ตลาดหลักทรัพย์ Archive

ปิดตลาด หุ้นไทยปรับลดลง 6.60 จุด

ปิดตลาด หุ้นไทยปรับลดลง 6.60 จุด

ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ประจำวันที่ 23 เม.ย. ปิดการซื้อ-ขาย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ปิดตลาด 754.58 จุด ลดลง 6.60 จุด มูลค่าการซื้อขายทั้งสิ้น 18,071.36 ล้านบาท หลักทรัพย์เปลี่ยนแปลง เพิ่มขึ้น 105 หลักทรัพย์ ลดลง 231 หลักทรัพย์ และ ไม่เปลี่ยนแปลง 126 หลักทรัพย์

สำหรับ 5 อันดับซื้อขายสูงสุด ประจำวันนี้ ได้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน),ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน),ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน)

ส่วนตลาดหุ้นภูมิภาค มีทั้งปรับตัวเพิ่มขึ้นและลดลง ดัชนี สเตรทไทม์ ตลาดหุ้นสิงคโปร์ ปิดตลาดที่ระดับ 2,988.49 จุด เพิ่มขึ้น 7.80 จุด ดัชนี นิกเกอิ ตลาดหุ้นญี่ปุ่น ปิดตลาดที่ระดับ 10,914.46 จุด ลดลง 34.63 จุด ดัชนี เวทเต็ด ตลาดหุ้นไต้หวัน ปิดตลาดที่ระดับ 8,004.89 จุด เพิ่มขึ้น 26.20 จุด ดัชนี ฮั่งเส็ง ตลาดหุ้นฮ่องกง ปิดตลาดที่ระดับ 21,244.49 จุด ลดลง 210.45 จุด

ข่าวเศรษฐกิจ

หญิงแกร่งตลท. มองตลาดหุ้นยังสดใส

หญิงแกร่งตลท. มองตลาดหุ้นยังสดใส

ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ หญิงแกร่ง มั่นใจ ตลาดหุ้นยังไปได้ดี ไม่ห่วงแม้มีการชุมนุม ชี้ ปัญหาเศรษฐกิจและการเมืองเริ่มคลี่คลายไปในที่ชัดเจนมากขึ้น  ภัท รียา เบญจพลชัย กรรมการผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยคนปัจจุบัน ถือว่าเป็นผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ หญิงคนแรก ของประเทศไทย ให้เกียรติ สัมภาษณ์ ‘ไทยรัฐออนไลน์’ เธอผ่านช่วงวิกฤติของตลาดหุ้นหลายครั้ง ทั้งการใช้เซอร์กิต เบรกเกอร์ ครั้งแรกในตลาดหุ้น เพราะดัชนีปรับตัวลดลงมากกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ จนต้องงัดมาตรการหยุดพักการซื้อขายออกมาใช้ เนื่องจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาตรการกันเงินสำรองร้อยละ 30 เพื่อป้องกันการเก็งกำไรค่าเงินบาท เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2549 จนถูกเรียกว่า อังคารทมิฬ รวมถึงสถานการณ์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ลดลงหนัก แต่ไม่ถึงกับใช้มาตรการหยุดพักซื้อขาย นางภัทรียา กล่าวแนะนำการลงทุนตลาดหุ้นช่วงนี้ ว่า นักลงทุนจะต้องใช้วิจารณญาณด้วยความรอบคอบ

กรณี เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ที่ดัชนีร่วงลงอย่างหนัก จากข่าวในห้องค้านั้น ผจก. ตลท. กล่าวย้ำเพียงสั้นๆ ว่า ผันผวนมากกว่าปกติ และมีความเป็นไปได้ที่ตลาดได้ปรับขึ้นมามากตั้งแต่ต้นปี เพราะฉะนั้น การลงทุนต่างๆ ในช่วงก่อนหน้านั้นได้วิเคราะห์อยู่แล้วว่า จะต้องปรับตัวบ้าง เป็นช่วงๆ

สำหรับความคืบหน้าในการนำรัฐวิสาหกิจ เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ นางภัทรียา กล่าวว่าที่ผ่านมามีหน่วยธุรกิจของรัฐวิสาหกิจใช้การระดมทุนผ่านตลาดหลัก ทรัพย์ฯ ที่เป็นโครงการต่างๆ มีเข้ามาอยู่แล้วในปีนี้ ตลท. ยังทำงานร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) รัฐวิสาหกิจที่มีหน่วยธุรกิจที่ต้องทำงานกับเอกชน สามารถใช้ช่องทางการระดมทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เช่นเดียวกัน เช่น ผลิตไฟฟ้า น้ำประปา และ การที่รัฐให้สัมปทานให้เอกชนมีการแข่งขันกัน ซึ่งเป็นวิธีการหนึ่งของกระบวนการที่รัฐวิสาหกิจจะระดมทุนได้ แทนการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ อาจจะยังไม่ต้องทำเรื่องแปรสภาพ

นางภัทรียา กล่าวอีกว่า ปีนี้อาจจะยังไม่มีธุรกิจขนาดใหญ่ที่เข้าตลาดหุ้นมากนัก เนื่องจาก ช่วงต้นปีเป็นช่วงที่ภาวะตลาดค่อนข้างเงียบ การระดมทุนอาจจะทำได้ยาก แต่ว่าปีนี้ ตลท. ได้เริ่มทำงานกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และ อาจจะมีโครงการซึ่งบีโอไอ ให้ประโยชน์ทางภาษีเพิ่มเติม กับบริษัทที่เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายในปี 2555 สำหรับบริษัทไทยเบฟเวอร์เรจ ยังไม่ขอพูดถึง เพราะเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และมีผู้ที่ยังไม่เห็นด้วย ซึ่งการจะนำเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นเรื่องความประสงค์ของบริษัทฯ ด้วย และขณะนี้ยังไม่ได้ประสานกัน

ผจก.ตลท. กล่าวอีกว่า ในช่วง 30 กว่าปี ได้มีเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความผันผวน เช่น สงครามในตะวันออกกลาง วิกฤติเศรษฐกิจ ปี 40 กระทบการลงทุนโดยรวม เกิดเป็นระยะ แต่ในหลายปีที่ผ่านมาอาจจะมีหลายเรื่อง ซึ่ง ตลท. จะต้องอธิบายและมีมาตรการดูแลการซื้อขายไม่ให้มีผลกระทบจนกระทั่งการซื้อขาย ทำไม่ได้ หรือ ต้องหยุด เรื่องข่าวถ้าเกิดขึ้นจะต้องมีกระบวนการที่จะชี้แจงหรือเตือนให้ผู้ลงทุนใช้ ความระมัดระวังในการลงทุน เพราะทุกครั้งที่มีข้อมูลข่าวสารไม่ชัดเจน หรือเป็นเรื่องที่ชี้แจงได้ จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจง ขึ้นอยู่กับข่าวที่เข้ามา ถ้าเป็นเรื่องของบริษัทจดทะเบียน ต้องให้บริษัทนั้นๆ ชี้แจง ซึ่งขึ้นกับที่มาของข่าว

‘ช่วงนี้ต้องถือ ว่าสถานการณ์ต่างๆ ปรับตัวดีขึ้น ทั้งเศรษฐกิจต่างประเทศและในประเทศ เรื่องการเมืองชัดเจนขึ้น อาจจะมีเหตุการณ์เรื่องการชุมนุม แต่ถือว่าไม่ได้เป็นห่วงกังวลเหมือนกับที่ผ่านมา ซึ่งขณะนี้ถือว่ามีความชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เกี่ยวกับเศรษฐกิจและการเมือง’ นางภัทรียา กล่าว

ผจก.ตลท. หญิงแกร่ง กล่าวทิ้งท้ายกับไทยรัฐออนไลน์ ว่า สำหรับการทำงานกับรัฐบาลปัจจุบัน หรือรัฐบาลที่ผ่านมา ถือว่า ไม่มีความแตกต่าง ตลท. มีหน้าที่ชัดเจน ไม่ว่าการเมืองจะเป็นอย่างไร เศรษฐกิจต้องเดินหน้า บริษัทจดทะเบียนต้องระดมทุน ผู้ลงทุนยังมีทางเลือกในการลงทุน เพราะฉะนั้นไม่ว่าเป็นการเมืองอย่างไร ตลท. ต้องดูแลตลาดฯ ให้ได้

สำหรับ ประวัติศาสตร์ ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ สำคัญในช่วงของผจก.ตลท.หญิงคนนี้ คือ เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2549 ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ออกมาตรการกันสำรองร้อยละ 30 ป้องกันการเก็งกำไรค่าเงินบาท ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติตื่นตระหนกพากันเทขายหุ้น โดยดัชนีหลักทรัพย์ได้ลดลงต่ำที่สุดกว่า 100 จุด ร่วงไปกว่า 19 % ซึ่งเป็นการลดลงต่ำที่สุดภายในวันเดียวมากที่สุดในประวัติศาสตร์ตลาดหลัก ทรัพย์แห่งประเทศไทย จนทำให้ต้องใช้มาตรการเซอร์กิต เบรกเกอร์ (Circuit Breaker) เป็นครั้งแรก ต่อมา มีการประกาศใช้อีก 2 ครั้ง คือในวันที่ 10 ตุลาคม 2551 และ 27 ตุลาคม 2551 เนื่องจากตลาดหุ้นไทย

ข่าวเศรษฐกิจ