ข่าววิทยาการ Archive

สร้างเซลล์สังเคราะห์ขึ้นเองมนุษย์ทำตัว เป็นพระเจ้า

สร้างเซลล์สังเคราะห์ขึ้นเองมนุษย์ทำตัว เป็นพระเจ้า

นักวิทยาศาสตร์ของสถาบันเครก เวนเตอร์ อันเป็นสถาบันเอกชน ได้ร่วมกันสร้างเซลล์ของแบคทีเรีย ที่ควบคุมด้วยยีน ซึ่งสร้างขึ้นในห้องทดลอง เซลล์นั้นสามารถทวีจำนวนขึ้นเองได้ การสร้างเซลล์แบคทีเรียขึ้นได้สำเร็จ เปิดหนทางของการสร้างชีวิตต่างๆขึ้นได้อีกมากมาย อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

หัวหน้าทีมวิจัย นายเครก เวนเตอร์ อธิบายว่า “เป็นการสร้างเซลล์สังเคราะห์สำเร็จขึ้นได้ครั้งแรก เราเรียกมันว่าเป็นการสังเคราะห์ ด้วยเหตุว่าเซลล์ล้วนเกิดขึ้นจากโครงสร้างพันธุกรรมสังเคราะห์ทั้งหมด ตั้งต้นทำขึ้นมาจากสารเคมีในขวด 4 ขวดด้วยกัน เขากล่าวว่าอาจจะใช้วิธีการนี้ไปออกแบบแบคทีเรีย สำหรับเพื่อใช้ผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ หรือเพื่อกวาดล้างภยันตรายในสิ่งแวดล้อม มันเป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง ในความพยายามที่จะออกแบบสิ่งที่เราต้องการจะทำทางชีววิทยา เรานึกถึงสิ่งจะเอาไปใช้ทำประโยชน์อย่างมากมายไว้ในใจอยู่แล้ว”

ข่าววิทยาการ

ฝังขั้วไฟฟ้างูเห่า ศึกษากลไกแผ่แม่เบี้ย

ฝังขั้วไฟฟ้างูเห่า ศึกษากลไกแผ่แม่เบี้ย

นักวิทยาศาสตร์เพิ่งจะรู้ตอนนี้เองว่า งูเห่าชูคอแผ่แม่เบี้ย ขู่ฟ่อๆ ได้ อย่างไร?

นักวิจัยของมหาวิทยาลัยวอชิงตัน สเตทของสหรัฐฯ ได้ศึกษาด้วยการวัดกระแสไฟฟ้าที่กล้ามเนื้อของมัน ทำให้รู้ว่า มันใช้กล้ามเนื้อมัดไหนในการแผ่แม่เบี้ย ศาสตราจารย์ เคนเนธ คาร์ดง อาจารย์วิชาสัตววิทยา ผู้ร่วมศึกษา กล่าวว่า งูเห่าได้วิวัฒนาการมา จนนำเอาซี่โครงมาใช้ในการแผ่แม่เบี้ย

“ในงูเห่า ทั้งซี่โครงและกล้ามเนื้อคอ 8 มัด ถูกสร้างขึ้น เพื่อ ให้มันแผ่แม่เบี้ย

ไม่มีแต่เพียงงูเห่าที่แผ่แม่เบี้ยเพียงอย่างเดียว ยังมีงูอื่นที่ไม่ได้ เกี่ยวดองกันก็สามารถทำเช่นนี้ อันเป็นปฏิกิริยาเพื่อการป้องกันตัวได้

ข่าววิทยาการ

พบปลิงยุคดึกดำบรรพ์ ปลิงดูดเลือดไดโนเสาร์

พบปลิงยุคดึกดำบรรพ์ ปลิงดูดเลือดไดโนเสาร์

นักวิทยาศาสตร์ค้นพบปลิงสายพันธุ์ใหม่ สืบเชื้อสายเก่าแก่มาตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์ เมื่อประมาณ 200 ล้านปีมาแล้ว ชอบเกาะดูดเลือดในรูจมูก บางทีอาจจะเคยดูดเลือดจมูกของไดโนเสาร์ เมื่อสมัยดึกดำบรรพ์มาแล้ว ถูกพบครั้งแรก เมื่อหมอช่วยจับมันออกจากจมูกของเด็กหญิงคนหนึ่ง ที่ลงไปว่ายน้ำแม่น้ำสายหนึ่งที่เปรู และถูกส่งให้กับพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ ของสหรัฐฯนำมาศึกษาต่อ

หัวหน้าคณะนักวิจัย นางแอนนา ฟิลิปปิส์ ได้เปิดเผยว่า ปลิงชนิดนี้ จะหากินด้วยการดูดเลือดสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อยู่ในน้ำ ด้วยการเข้าไปดูดเลือดในปากและจมูก ซึ่งอาจจะอาศัยอยู่ได้ครั้งละหลายอาทิตย์

การวิเคราะห์ดีเอ็นเอ ทำให้รู้ว่า มันมีความเกี่ยวพันจากการวิวัฒนาการกับปลิงสายพันธุ์อื่นที่อยู่ในดินแดนที่ห่างไกล ส่อว่ามันอาจจะมีบรรพบุรุษเดียวกัน มาตั้งแต่สมัยดินแดนที่เป็นทวีปต่างๆ ในปัจจุบันยังรวมติดกันอยู่ ดร.ซิดดอลล์ กล่าวบอกว่า “ไม่ต้องสงสัยว่าต้นตระกูลของมัน จะต้องอยู่ในยุคเดียวกันกับไดโนเสาร์ บรรพบุรุษของมันบางตัว ต้องเคยดูดเลือดในจมูกของไดโนเสาร์มาแล้ว”

ข่าววิทยาการ

เตือนพระสงฆ์ห้าม อวดอ้างสรรพคุณยา

เตือนพระสงฆ์ห้าม อวดอ้างสรรพคุณยา

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ทำหนังสือแจ้งมายังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เพื่อให้แจ้งไปยังวัด และพระสงฆ์ให้ทราบข้อปฏิบัติในการโฆษณาสรรพคุณ คุณประโยชน์ คุณภาพอาหาร และยาตามสื่อต่างๆ ทั้งนี้ เนื่องจากได้มีการตรวจพบการโฆษณาผลิตภัณฑ์ เสริมอาหารเอโดซีในนิตยสารฉบับหนึ่ง และรายการทีวีผ่านดาวเทียมว่ามีพระสงฆ์ไปโฆษณาแสดงประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ดัง กล่าว 3 รูป คือ

1. พระครูวิธานปุญญวัฒน์ ระบุว่าป่วยเป็นโรคหัวใจ โรคเกาต์ เบาหวาน ความดัน ต้องฉันยาปีละกว่า 6,000 เม็ด อาการก็ยังไม่ดีขึ้น แต่หลังจากได้ใช้ผลิตภัณฑ์ ออกซิเจนน้ำยี่ห้อดังกล่าววันละ 4 ครั้ง ครั้งละ 4-8 หยด ทุกวัน อาการก็ดีขึ้น

2. พระครูสมุห์สุเมธ สุเมโธ ระบุว่ามีอาการป่วยเรื้อรังมานานกว่า 10 ปี ต้องฉันยาแก้ปวดทุกวัน แต่หลังจากได้ใช้ผลิตภัณฑ์ออกซิเจนน้ำ อาการก็ดีขึ้น

3.พระชัยสิทธิ์ ศรีวิจิตร ระบุว่าเป็นโรคภูมิแพ้ เป็นไซนัส ตั้งแต่ปี 2509 พอได้ใช้ ผลิตภัณฑ์ออกซิเจนน้ำ อาการปวดหัวก็เบาลง

หากมีการกล่าวถึงคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณ โดยไม่ได้รับอนุญาตจะเป็นการกระทำฝ่าฝืนมาตรา 41 มีบทลงโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท และหากโฆษณามีลักษณะเป็นเท็จ ทำให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควรมีบทลงโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ข่าววิทยาการ

ค้นพบ คนกลัวอ้วนควรกินอาหารคำโต

ค้นพบ คนกลัวอ้วนควรกินอาหารคำโต

นักวิจัยมหาวิทยาลัยแคนเตอเบอรี ของอังกฤษศึกษาพบว่า ที่ถูกต้องกินคำโตๆ แต่เป็นของที่ควรจะขบเคี้ยวน้อย เขาพบว่า การกินอาหารคำโตแต่เคี้ยวน้อย จะทำให้อิ่มทนกว่า จึงช่วยควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากว่ามันจะได้ถูกย่อยในกระเพาะให้ช้าลง ซึ่งทำให้รู้สึกอิ่มนานกว่า และปล่อยพลังงานเพื่อใช้ในการเผาผลาญออกได้ช้ากว่า

หัวหน้าทีมวิจัย มาร์โก เมอเกนสเติร์น อธิบายว่า “ปัญหาการเคี้ยวอาหารมากน้อย อยู่ที่คุณสมบัติของอาหาร ไม่ได้อยู่ที่คน เราอาจจะออกแบบทำอาหาร ให้คนต้องเคี้ยวมากหรือน้อยได้” และเผยว่าได้พบว่า มิวซลิ อาหารเช้าของชาวสวิส ซึ่งเป็นส่วนผสมของนัต ผลไม้แห้ง และข้าวชนิดต่างๆ กับขนมปังทำจากแป้งสาลี เป็นอาหารที่ทำให้อิ่มนานอย่างหนึ่ง

ข่าววิทยาการ

เตรียม บัญญัติ เหวง เข้าพจนานุกรม

เตรียม บัญญัติ เหวง เข้าพจนานุกรม

ฮือฮากระแส “เหวง” ฟีเวอร์ กับคำและความหมายเชิงประชดประชันที่สังคมชาว “โซเชียลเน็ตเวิร์ก” ได้บัญญัติจนลูกเด็กเล็กแดงตามตรอกซอกซอยพูดล้อกันให้ขรม ผงาดเตรียมอัพเกรดจากพจนานุกรมคำใหม่เล่มรอง ขึ้นพจนานุกรมเล่มหลักเพื่อเป็นให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา

สร้างแรงกระเพื่อมให้กับคลังคำประเทศไทยอีกครั้ง หลังจากที่ 3 แกนนำอันได้แก่ หมอเหวง โตจิราการ, วีระ มุกสิกพงษ์ และณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกน นำคนเสื้อแดงตั้งโต๊ะเจรจากับรัฐบาลถ่ายทอดสดผ่านทีวีไปทั่วประเทศกับการ วิพากษ์วิจารณ์กับการอรรถาธิบายรัฐบาลและเรื่องราวต่างๆ ออกทะเล วกวนในหลายประเด็นของกลุ่มเสื้อแดง โดยเฉพาะหมอเหวง โตจิราการ จน “สังคมโซเชียลเน็ตเวิร์ก” บัญญัติความหมายใหม่เชิงเสียดสีคำว่า “เหวง” นั้น

ปรากฏการณ์ความโด่งดังของคำว่า “เหวง” ที่หลายคนอยากให้นำคำนี้ไปบรรจุเพิ่มในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานเล่มหลัก มีความเป็นไปได้ว่านอกจากจะถูกบรรจุคำและความหมายใหม่เข้าไปในพจนานุกรมคำใหม่ในเล่มที่ 3 ซึ่งกำลังจะทำการพิมพ์แล้ว คำและความหมายของคำว่า “เหวง” ยังมีสิทธิ์ขึ้นพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานเล่มหลักที่กำลังจะตีพิมพ์ใหม่ อีกด้วย เนื่องจากความแรงของคำว่า “เหวง” วันนี้เป็นคำที่มีความหมาย ซึ่งคนสังคมส่วนมากเข้าใจได้ว่า หมายถึง อาการพูดจา ไม่รู้เรื่อง ฟังไม่ได้ศัพท์

ล่าสุด ที่ตลาดนัดสะพานพุทธมีการสกรีนคำว่า “อย่ามาเหวง…!” ใส่เสื้อยืดขาย โดยเน้นคำว่า “เหวง” เป็นตัวอักษรสีแดงเหมือนเลือด จำหน่ายในราคา 99 บาท

ข่าววิทยาการ

ลุ้นชิงเก้าอี้ ผอ.ซิป้า ยลโฉมตัวจริงสิ้นพ.ค.

ลุ้นชิงเก้าอี้ ผอ.ซิป้า ยลโฉมตัวจริงสิ้นพ.ค.

นายจีรศักดิ์ พงษ์พิษณุพิจิตร์ ประธานกรรมการบริหาร สำนักงานส่งเสริมเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์กรมหาชน) หรือ ซิป้า กล่าวถึงความคืบหน้าการสรรหาผู้อำนวยการซิป้าคนใหม่ แทนนายรุ่งเรือง ลิ้มชูปฏิภาร์ หลังจากที่ ซิป้า ได้เปิดรับสมัครผู้อำนวยการ ซิป้า ไปเมื่อวันที่ 15 มี.ค.2553 ที่ผ่านมา จนครบวันกำหนดปิดรับสมัครไปเมื่อวันที่ 2 เม.ย.2553 ที่ผ่านมานั้น ปรากฏว่า มียอดผู้เข้าสมัครอยู่ที่ 7 ราย ส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่อยู่ข้างนอกสำนักงานซิป้า โดยมีบุคคลใน ซิป้า สมัคร 1 ราย คือ นาวาตรีวุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ รองผู้อำนวยการถ่ายทอดเทคโนโลยี รักษาการผู้อำนวยการซิป้าลงสมัครด้วย

ประธานบอร์ดซิป้า กล่าวต่อว่า ซิป้าประกาศรับ ผอ. คนใหม่ตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค.2553 ที่ผ่านมาปรากฏว่าไม่มีผู้สมัคร โดยตอนแรกกังวลว่าจะมีผู้สมัครน้อย แต่ส่วนใหญ่มายื่นใบสมัครวันที่ 2 เม.ย.2553 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการรับสมัคร แม้กระทั่งรักษาการผอ.ซิป้า ก็ยื่นใบลาออกจากรักษาการ และยื่นใบสมัครเพื่อชิงตำแหน่งผอ.ซิป้าในวันเดียวกันเช่นกัน ทั้งนี้ ในวันที่ 7 เม.ย.2553 บอร์ดจะประชุมวาระพิเศษ เพื่อแต่งตั้งรักษาการ ผอ.ซิป้าแทน นาวาตรีวุฒิพงษ์ ต่อไปโดยไม่ให้การทำงานระหว่างนี้สะดุด

นาย จีรศักดิ์ กล่าวอีกว่า ขั้นตอนจากนี้คณะทำงานจะพิจารณาคัดเลือก โดยตรวจสอบคุณสมบัติว่าตรงกับเอกสารหรือไม่ พร้อมทั้งสัมภาษณ์ และให้แสดงวิสัยทัศน์ อย่างไรก็ตาม ซิป้าจะเร่งดำเนินการอย่างรวดเร็ว และรอบคอบ โดยคาดว่าภายในสิ้นเดือน พ.ค.2553 จะได้ผอ.ซิป้าคนใหม่

ข่าววิทยาการ

ช้างไทยวันนี้ เป็นหมอช่วยบำบัดเด็กออทิสติก

ช้างไทยวันนี้ เป็นหมอช่วยบำบัดเด็กออทิสติก

ช้างซึ่งถือเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทยมาแต่โบราณกาล และยังเป็นสัตว์ที่ให้คุณประโยชน์เป็นอเนกอนันต์ นับตั้งแต่อดีต ช้างถูกนำมาใช้เป็นพาหนะในการออกศึก อีกทั้งใช้งานสารพัด ทั้งลากซุง เป็นพาหนะในการเดินป่า เป็นต้น แต่ใครจะคาดเดาได้ว่า ช้างซึ่งเป็นสัตว์ร่างใหญ่โต แต่มีความฉลาดเฉลียวไม่แพ้สัตว์เลี้ยงตามบ้าน สามารถได้รับการสอนสั่งให้ปฏิบัติตามคำสอนของมนุษย์ได้เป็นอย่างดี จากแค่นักแสดง ซึ่งจะเห็นได้ตามปางช้าง ปัจจุบันเรายังได้เห็นช้างเป็นจิตรกร สามารถวาดรูปและเขียนหนังสือ นอกเหนือจากนั้น ช้างยังสามารถสวมบทเป็น “คุณหมอ” ช่วยบำบัดเด็กพิเศษที่มีปัญหาทางออทิสติกให้มีทักษะทางสังคมได้อีกด้วย

การบำบัดเด็กพิเศษ (ออทิสติก) ให้สามารถเข้าสู่สังคม ผ่านกิจกรรม ง่ายๆในรูปแบบของเกมสนุกสนานของโครงการ “หมอช้างช่วยน้อง” โดยมี “ช้าง” เป็นตัวเชื่อมให้เด็กออทิสติกรู้จักที่จะไว้ใจ รู้จักที่จะให้ และรู้จักการสื่อสารความรู้สึกของตัวเองให้สังคมรอบข้างได้รับรู้

จุดเริ่มของโครงการนี้ “ประสบ ทิพย์ประเสริฐ” ผู้จัดการโครงการและที่ปรึกษามูลนิธิช้างอนันตรา ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของโครงการ “หมอช้างช่วยน้อง” เล่าว่า จุดเริ่มต้นมาจากการเห็นช้างถูกนำมาเดินเร่ร่อนขอเงินตามท้องถนนในป่า คอนกรีตจึงมีความคิดอยากที่จะช่วยเหลือช้างเหล่านั้นให้กลับไปอยู่ในถิ่นที่ ควรอยู่อย่างสมศักดิ์ศรี ทาง อนันตรา รีสอร์ตโกลเดน ไทรแองเกิล จังหวัดเชียงราย จึงจัดตั้งโครงการ “ช่วยเหลือช้างจากถนน” ขึ้น โดยอยู่ในความดูแลของมูลนิธิปางช้างอนันตรา ซึ่งจะชักชวนควาญช้างที่นำช้างออกมาเร่ร่อนให้เปลี่ยนใจนำช้างเข้าไปอยู่ใน พื้นที่ป่าใจกลางดินแดนสามเหลี่ยมทองคำ พร้อมหาอาชีพให้ควาญช้างมีรายได้เลี้ยงตัว จนปัจจุบันโครงการนี้ได้ช่วยเหลือช้างถึง 34 เชือกด้วยกัน

ข่าววิทยาการ

กุ้งเครย์ฟิช สัตว์เลี้ยงยอดนิยม วัยรุ่น

กุ้งเครย์ฟิช สัตว์เลี้ยงยอดนิยม วัยรุ่น

ปัจจุบันเป็นสัตว์เลี้ยงที่วัยรุ่น นิยมนำมาเลี้ยงในตู้ปลา และมีการพัฒนาสายพันธุ์จนมีสีสันที่หลากหลาย เช่น สีฟ้า น้ำเงิน น้ำเงินเข้ม ขาว ส้ม และ แดงเข้ม เป็นต้น

เครย์ฟิช ในวัยอ่อน จะมีระยะการลอกคราบบ่อยครั้ง โดยจะมี อัตราเฉลี่ยอยู่ที่หนึ่งครั้งต่อหนึ่งเดือน เมื่ออายุได้ 1 ปี การลอกคราบ จะลดลงเหลือเพียงปีละครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งใช้ เวลานานราว 2-3 วัน กว่าเปลือกใหม่ที่ได้นั้นจะแข็งแรงเท่าเดิม บางครั้งมันอาจมีพฤติกรรม กินเปลือกตัวเอง ที่ลอกออก หรือของตัวอื่น เพราะต้องการแคลเซียมเพื่อสร้างเปลือกใหม่ให้แข็งแรง

การจำแนกเพศ ตัวผู้จะใหญ่กว่าตัวเมียอย่างเห็นได้ชัดเจน โดยจะมีอวัยวะสืบพันธุ์อยู่บริเวณโคนขาคู่สุดท้าย ส่วนตัวเมียจะมีอวัยวะสืบพันธุ์ลักษณะเป็นแผ่นวงรีสีขาว ขนาดประมาณ 1-2 มิลลิเมตร บริเวณขาเดินคู่ที่ 3 ในการผสมพันธุ์ ตัวผู้จะประกบตัวเมียจากด้านหลัง และพลิกท้องตัวเมียให้หงายแล้วตัวผู้จะเข้าประกบโดยใช้อวัยวะที่คล้ายตะขอ นั้นจับตัวเมียในลักษณะท้องชนท้อง หันหัวไปในทางเดียวกัน ตัวผู้จะส่งผ่านถุงน้ำเชื้อไปปะติดไว้กับท้องของตัวเมีย

เมื่อไข่ได้รับการปฏิสนธิจากน้ำเชื้อแล้ว ไข่จะฟักเป็นตัวในเวลาราว 3-4 สัปดาห์ โดยตัวเมียจะอุ้มไข่ไว้ในช่องท้อง ไข่มีลักษณะวงกลมสีดำคล้ายเมล็ดพริกไทยดำ ในการผสมพันธุ์แต่ละครั้งอาจได้ ลูกเครย์ฟิชมากถึง 300 ตัว

บ้านเรามีการเลี้ยงกันมานานแล้ว ไม่ต่ำกว่า 20 ปี ในชื่อของ “กุ้งแดง” หรือ “กุ้งญี่ปุ่น” เรียกชื่อต่างกันไปตามสี เช่น กุ้งฟ้า, ไบร์ออเรนจ์, อิเล็คทริคบลู, สโนว์ไวท์, เรนโบว์, ม้าลาย หรือ ซีบร้า ฯลฯ

ข่าววิทยาการ

มะกัน ไอเดียวเจ๋ง เตะบอลผลิตไฟฟ้า

มะกัน ไอเดียวเจ๋ง เตะบอลผลิตไฟฟ้า

คิดไปได้ นักวิทยาศาสตร์ อเมริกา ไอเดียวกระฉูด เตะบอลให้พลังงานไฟฟ้าได้

นักวิทยาศาสตร์เจสสิกา ลิน ผู้ร่วมประดิษฐ์ นักศึกษาของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดชื่อดังของอเมริกา และเคยมีประสบการณ์ใช้ชีวิตอยู่ตามชาติด้อยพัฒนาแห่งต่างๆของโลก ทำให้ได้ความคิดในสองเรื่องด้วยกัน

เรื่องแรกก็คือ เด็กตามชาติตามดินแดนหลายแห่ง มักจะชอบเล่นฟุตบอลกันเป็นส่วนใหญ่ ไม่เตะลูกฟุตบอลก็เตะกระป๋องเปล่าเล่น

เรื่องที่สองก็ได้แก่ ชาติเหล่านี้มักจะขาดแคลนไฟฟ้า เด็กต้องอยู่กันตามบ้านที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ ต้องอาศัยแสงสว่างจากกองฟืนหรือตะเกียงน้ำมันก๊าด ซึ่งเป็นภัยแก่สุขภาพ “คงเคยได้ยินเรื่องที่เล่ากันว่า เด็กเหล่านี้จะพากันออกมาอ่านหนังสือตามใต้เสาไฟริมถนน หรือไม่ก็ไปโรงเรียนทั้งๆที่จมูกเปื้อนเขม่าควันตะเกียงดำ”

เราจึงได้ช่วยกันประดิษฐ์ลูกฟุตบอลต้นแบบ โดยมีกลไกที่เป็นขดลวด เป็นตัวเก็บไฟฟ้าบรรจุอยู่ภายใน แบบไฟฉายชนิดที่ต้องคอยกดไกไปด้วย เพื่อให้เกิดไฟฟ้า ตั้งชื่อให้ว่า “อ็อกเก็ต” ซึ่งกำลังให้เด็กเตะเล่นทดสอบอยู่ตามสนามฟุตบอล ในแอฟริกาใต้และเคนยา และพบว่าแค่เล่นกันไปนานสัก 15 นาทีก็ได้ไฟฟ้าพอใช้ในงานเล็กน้อยได้นาน 3 ชม.

เป็นไอเดียที่ดีมากนะครับ

ข่าววิทยาการ

Page 1 of 3123