ข่าวนวัตกรรม Archive

“ไอคีย์” ตัวเดียว ทั้งรถและประตูบ้าน

“ไอคีย์” ตัวเดียว ทั้งรถและประตูบ้าน

เอาเข้าไปกับ บริษัทคอมพิวเตอร์ยักษ์ใหญ่นามว่า “แอปเปิล” เตรียมที่จะปฏิวัติกุญแจประตูบ้าน ตามแบบที่ใช้กันอยู่เสียใหม่ โดยการประดิษฐ์กุญแจไฮเทคแบบใหม่ขึ้นมาแทน ให้ชื่อว่า “ไอคีย์” ไม่แต่ช่วยให้ไม่ต้องพกพวงลูกกุญแจพวงโตติดตัวอีกต่อไป เพราะอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อันเดียวก็สามารถใช้เปิดล็อกรถ ประตูบ้าน และเปิดเข้าสำนักงานได้หมด โดยจะใช้ประกอบกับโทรศัพท์มือถือ “ไอโฟน แบบหนึ่งด้วย

วิธีใช้ก็เพียงแต่ให้เจ้าของใส่รหัสและนำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ไปแปะกับประตูเพื่อเปิดเท่านั้น ส่วน ที่บ้านก็จะต้องติดกุญแจควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ โดยที่ตัวโทรศัพท์ ไอโฟน จะต้องขึ้นทะเบียนกุญแจเอาไว้ เพื่อจะได้ใช้กับกุญแจตัวต่างๆ เมื่อเวลาจะเปิด ก็เพียงแต่หมุนบิดไอโฟนที่หน้ากุญแจ แล้วเจ้าของก็เลือกเลขกดรหัสที่ปรากฏอยู่บนจอ อย่างเดียวกับการหมุนรหัสตามตู้เซฟ

โอ้วอะไรมันจะเว่อร์ได้ขนาดนั้น เอาเถอะครับเพราะเค้าคือ “แอปเปิล” ว่าแ่ต่ถ้ามีคนแฮกได้นี่มันจะได้ไปทุกอย่างเลยสิ อิอิ บางอย่างให้มันเป็นธรรมดาก็ดีกว่านะ อย่าเทคโนมากนักเลย

ข่าวนวัตกรรม

ซีเกท เปิดตัว แซฟวิโอ 10เค.4

ซีเกท เปิดตัว แซฟวิโอ 10เค.4

นายโฮเวิร์ด ชู้บ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์สำหรับจัดเก็บข้อมูลของเดลล์ กล่าวว่า ลูกค้าซีเกทกำลังเผชิญกับความต้องการในการจัดเก็บข้อมูลที่ท้าทาย โดยต้องการพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูลและใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ในขณะที่รักษาระดับประสิทธิภาพสูงสุดเท่าที่จะทำได้ ฮาร์ดไดรฟ์รุ่นใหม่ขนาด 2.5 นิ้ว หมุนด้วยความเร็ว 10,000 รอบต่อนาทีและ มีความจุ 600 GB ทำให้ผู้ใช้มีความจุเพิ่มขึ้นถึง 2 เท่าในพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่จำกัดของฮาร์ดไดรฟ์รุ่นปัจจุบัน ที่มีขนาด 3.5 นิ้ว หมุนด้วยความเร็ว 15,000 รอบต่อนาทีและมีความจุ 600 GB ในขณะที่เพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมของระบบ ค่าใช้จ่ายในการเป็นเจ้าของ และลดการใช้พลังงาน

นายจอห์น ริดนิง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ บริษัทไอดีซี กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงไปยังฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ขนาด 2.5 นิ้วสำหรับใช้งานในองค์กรโดยผู้ผลิตเครื่องแม่ข่ายและผู้พัฒนาระบบจัดเก็บ ข้อมูลกำลังเคลื่อนไหวไปข้างหน้ายังคงมีความต้องการข้อมูลดิจิตอลอย่างต่อ เนื่อง โดยถูกเข้าถึงผ่านทางระบบปฏิบัติการและอุปกรณ์อันหลากหลาย ข้อมูลที่ถูกจัดส่งจากระบบจัดเก็บข้อมูลจำนวนมากขึ้นมีฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ สำหรับใช้งานในองค์กรความจุสูงอย่างแซฟวิโอ 10เค.4 ของซีเกท

ข่าวนวัตกรรม

ข้าวหอมมะลิไทย แย่แล้ว

ข้าวหอมมะลิไทย แย่แล้ว

ประเทศเวียดนาม ได้พัฒนาพันธ์ุข้าวเลียนแบบข้าวหอมมะลิของไทย และใช้ชื่อเลียนแบบว่า จัสมิน ไรซ์ นำออกขายในซุปเปอร์มาร์เก็ตเอเชีย ทั่วกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เพื่อตีตลาดข้าวหอมมะลิไทย ที่ได้รับความนิยมอย่างมาก หากไทยไม่เร่งพัฒนา และส่งเสริมการตลาดอาจถูกข้าว จัสมินไรซ์ ของเวียดนามที่ราคาถูกกว่าแย่งตลาดไป

ข้าวจัสมิน ไรซ์ บริษัท โอเรียนท์ เมอร์ชานท์ จากออสเตรเลียเป็นผู้นำเข้าจากเวียดนามผ่านตัวแทนเนเธอร์แลนด์ โดยใช้ยี่ห้อว่า เชฟีส เวิลด์ พร้อมระบุหน้าถุงว่า จัสมิน ไรซ์ ขายในราคาถูกกว่าข้าวหอมมะลิไทยถึง 50% โดยถุงขนาด 20 กิโลกรัม ขายเพียง 20 ปอนด์ หรือประมาณ 1,000 บาท ขณะที่ข้าวหอมมะลิไทยขนาดเท่ากันขายถึง 30 ปอนด์ ประมาณ 1,500 บาท

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยคงไม่สามารถฟ้องร้องเวียดนามละเมิดลิขสิทธิ์ชื่อข้าว จัสมิน ไรซ์ แปลว่าข้าวหอมมะลิ เพราะชื่อดังกล่าวเป็นคำสามัญ ที่ใช้ได้ทั่วไป ไม่ใช่ชื่อเฉพาะ ดังนั้นแนวทางที่ไทยทำได้ คือ เน้นส่งเสริมให้ผู้บริโภคเห็นถึงคุณภาพของข้าวหอมมะลิไทย ที่มีเอกลักษณ์และเหมาะสมกับอาหารไทย เพื่อช่วยให้ผู้บริโภครู้จัก และเห็นถึงความแตกต่างระหว่างข้าวหอมมะลิไทย กับข้าวหอมมะลิจากประเทศอื่น

ตายหล่ะหว่า! ข้าวหอมมะลิของไทยเรากำลังตกที่นั่งลำบากแล้ว เรายัังทะเลาะกันอยู่เลย

ข่าวนวัตกรรม

โลกต้องการ แหล่งพลังงาน ที่ถูกและสะอาด

โลกต้องการ แหล่งพลังงาน ที่ถูกและสะอาด

บิลล์ เกตส์ ผู้ก่อตั้งและเป็นเจ้าของ บริษัทไมโครซอฟต์ ออกมากล่าวในงาน TED Conference ที่ ลองบีช, แคลิฟอร์เนียว่า โลกต้องการปาฏิหาริย์ด้านพลังงาน พร้อมทั้งเรียกร้องให้หาทางเปลี่ยนพลังงานนิวเคลียร์ ให้ถูกและสะอาดกว่าเดิม บิลล์ เกตส์ บอกว่า ระบบใหม่ในระดับโลกต้องถูกสร้างขึ้นมาเพื่อหาแหล่งพลังงานที่ถูกและสะอาด ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก โดยเขากำหนดเวลาว่าภายในปี 2050 โลกควรจะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนให้ได้ทั้งหมด เพราะจะส่งผลต่อปัญหาโลกร้อนที่รบกวนประชากรโลกมากที่สุดในเวลานี้

โดยนาย บิลล์ เกตส์ ได้เน้นย้ำว่า เทคโนโลยีนิวเคลียร์ ควรจะถูกนำมาใช้ด้วยการเปลี่ยนยูเรเนียม 99% ที่ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการเผาไหม้ในโรงงาน ให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้า เนื่องจากจะได้แหล่งพลังงานที่ยั่งยืนเป็น 100 ปี

ข่าวนวัตกรรม

iSuppli ประเมินต้นทุน “iPad” ก็แค่ 7,600 บาท

iSuppli ประเมินต้นทุน “iPad” ก็แค่ 7,600 บาท

เรียกได้ว่ามีข่าวไม่หยุดเลยที่เดียวกับ iPad ของ apple งานนี้ไม่ต้องโปรโมทมากมีคนมาช่วยเต็มเป้นข่าวได้ทุกวัน ล่าสุด ศูนย์วิจัย iSuppli ประเมินต้นทุน “iPad” ผลิตภัณฑ์ชิ้นล่าสุดของ apple ว่าน่าจะมีต้นทุนในการผลิตอยู่ที่ราวๆ 7,600 บาท ขณะที่ราคาขายอยู่ที่เครื่องละ 16,500 บาท (บวกค่าไอเดียเหรอเนี่ย) กลุ่มนักวิจัยใช้วิธี การวิเคราะห์ ที่เรียกว่า “การถอดแบบเสมือนจริง” เนื่องจากตัว iPad จะออกวางขายในเดือนหน้า และยังไม่มีการประกาศผู้ผลิตสินค้าและวัตถุดิบ โดย iSuppli ชี้ว่าสำหรับ iPad รุ่นถูกสุดที่ความจุ 16 GB ราคา 16,500 บาท นั้น มีต้นทุนค่าวัตถุดิบราว 7,275 บาท บวกกับค่าแรงอีกราว 330 บาท

ขณะ ที่ iPad รุ่นแพงที่สุด และรุ่นกลาง มีต้นทุนในการผลิตอยู่ที่ราวๆ 11,100 บาท และ 9,500 บาท ตามลำดับ ซึ่ง iSuppli บอกว่าวัตถุดิบที่มีมูลค่ามากที่สุด คือ จอทัชสกรีน 9.7 นิ้ว ที่มีราคาราว 2,650 บาท แพงตรงนี้นี่แอง

ข่าวนวัตกรรม

Skiff โชว์เครื่องอ่านอิเล็คทรอนิกส์ งอได้ในงาน CES

Skiff โชว์เครื่องอ่านอิเล็คทรอนิกส์ งอได้ในงาน CES

เครื่องอ่านอิเล็คทรอนิกส์ตัวต้นแบบจาก Skiff มีคุณสมบัติพิเศษที่ไม่เหมือนใคร เพราะสามารถงอได้ ทั้งยังมีสีสัน พร้อมทั้งเลย์เอาท์ตามแบบในนิตยสาร สร้างความประทับให้กับผู้เข้าชมงาน CES เป็นอย่างมาก สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 12 ม.ค. เครื่องอ่านอิเล็คทรอนิกส์ หรือ e-reader รุ่นที่ 3 ที่นำออกมาแสดงในงาน “คอนซูมเมอร์ อิเล็คทรอนิกส์ โชว์” ปีนี้ นำเสนอวิวัฒนาการ​ ที่ล้ำหน้ากว่ารุ่นที่ 1 ที่มีแต่สีขาว-ดำ และรุ่นที่ 2 ที่มีลูกเล่นกราฟฟิกเพียงเล็กน้อยไปมาก โดยเฉพาะเครื่องอ่านจากบริษัท Skiff ที่ใช้วัสดุซึ่งช่วยให้ตัวเครื่องสามารถงอได้

อย่าง ไรก็ตาม Skiff จะยังไม่นำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดภายใน 1-2 เดือนนี้ โดยตัวที่นำมาโชว์เป็นแค่ตัวต้นแบบเท่านั้น ขณะที่ คีเลียน ฟาน เรนส์เซลาร์ หัวหน้าฝ่ายการตลาดของ Skiff บอกว่าทางบริษัทต้องการนำเสนอเครื่องอ่านอิเล็คทรอนิกส์ที่สวยงามเหมาะสมกับ ราคา อีกทั้งสะดวกสบายในการพกพา

ข่าวนวัฒกรรม

กระหึ่มโตเกียวมอเตอร์โชว์ โตโยต้าโชว์ศักยภาพคับปั๋ง

กระหึ่มโตเกียวมอเตอร์โชว์ โตโยต้าโชว์ศักยภาพคับปั๋ง

โตเกียวมอเตอร์โชว์ ปีนี้ไม่คึกคัก เพราะพิษเศรษฐกิจ แต่โตโยต้า ยังคงผงาด อย่างสมศักดิ์ศรี เบอร์หนึ่งค่ายรถญี่ปุ่น แม้ว่างานโตเกียวมอเตอร์โชว์ปีนี้ (ซึ่งจะกระหึ่มจนถึงวันที่ 4 พ.ย.นี้ ที่ประเทศญี่ปุ่น) จะไม่คึกคักเท่าที่ควร

เพราะพิษเศรษฐกิจที่อาละวาดไปทั่วโลก ทำให้ค่ายรถเจ้าถิ่นไม่ฟู่ฟ่า แถมบิ๊กบึ้มค่ายรถตะวันตกก็ถอดใจไม่มาร่วมงานนี้ แต่ในส่วนของค่ายโตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ยังคงสำแดงศักดาเดชเปล่งรัศมีเจิดจ้าในงานนี้ สมศักดิ์ศรีพี่เบิ้มค่ายรถเมืองปลาดิบ

เพื่อ เป็นสักขีพยานศักยภาพที่คับปั๋งของโตโยต้าในงานนี้ ทางคณะผู้บริหารระดับสูงของค่ายโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เจ้าพ่อตลาดรถบ้านเรา นำโดย “นินนาท ไชยธีรภิญโญ” รองประธานกรรมการ, “วุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส และ “กิจ มหาจุนทการ” ผู้อำนวยการสำนักงานประชาสัมพันธ์ ได้นำคณะสื่อมวลชนไทยบินลัดฟ้าไปเบิ่งกันจะจะ

แน่นอนว่าบูธโตโยต้ายั งคงสามารถสร้างความตะลึง ตึง ตึง ให้แก่ผู้มาเยี่ยมชม เพราะอัดแน่นด้วยกองทัพรถต้นแบบ และรถใหม่รุ่นล่า ทั้งแบรนด์โตโยต้าและเลกซัส โดยวันแรกของงานซึ่งเป็นรอบสื่อมวลชน “อากิโอะ โตโยดะ” ประธานค่ายโตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ได้เป็นผู้นำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆของโตโยต้าและเลกซัสอย่างภาคภูมิใจ

ทีเด็ดสุด ต้องยกให้การเปิดตัวรถต้นแบบครั้งแรกในโลกถึง 2 รุ่น ได้แก่ FT-EV II รถยนต์ไฟฟ้าสำหรับขับในเมือง ให้ความ เร็วได้มากกว่า 100 กม./ชม. และ FT-86 รถสปอร์ตสไตล์รถแข่ง

นอกจากนี้ก็มีรถต้นแบบของ พรีอุส PLUG-IN HYBRID ซึ่งติดตั้งทั้งเครื่องไฮบริด และยังสามารถชาร์จไฟจากแหล่งกำเนิดไฟฟ้าภายนอกได้ เช่น ปลั๊กไฟฟ้าในบ้าน เป็นต้น พร้อมออกสู่ตลาด ธ.ค.นี้ ช่วงแรกจะเป็นรูปแบบให้เช่าแก่ลูกค้าองค์กรใหญ่ๆที่ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และยุโรป ขณะเดียวกัน ยังได้เปิดตัวรถใหม่ โตโยต้า Sai เก๋งไฮบริดที่มีตัวถังใหญ่กว่าและหรูกว่าโตโยต้า พรีอุส พัฒนามาจากเลกซัส HS 250 h จะเริ่มลุยขายที่ญี่ปุ่นต้น ธ.ค.นี้

สำหรับ เลกซัสได้อวดโฉมรถต้นแบบ 2 รุ่น ได้แก่ LF-Ch แฮตช์แบ็กพรีเมี่ยม 5 ประตู ขนาดเล็กเครื่องยนต์ไฮบริด เหมือนเป็นการส่งสัญญาณว่าเลกซัสพร้อมรุกตลาดรถหรูขนาดเล็กแล้ว และสปอร์ตซุปเปอร์คาร์ LFA เครื่อง 4.8 ลิตร V10 ผลิตเพียง 500 คันป้อนตลาดทั่วโลก พร้อมเปิดรับจองแล้ว แต่จะเริ่มผลิตปลายปีหน้า

สำหรับบ้านเรา มีโควตาให้แค่ 2 คัน

ข่าวนวัตกรรม

อาหารอุดมเส้นใย ขุมทรัพย์บำรุง สุขภาพ

อาหารอุดมเส้นใย ขุมทรัพย์บำรุง สุขภาพ

นักโภชนาการแนะเคล็ดลับการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ ช่วยให้ระบบขับถ่ายดี ห่างไกลโรค   นิตย สารเฮลธ์ แม็กกาซีน จัดทำโดยโรงพยาบาลเวชธานี นำเสนอบทความเรื่อง “กินอย่างไรให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น” เขียนโดยเพชรดาว ทัศนศร นักโภชนาการ มีเนื้อหาระบุว่า “ปัญหาท้องผูก” นอกจากจะทำให้รู้สึกอึดอัดและไม่สบายท้องแล้ว หากปล่อยให้เรื้อรังอาจส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อร่างกายได้

เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ ริดสีดวงทวารหนัก หรือเกิดการติดเชื้อในลำไส้ เป็นต้น

การเลือกรับประทานอาหารที่มี “เส้นใยอาหาร” สูงในแต่ละวัน เป็นวิธีการหนึ่งที่จะช่วยให้ระบบขับถ่ายของเราเป็นปกติได้

“เส้น ใยอาหาร” (Fiber) เป็นอาหารที่อยู่ในหมู่คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน แต่ไม่ได้ให้พลังงานใดๆ แก่ร่างกาย เพราะไม่สามารถเปลี่ยนเป็นกลูโคสได้

โดยทั่วไปจะแบ่งเส้นใยออกเป็น 2 ชนิด คือ

1. เส้นใยที่ไม่ละลายน้ำ พบในผัก ธัญพืช เส้นใยชนิดนี้ถือว่าเป็นยาระบายอย่างดีตามธรรมชาติ

เพราะ จะดูดซับน้ำไว้เร่งให้ผนังลำไส้บีบตัวและคลายตัว ทำให้กากอาหารผ่านลำไส้อีกทั้งยังทำให้อุจจาระอ่อนนุ่ม ลดการเกิดริดสีดวงทวารหนัก

2. เส้นใยที่ละลายน้ำ พบในผลไม้ที่มีสารเพ็กติน เช่น แอปเปิ้ล สตรอว์เบอร์รี่ ข้าวโอ๊ต

สํา หรับปริมาณที่ควรรับประทานในหนึ่งวัน เพื่อให้ได้เส้นใยที่เพียงพอในหนึ่งมื้ออาหาร ควรมีผักสุก 1 ทัพพี ผลไม้ประมาณ 8-10 ชิ้นพอดีคำหรือถ้าเป็นผล เช่น ส้มเขียวหวาน 1 ผลเล็ก

ส่วนแหล่งของอาหารที่มีเส้นใยสูงที่เราสามารถเลือกหามารับประทานได้ง่ายๆ ได้แก่

- ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ เพราะยังมีส่วนที่เป็นรำข้าวอยู่ จะมีใยอาหารช่วยให้อาหารที่อยู่ในทางเดินอาหารเคลื่อนไหวได้เร็วขึ้น ช่วยอุ้มน้ำ และทำให้อุจจาระมีน้ำหนักมากขึ้น

- แอปเปิ้ล ผลไม้ที่รับประทานได้ทั้งเปลือก จะมีเซลลูโลสที่ช่วยให้อุจจาระพองตัวป้องกันโรคท้องผูกได้

- ผลไม้ตระกูลส้ม แครอต มะเขือเทศ ผักประเภทใบทุกชนิด ธัญพืช (ลูกเดือย ถั่วแดง ถั่วเขียว) เป็นต้น

- ขนมปังโฮลวีต ผลิตภัณฑ์จากข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ

นอกจากนั้น ยังควรดื่มน้ำให้เพียงพอต่อร่างกายอย่างน้อยวันละ 8 แก้วอีกด้วย

ข่าวนวัตกรรม

ภาวะโลกร้อน ส่งผล เอลนิญโญ เกิดถี่-เอเชียแล้ง

ภาวะโลกร้อน ส่งผล เอลนิญโญ เกิดถี่-เอเชียแล้ง

อาจารย์ มหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา เตือนว่า ภาวะโลกร้อนจะทำให้เกิดปรากฏการณ์ “เอลนิญโญ” บ่อยครั้งขึ้น และยังส่งผลให้พื้นที่บางจุดในทวีปเอเชียประสบปัญหาภัยแล้งรุนแรง

วารสาร วิทยาศาสตร์ “เนเจอร์” ตีพิมพ์ผลการศึกษาของ เบน เคิร์ตแมน อาจารย์มหาวิทยาลัยไมอามีและคณะ ชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ หรือภาวะโลกร้อน จะทำให้ปรากฏการณ์เอลนิญโญเกิดถี่ขึ้น เพราะนอกจากเกิดเอลนิญโญฝั่งตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกทุก 4-5 ปีแล้ว ยังจะเกิดเอลนิญโญทางตอนกลางของมหาสมุทรแปซิฟิกถี่ขึ้น แต่จะไม่เกิดพร้อมกัน ส่งผลให้เอเชียแห้งแล้งยิ่งขึ้น ขณะที่เฮอริเคนถล่มฝั่งตะวันออกของสหรัฐและประเทศในทะเลแคริบเบียนจะรุนแรง ขึ้น

รายงานแจ้งว่า เอลนิญโญเป็นปรากฏการณ์กระแสน้ำอุ่นในทะเลบริเวณเส้นศูนย์สูตรทางมหาสมุทร แปซิฟิกตะวันออก ไหลไปแทนที่กระแสน้ำเย็นบริเวณเส้นศูนย์สูตรทางมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก และชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปอเมริกาใต้

ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ทำให้อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย อินเดีย และภาคตะวันออกของบราซิลแห้งแล้ง แต่ในประเทศสหรัฐ อเมริกาบริเวณฝั่งอ่าวเม็กซิโก และหลายพื้นที่ของภูมิภาคอเมริกาใต้ จะพบภัยธรรมชาติฝนตกหนัก ทำให้ผิวน้ำทะเลแคริบเบียนและมหาสมุทรแอตแลนติกมีอุณหภูมิลดลง ช่วยบรรเทาการก่อตัวและความรุนแรงของเฮอริเคน

ข่าวนวัตกรรม

เฟิร์สลอจิก พลิกรูปแบบธุรกิจ หลังเจอแจ็กพอตปัญหา 3 เด้ง

เฟิร์สลอจิก พลิกรูปแบบธุรกิจ หลังเจอแจ็กพอตปัญหา 3 เด้ง

เฟิร์ส ลอจิกปรับรูปแบบการทำธุรกิจ เน้นความหลากหลายตอบสนองความต้องการของลูกค้า จากเดิมที่ขายผลิตภัณฑ์ซันอย่างเดียวก็อยู่ได้ หลังได้รับผลกระทบจากปัญหาที่เกิดขึ้นถึง 3 เด้ง มั่นใจยกเครื่ององค์กรเสร็จก่อน 1 ม.ค. 53

นายสุเทพ อุ่นเมตตาจิต ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เฟิร์ส ลอจิก กล่าวว่า ขณะนี้ตลาดไอทีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน เพราะมีหลายปัจจัยเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งทำให้พฤติกรรมของลูกค้าเปลี่ยนไปจากเดิมที่ใช้งบจัดซื้อไอทีสูง ก็หันไปซื้อตามจุดประสงค์แทน นอกจากนี้ เทคโนโลยีก็มีการเปลี่ยนแปลง เพราะมีผสมผสานเข้าด้วยกันหรือที่เรียกว่าคอนเวอร์เจนซ์ ทำให้ความสามารถในการใช้งานเพิ่มมากขึ้น ขณะที่การแข่งขันก็มีการเปลี่ยนแปลง เช่น การเข้ามาของผู้ประกอบการรายเล็ก แต่มีบางอย่างที่รายใหญ่ๆ ทำไม่ได้ก็มี และจากปัญหาดังกล่าวทำให้เฟิร์ส ลอจิกต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจ

“คน อื่นอาจจะบอกว่าโดน 2 เด้ง แต่เราโดน 3 เด้ง เพราะมีทั้งปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาภายในประเทศ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของพันธมิตรทางธุรกิจอย่างซัน ไมโครซิสเต็มส์ ที่ออราเคิลซื้อกิจการไป จากปัญหาที่เกิดขึ้น การทำตัวเป็นคนขายของแบบเดิมลำบากแน่ ก็ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการทำธุรกิจ”

การปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจของเฟิร์ส ลอจิกจะเน้นความหลากหลาย โดยเอาหลายๆอย่างมารวมกันเป็นโปรเจกต์ จากเดิมที่ 10 ปีที่แล้วขายแค่บล็อกซันอย่างเดียวก็อยู่ได้ นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของการทำเอาต์ซอร์ส การเขียนโปรแกรม การติดตั้งระบบ การบริหารโครงการ แนวโน้มคือครบวงจร หรือเป็นโซลูชัน แต่เรื่องซีอาร์เอ็ม แมเนจเมนต์ เรื่องการเงินเฟิร์ส ลอจิกจะไม่ทำเพราะไม่มีความถนัด แต่ถ้าลูกค้าต้องการก็จะหาพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญมาร่วมกันทำโซลูชันให้ กับลูกค้า ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนเรื่องบุคลากรด้วย

ทั้งนี้ เฟิร์ส ลอจิกแบ่งโซลูชันเป็น 2 แบบคือ 1.โซลูชันที่สามารถขายให้ใครก็ได้ 2.โซลูชันที่ขายแบบเฉพาะเจาะจงว่าลูกค้าต้องการอะไร เช่น สถาบันการศึกษา นอกจากขายสินค้าแล้ว จะต้องหาแรงจูงใจให้ผู้ใช้ต้องการที่จะใช้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบสถานที่ หรือคอมพิวเตอร์แบบไหนที่มีความทันสมัย

ด้านบุคลากรเดิมเฟิร์ส ลอจิกจะแยกตามฟังก์ชันงาน แต่การปรับองค์กรใหม่แยกตามกลุ่มลูกค้ารวมทั้งพนักงานขายหรือเซล เพื่อให้ไปดูแลและรับผิดชอบโดยตรง ซึ่ง กลุ่มลูกค้าหลักๆ จะมีประมาณ 4-5 กลุ่มซึ่งการปรับเปลี่ยนองค์กรครั้งนี้เป้าหมายคือต้องเสร็จก่อน 1 ม.ค. 2553

ปัจจุบัน เฟิร์ส ลอจิกมีพันธมิตรทางธุรกิจคือซัน ออราเคิล ไซแมนเทค นอกจากนี้ ก็จะเป็นพันธมิตรที่ไม่มีการทำธุรกิจที่ขัดแย้งกัน เช่น เรื่องของระบบความปลอดภัย เกี่ยวกับธุรกิจเน็ตเวิร์ก

นายสุเทพกล่าวถึงรายได้ของเฟิร์ส ลอจิกว่า ตั้งแต่ช่วงต้นปีนี้มารายได้ลดลง 15% ซึ่งหลักๆ คือปัญหาเศรษฐกิจ และปัญหาภายในประเทศ เม็ดเงินการจัดซื้อของลูกค้าไม่ได้ลดลง แต่ยังไม่กล้าตัดสินใจซื้อ แต่ถ้าบริษัทปรับเปลี่ยนทุกอย่างแล้วเสร็จ เชื่อว่ารายได้ต้องเพิ่ม เพราะขณะนี้ลูกค้ารอจังหวะที่จะซื้ออยู่ แต่รูปแบบการซื้ออาจไม่เหมือนเดิม

ข่าวนวัตกรรม

Page 1 of 212