ตำรวจ Archive

ตรึงกำลัง สกัดแดงบุกสีลม

ตรึงกำลัง สกัดแดงบุกสีลม

บริเวณธนาคารกรุงเทพ สาขาสีลม ได้มีกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร พร้อมอาวุธครบมือ ประมาณ 10 กองร้อย หรือประมาณ 1,500 นาย ได้ตรึงกำลังบริเวณโดยรอบธนาคารกรุงเทพ เนื่องจากแกนนำเคยประกาศว่า อาจจะมีการขยายการชุมนุมมาถึงถนนสีลม ในวันที่ 20 เม.ย. อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีเสื้อแดงเข้ามา แต่ทหารได้เดินทางมาถึงแล้ว โดยที่สวนลุมพินีซึ่งคนเสื้อแดงปักหลักชุมนุมอยู่ได้มีการนำรั้วลวดหนามมาขึงบริเวณโดยรอบ และวางถังแก๊ส ตรงบริเวณอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 และประกาศให้คนเสื้อแดงเตรียมพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง

ส่วนแกนนำที่เวทีราชประสงค์ ได้ลิงก์สัญญาณมาที่สวนลุมพินี เพื่อให้คนเสื้อแดงเตรียมพร้อม แต่ทหารที่เดินทางมาถึง ยังไม่ได้มีการเคลื่อนขบวนไปที่ลานพระบรมรูปรัชกาลที่ 6 เป็นเพียงแต่ตรึงกำลังที่หน้าธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ ในรถมีรั้วลวดหนาม คาดว่าเป็นการนำรั้วลวดหนามมาขึงปิดบริเวณธนาคารกรุงเทพ เพื่อไม่ให้คนเสื้อแดงเข้ามาในพื้นที่ถนนสีลม และตะโกนต่อว่าเจ้าหน้าที่

ต่อมาทหาร และตำรวจ บางส่วน ได้ขึ้นไปบนรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีศาลาแดง รวมถึงบนตึกสูง โดยทหารระบุว่าจะขึ้นมารักษาความปลอดภัย ซึ่งสามารถมองเห็นสวนลุมพินีได้อย่างชัดเจน

วันเดียวกัน กลุ่มคนเสื้อแดงจำนวนกว่า 1,000 คน ได้มารวมตัวกันอยู่ที่ ลานพระบรมรูปรัชกาลที่ 6 หน้าสวนลุมพินี ติดกับแยกศาลาแดง ถ.สีลม ตัดกับ ถ.พระราม 4 เพื่อจะเคลื่อนพลเข้าถนนสีลม แต่ถูกกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 4 กองร้อย ปิดล้อมไว้ที่แยกศาลาแดง ช่วงหน้าโรงแรมดุสิตธานี เพื่อกันไม่ให้กลุ่มคนเสื้อแดงเคลื่อนพลเข้าถนนสีลมได้ ซึ่งทั้งสองฝ่ายอยู่ห่างกันแค่ 100 เมตร และ ต่างดูท่าที่กันอยู่และยังไม่มีการปะทะหรือการสลายชุมนุมแต่อย่างใด

ข่าวการเมือง

ระดม 5 หมื่นนาย คุมกลุ่มเสื้อแดงให้อยู่

ระดม 5 หมื่นนาย คุมกลุ่มเสื้อแดงให้อยู่

หลังจากที่คณะกรรมการติดตามสถานการณ์ความมั่นคง มีมติให้ประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ในเขตพื้นที่ กรุงเทพฯและปริมณฑล ระหว่างวันที่ 11-23 มี.ค.53 นั้น ปรากฏว่า ตามแผนการรักษาความสงบเรียบร้อย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารจะใช้กำลังหลักทั้งสิ้น 112 กองร้อย โดยแบ่งดูแลในพื้นที่กรุงเทพฯ 68 กองร้อย และดูแลในพื้นที่ต่างจังหวัด 44 กองร้อย โดยกำลังที่ดูแลในกรุงเทพฯ แบ่งเป็นตำรวจ 23 กองร้อย กองทัพบก 39 กองร้อย กองทัพเรือและกองทัพอากาศ อย่างละ 3 กองร้อย

ในส่วนของพื้นที่ต่างจังหวัด จะใช้กำลังทหารจากกองทัพภาคในพื้นที่ทั้งหมด 44 กองร้อย โดยจะใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร แต่ละภาคช่วยดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย นอกจากนี้ยังมีกำลังเสริมที่เตรียมพร้อมอยู่ในที่ตั้งอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งรวมแล้วจะใช้กำลังทหารและตำรวจทั้งหมดประมาณ 3 หมื่นคน หากรวมกับกำลังพลเรือน ก็จะใช้กำลังทั้งสิ้นกว่า 5 หมื่นคน

ข่าวการเมือง

ปิดล้อมตรวจค้น ตลาดเก่ายะลา รวบแนวร่วมป่วนใต้

ปิดล้อมตรวจค้น ตลาดเก่ายะลา รวบแนวร่วมป่วนใต้

ทหาร ตร.รวบแนวร่วมก่อความไม่สงบคนสำคัญ หลังปิดล้อมตรวจค้นในพื้นที่ย่านตลาดเก่ายะลา ส่งตัวเข้ากระบวนการซักถามขยายผลต่อไป เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ยะลา ยังคงเข้าปิดล้อมและตรวจค้นในพื้นที่เป้าหมายหลายแห่งในย่านตลาดเก่า เขตเทศบาลนครยะลาอย่างต่อเนื่อง หลังจากได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่า กลุ่มก่อความไม่สงบ ได้เข้ามาหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่

ในเรื่องนี้ พล.ต.ต.สายัณห์ กระแสแสน ผบก.ภจว.ยะลา ได้กล่าวว่า จากการเข้าปิดล้อมตรวจค้นย่านตลาดเก่า เขตเทศบาลนครยะลาที่ผ่านมา สามารถควบคุมตัว นางคอซะ สาเมาะ อายุ 37 ปี และ นางคอลาตี เจ๊ะแฮ อายุ 25 ปี ทั้งคู่เป็นราษฏรในพื้นที่ ม.4 ต.ท่าสาป อ.เมือง จ.ยะลา ซึ่งเป็นแนวร่วมคนสำคัญ โดยมีหน้าที่เป็นหน่วยพยาบาล คอยรักษาคนร้ายที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะ ซึ่งล่าสุดได้เดินทางไปรักษาตัว นายดอเลาะ สือตา อายุ 56 ปี คนร้ายที่ปะทะกับเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ 47-3 และถูกยิงตอบโต้จนได้รับความเจ็บ เหตุเกิดที่หน้าสถานีอนามัยบ้านตาเซะ ม.1 ต.ตาเซะ เมื่อวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา

ผบก.ภจว.ยะลา กล่าวอีกว่า ในเบื้องต้นผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมทั้ง 2 คนยังคงให้การปฏิเสธ แต่อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบพยานหลักฐานทางด้านนิติวิทยา ศาสตร์รอยเลือดและรอยนิ้วมือ ก็สามารถเอาความผิดได้อย่างแน่นอน และขณะนี้ได้ควบคุมตัวไปไว้ที่ศูนย์พิทักษ์สันติตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อเข้ากระบวนการซักถามขยายผลต่อไป

ทั้งนี้เมื่อเวลา 01.10 น. วันเดียวกัน ร.ต.ท.สุดใจ พันธุ์แสง ร้อยเวร สภ.แว้ง จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส บนถนนสายแว้ง-สุไหงโก-ลก บ้านน้ำขาว หมู่ 3 ต.กายูคละ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.กฤษณะ สุขสมบูรณ์ ผกก.สภ.แว้ง นายเถกิงศักดิ์ ยกศิริ นายอำเภอแว้ง และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่ง รุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิ๊ก สีขาว ทะเบียน ขขพ – 481 นราธิวาส ล้มตะแคงอยู่ริมถนน ส่วนผู้บาดเจ็บมีพลเมืองดีนำตัวส่งรักษา รพ.สุไหงโก-ลก ไปก่อนหน้าแล้ว

ต่อ มาเจ้าหน้าที่ได้เดินทางไปดูอาการผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลทราบชื่อ คือ ด.ต.วีรพล เจ๊ะมุ อายุ 42 ปี ผบ.หมู่ กองร้อย ตชด.446 อ.แว้ง จ.นราธิวาส มีบาดแผลถูกกระสุนปืนไม่ทราบชนิดและขนาดที่บริเวณไหล่ซ้าย จำนวน 1 นัด

จาก การสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ด.ต.วีระพล ได้ขี่รถ จยย.ตามลำพัง กลับจากทำธุระในพื้นที่ อ.สุไหงโก-ลก เมื่อแล้วเสร็จได้ขี่รถ จยย.มุ่งหน้ากลับบ้านพักภายในกองร้อย ถึงที่เกิดเหตุได้มีคนร้าย จำนวน 2 คน ขี่รถ จยย.แบบผู้หญิงไม่ทราบยี่ห้อสีและแผ่นป้ายทะเบียนเป็นพาหนะตามไล่หลังมา เมื่อสบโอกาสคนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดยิง ด.ต.วีรพล จำนวน 1 นัด จนรถเสียหลักล้มคว่ำ แล้วคนร้ายได้ขี่รถ จยย.หลบหนีไป ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อลอบดักสังหารเจ้าหน้าที่รายวัน

ข่าวประจำวัน