.ต.ท.ทักษิณ เล่ารายละเอียดการเข้าพบกับผู้นำกัมพูชาผ่านสื่อมวลชนอย่างเอิกเกริก ชนิดไม่เกรงใจรัฐบาลที่กำลังมีภาพลบเรื่องความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านอยู่ แม้แต่น้อย

อย่างไรก็ดีเป็นที่น่าสังเกตุว่าภาระกิจที่บิ๊กจิ๋ว ได้รับมอบหมายทั้งในเรื่อง การบินไปพบกับผู้นำกัมพูชาและในอนาคตจะต้องบินไปพบกับผู้นำพม่า ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นของแสลงของรัฐบาลไทยชุดปัจจุบัน และยังสุ่มเสี่ยงต่ออันตรายสำหรับความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศ นั้น ไม่ต่างจากที่ พล.อ.พัลลภ เคยได้รับการทดสอบเรื่องความจริงใจช่วงพลิกขั้วมาร่วมด้วยใหม่ ๆ เพราะ พล.อ.พัลลภ ก็ถูกบททดสอบให้ออกมาเปิดเผยเรื่องเบื้องหลังการปฎิวัติ ในช่วงที่นายใหญ่ กำลังเดินหน้าผลักดันกลุ่มเสื้อแดงเต็มสูบ ในช่วงก่อนเหตุการณ์สงกรานต์เลือด เพื่อหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ เช่นกัน

แต่ สิ่งหนึ่งที่น่าสังเกตุอีกเช่นกันก็คือ การออกมาแถลงของบิ๊กจิ๋ว ถึงเรื่องการไปพบกับนายกรัฐมนตรีฮุนเซน โดยเฉพาะเรื่องข้อเสนอเรื่องบ้านพักในกรุงพนมเปญ ในครั้งนี้ ค่อนข้างขัดกับสิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ปฎิเสธข้อกล่าวหาของฝ่ายตรงข้ามมาโดยตลอดในช่วงที่มีการโฟนอินถี่ยิบ เพื่อเรียกพลังกลุ่มเสื้อแดง ตอนช่วงสงกรานต์เลือด ว่า ไม่เคยเดินทางไปเข้าไปประเทศกัมพูชาเพื่อใช้เป็นฐานทัพจัดกำลังพล ตามที่ถูกกล่าวหา

ซึ่งทำให้ไม่น่าแปลกใจว่าเพราะเหตุใดบรรดาคน ใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ เช่น พล.อ.ชัยสิทธิ ชินวัตร ถึงกับออกมาปฎิเสธ ด้วยน้ำเสียงไม่สู้ดีนักว่า ไม่เคยได้ยินเรื่องนี้ และเชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ คงจะไม่รับข้อเสนอดังกล่าว เพราะอยู่ใกล้กับประเทศไทยมากเกินไป จนอาจจะกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้ เพราะต้องไม่ลืมว่า ทั้งไทยและกัมพูชา นั้น มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างกันอยู่

ทั้งสองฝ่ายกำลังเล่นอะไรเกมนี้เพื่อใคร

ข่าวการเมือง

ก๊วนตท.10 ซบ พท. แม้วขอบคุณ เพื่อนไม่ทิ้งกัน

ก๊วนตท.10 ซบ พท. แม้วขอบคุณ เพื่อนไม่ทิ้งกัน

“จิรสิทธิ์” นำร่อง “พรชัย-พฤณฑ์” เตรียมไขก๊อก รับราชการไม่รุ่ง ช่วยพรรค “เพื่อนแม้ว” ก๊วนเตรียมทหารรุ่น 9-10 ฐานอำนาจเก่า “ทักษิณ” โฟนอินขอบคุณ “เพื่อนไม่ทิ้งกัน”มาร่วมอุดมการณ์การเมือง  ผู้สื่อข่าวรายงาน เมื่อวันที่ 19 ต.ค. ว่า หลังจากที่ พล.อ.อ.สุเมธ โพธิ์มณี อดีตหัวหน้าฝ่ายเสนาธิการประจำ รมว.กลาโหมและ แกนนำเตรียมทหารรุ่น 10 ที่เป็นผู้ประสานงานเพื่อนร่วมรุ่นในการสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย ที่เดินทางไปพบกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตีที่ประเทศดูไบ เมื่อวันที่ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยในวันนี้ พล.อ.อ.สุเมธ ได้นัดหารือ เพื่อน ตท.10 ประชุมหารือที่โรงแรม เอสซี ปาร์ค เพื่อกำหนดท่าทีในการสมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยในวันนี้ (20 ต.ค.) นี้ เวลา 11.00 น. ที่ทำการพรรคเพื่อไทย ซึ่งในการหารือครั้งนี้มี นส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้รวบรวมรายชื่อทั้งหมด เบื้องต้นมีผู้แสดงความจำนงสมัครเข้าเป็นสมาชิกประมาณ 35 คน ในส่วนของกองทัพอากาศ จะให้ พล.อ.อ.สุเมธ เป็นผู้ประสานงานรวบรวมรายชื่อ ในส่วนของกองทัพบก มอบหมายให้ พล.ท.มะ โพธิ์งาม ส.ส.กาญจนบุรี เป็นผู้ดำเนินการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การหารือครั้งนี้มีการจัดเลี้ยงสังสรรค์ร่วมกับครอบครัวของสมาชิก ตท.10 ด้วย โดย ระหว่างงาน พ.ต.ท.ทักษิณ ได้โฟนอินเข้ามาพูดคุย โดยขอขอบคุณเพื่อนทุกคนที่ไม่ทิ้งกัน และยังสมัครใจที่จะเข้ามาร่วมอุดมการณ์ในการร่วมงานทางการเมืองเพื่อทำ ประโยชน์ให้กับประเทศชาติ

สำหรับรายชื่อ ตท.10 ที่จะสมัครเข้าเป็นสมาชิกประกอบด้วย พล.ท.จิรสิทธิ์ เกษะโกมล อดีตแม่ทัพน้อยที่ 1 ตท.10 ที่เคยเป็นคู่แคนดิเดท กับ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ในการขึ้นชิงเก้าอี้แม่ทัพภาคที่ 1 พล.ท.ปรีชา วรรณรัตน์ อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี พล.อ.เสรณี รัตนชื่น อดีต รอง .ผบ.นทพ. กับ พล.ต.ท. ฉลอง สมใจ อดีต ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.บุญเลิศ นันทวิศิษฐ์ อดีต รองผบช.ภ.1 อย่างไรก็ตาม ในงานครั้งนี้ พล.ท.พฤณฑ์ สุวรรณทัต อดีต ผบ.พล.1 รอ.ซึ่งคุมกำลังช่วงปฏิวัติ 19 ก.ย. แต่ไม่สามารถต้านการรัฐประหารได้ พร้อมทั้ง พล.อ.พรชัย กรานเลิศ อดีต ผช.ผบ.ทบ.ที่เคยมีข่าวก่อนการรัฐประหารว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะดันขึ้นเป็น ผบ.ทบ.แทน พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ก็มาร่วมงานด้วย แต่ทั้งคู่ยังอยุ่ในราชการ กำลังอยู่ระหว่างการตัดสินใจลาออก เพื่อมาร่วมพรรคเพื่อไทยนอกจากนั้น

นอกจากนี้ ยังมีชื่อ ตท.10 ที่แสดงความประสงค์ในการสมัครเข้าพรรคประกอบไปด้วย พล.อ.สิงห์ทอง พลอยแดงกัปตันศิริเดช จุลเปรมะ พล.อ.ท. โฆษก ประคลองทรัพย์ พล.อ.ท.พงศธร บัวทรัพย์ พ.อ.ดร. วรสิทธิ์ อุชัย พล.อ.ไตรศักดิ์ อินทรรัศมี เป็นต้นผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยังมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของเตรียมทหารรุ่น9 ที่จะทยอยพรรคเพื่อไทยตาม พล.อ.จิรเดช คชรัตน์ อดีต รองผบ.ทบ. จาก ตท.9 เช่น พล.อ.วิชิต ยาทิพย์ อดีตประธานคณะที่ปรึกษา ทบ. โดย ตท.9 เคยเป็นฐานอำนาจเดิมของ พล.อ.ชวลิต เมื่อครั้งเป็น ผบ.ทบ. ซึ่งมีรายงานว่า มีสมาชิกของ ตท.9-10 อีกหลายคนถูกทาบทามให้เข้ามาร่วมงาน และ ส่วนใหญ่สนใจที่จะมาเล่นการเมืองในพรรคเพื่อไทย

ข่าวการเมือง

ทักษิณโชว์กึ๋น เย้ยมาร์ค DNA มีปัญหา

ทักษิณโชว์กึ๋น เย้ยมาร์ค DNA มีปัญหา

วิดีโอลิงก์ “ทักษิณ” ลุยแฉกระบวนการคอรัปชั่นรัฐบาล”มาร์ค”ชี้มีนิสัยเป็น สัปเหร่อมากกว่าเป็นหมอ ปูดผู้ว่าฯวิ่งซื้อตำแหน่ง 9 ล้าน ดีเดย์ทีวีโอชาแนล 1พ.ย.นี้ วันนี้(9 ต.ค.)เวลา 14.10 น.ที่โรงแรมเอสซีปาร์ค พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี วิดีโอลิงก์ภาพและเสียงเข้ามาเป็นวิทยากรงานสัมมนา”ทางรอด วิกฤติเอสเอ็มอีไทย” จัดขึ้นโดยพรรคเพื่อไทย ภาค กทม.โดยกล่าวว่า เคยเป็นเอสเอ็มอีมาก่อน ผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก ผ่านการเห็นสวรรค์และนรก ทั้งภาคธุรกิจและภาคการเมืองมาพร้อมกัน ช่วงนี้ทุกคนมีความลำบากเป็นพิเศษ เพราะอยู่ในช่วงการเมืองแย่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ขอให้มีกำลังใจสู้ เรียนรู้อย่าหยุด รวมถึงด้านเทคโนโลยี อินเทอร์เน็ต เพราะโลกข้างหน้าคนเป็นผู้นำต้องนั่งอยู่บนอินเทอร์เน็ต ที่ถือเป็นห้องสมุดของโลก

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวต่อไปว่า สถานการณ์เอ็สเอ็มอีธนาคารยังไม่ปล่อยกู้ ที่เลวร้ายได้ข่าวว่า มีการซักใต้โต๊ะ มีปากถุง ถ้าตนเป็นรัฐบาล จะเรียกภาคเอกชนเป็นรายๆมาคุยเรื่องหนี้ และแปลงหนี้ให้เป็นทุน แบบนี้เอสเอ็มอีฟื้น รัฐเก็บภาษีได้ เศรษฐกิจก็ฟื้น ส่วนธุรกิจรายใหญ่ไม่ต้องไปดูแล แล้วเอายาโด๊ปให้ทำไม สังคมทุนนิยมมีนิสัยเป็นสัปเหร่อมากกว่าเป็นหมอ สัปเหร่อทำงานนับศพ หมอมีหน้าที่ทำให้คนรอดตาย

อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า น่าเห็นใจนายกรัฐมนตรี ไป จ.อุบลราชธานี มีเจ้าหน้าที่ตำรวจอารักขา 3-4 พันคน เพียงไปจ่ายเช็คให้ยายไฮ ถ้าเอาเบี้ยเลี้ยงตำรวจ 3-4 พันคนนี้ไปให้ยายคนอื่น จะไปได้อีกหลายยาย รัฐบาลนี้แก้ไขปัญหาไม่ได้หรอก เพราะดีเอ็นเอมีปัญหา เริ่มจากปลดนายกรัฐมนตรี 2 คนโดยใช้ศาลรัฐธรรมนูญ ตะแบงข้อกฎหมาย ซื้อส.ส. ซื้อตำแหน่งรัฐมนตรี ต่อมาขายตำแหน่งข้าราชการ และเอาไปคลอดก่อนกำหนดในค่ายทหาร เด็กเลยไม่แข็งแรง มันก็ไม่สามารถช่วยคนอื่นให้แข็งแรงได้

พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวอีกว่า เหมือนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ประเด็น มานั่งเถียงกันอยู่ได้ มาแก้ไขความวุ่นวายก็ไม่จบ เพราะประเด็นที่แก้ไม่เห็นมีอะไรทำเพื่อประชาชน และยังใช้งบประมาณอีก 2 พันล้านบาท ทำประชามติ ทำให้รัฐบาลอยู่ได้นานอีกนิด ได้ประโยชน์อะไร นำงบดังกล่าวมาให้เอสเอ็มอีกู้ดีกว่า ได้คืนด้วย ของดีมีอยู่แล้ว คือรัฐธรรมนูญ 2540 ไปฉีกทิ้ง รัฐธรรมนูญ 2550 ทำให้นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดไปไม่ได้ อยากแนะนำรัฐบาล แต่กลัวบอกซ้ายแล้วไปขวา

อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ตอนนี้ต้นทุนคอรัปชั่นสูงมาก โดยผู้ว่าราชการจังหวัดก็ 9 ล้านบาท แล้วผู้ว่าราชการจังหวัดไปเอาเงินผู้รับเหมามาจ่ายก่อน แบบนี้ภาคเอกชนตาย เพราะกลไกของรัฐ อยากทำให้ภาคเอกชน และประชาชนเข้มแข็ง โดยทำไทยแลนด์แบรนด์ให้เอสเอ็มอีเกาะไปด้วย ส่วนการทำทีวีโอชาแนล 100 ช่องผ่านดาวเทียม จะเริ่มออกอากาศเกี่ยวกับการเสนอสินค้าเอสเอ็มอีวันที่ 1 พ.ย.2552 ก่อนที่จะเสนอซื้อขายผ่านรายการต่อไป ดังนั้นใครมีเอสเอ็มอีที่น่าสนใจให้เชิญเราไปถ่ายทำได้ สุดท้ายขอให้ผ่านพ้นช่วงนี้ไปให้ได้ ต้องมีความหวัง ดำน้ำให้อึด โผล่มาก็หายใจ อดทนอีกนิด ถ้าตนทนได้ พวกท่านก็ต้องทนได้ ตนเป็นเอสเอ็มอียี่ห้อนกขมิ้นเดินทางไปเรื่อยๆ แต่ว่าไปได้มากกว่านายกรัฐมนตรี ที่ไปได้เฉพาะที่ภาคใต้

ข่าวการเมือง

Page 2 of 212