กัมพูชา Archive

สุเทพ เคลิ้ม ฮุนเซนชวนกินข้าว

สุเทพ เคลิ้ม ฮุนเซนชวนกินข้าว

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเดินทางไปพบสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ว่า ไปอวยพรวันเกิดสมเด็จฮุนเซน ซึ่งสมเด็จฮุนเซนบอกว่า อย่ากังวลใจเรื่อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในขณะที่รัฐบาลกำลังมีปัญหากลุ่มเสื้อแดง โดยยืนยันว่า จะไม่ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เข้ามาในกัมพูชา เพราะไม่ต้องการให้คนไทยเข้าใจผิดว่า กัมพูชาให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้เป็นฐานที่มั่นในการโจมตีประเทศไทย และขอให้เชื่อมั่นว่า สามารถแยกแยะระหว่างความสัมพันธ์ส่วนตัวกับเรื่องของประเทศชาติได้ เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นเพียงแค่ที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจเท่านั้น จะไม่ให้ใช้ฐานที่มั่นกัมพูชามาทำร้ายประเทศอื่น ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีระหว่างสองประเทศ

สมเด็จฮุนเซนบอกว่า ที่แล้วมาขอให้ลืมกันไป เลิกแล้วต่อกัน เราเป็นเพื่อนบ้านกัน ไม่สามารถย้ายประเทศหนีไปไหนได้ ขอให้มาร่วมมือกันสร้างความสัมพันธ์ที่ดีด้วยกันต่อไป” นายสุเทพ กล่าว

ข่าวการเมือง

ถามใจ’คำรบ’ แม่สุดกลั้น ใช่ลูกผู้ชายมั๊ย

ถามใจ’คำรบ’ แม่สุดกลั้น ใช่ลูกผู้ชายมั๊ย

สิมารักษ์” ทำหนังสือถึง “แม้ว-จิ๋ว” ประสานขอพระราชทานอภัยโทษ ลั่น ขอพึ่งเพื่อไทยทางเดียว ไม่รับความช่วยเหลือกระทรวงการต่างประเทศ ถามหาความเป็นลูกผู้ชาย “คำรบ” ออกหน้ามาแสดงความรับผิดชอบ กรณีที่นายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ วิศกรชาวไทย ถูกศาลกัมพูชาตัดสินให้จำคุก 7 ปี และ ปรับ 10,000,000 เรียล ในข้อหาจารกรรมข้อมูลลับ เมื่อเวลาประมาณ 10.20 น. วันนี้ ที่พรรคเพื่อไทย นางสิมารักษ์ ณ นครพนม มารดานายศิวรักษ์ ได้โฟนอินเข้ามายังโทรศัพท์มือถือของ นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เพื่อร่วมแถลงข่าว โดย นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า ได้รับหนังสือสำเนาคำพิพากษาของศาลแล้ว และ ตนได้รับมอบหมายจาก พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย รวมทั้ง นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้เป็นหัวหน้าทีมประสานระหว่างฝ่ายกฎหมายกับฝ่ายต่างประเทศ เพื่อทำหนังสือขอความอนุเคราะห์ถึง สมเด็จฮุน เซน ให้ขอพระราชทานอภัยโทษให้นายศิวรักษ์

จากนั้นนางสิมารักษ์ ได้แถลงเปิดใจว่า เมื่อได้ฟังคำพิพากษาของศาล นายศิวรักษ์ ต้องถูกจำคุก 7 ปี ถูกปรับ 1 แสนบาทไทย ก็แทบจะช็อก ถือเป็นความเลวร้ายที่สุดของครอบครัว อย่างไรก็ตาม ครอบครัวเราอยากขอขอบคุณรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ และ เจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศทุกคน ที่พยายามช่วยเหลือทุกทาง จนทราบคำพิพากษาว่าลูกต้องถูกจำคุก 7 ปี ทั้งที่ลูกไม่ใช่ผู้กระทำผิด จึงอยากขอกระทรวงต่างประเทศว่า จากนี้ไปจะขอรับความช่วยเหลือจาก พล.อ.ชวลิต พ.ต.ท.ทักษิณ และ ทางพรรคเพื่อไทย เพียงทางเดียว เนื่องจากระทรวงการต่างประเทศเป็นคู่ขัดแย้งกับสมเด็จฮุน เซน มาโดยตลอด ดังนั้น การติดต่อสื่อสารที่ผ่านมาจึงมีอุปสรรคอย่างมาก อยากขอร้องว่าระยะนี้ขอให้ช่วยชะลอไว้ก่อน เพื่อไม่ให้เรื่องยืดยาวต่อไปอีก

นางสิมารักษ์​ กล่าวอีกว่า ตนทราบว่า พ.ต.ท.ทักษิณ พล.อ.ชวลิต และพรรคเพื่อไทย มีความสัมพันธ์กับกัมพูชาดีกว่า ดังนั้น เพื่ออิสรภาพของลูกเหนือสิ่งอื่นใดที่สุด จึงต้องเลือกพึ่ง พล.อ.ชวลิต พ.ต.ท.ทักษิณ และพรรคเพื่อไทย ไม่อยากให้คิดเกินเลยไปว่าใครได้หรือเสียหน้า คนที่เสียที่สุดคือ นายศิวรักษ์ ต้องเสียอิสรภาพ ชื่อเสียง หน้าที่การงาน รวมทั้งแม่และน้องชาย ต้องมารับเคราะห์กรรมด้วย

นางสิมารักษ์ กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. ได้ฟังข่าวจากโทรทัศน์และได้ยินเจ้าหน้าที่ทางการไทยคนหนึ่ง ออกมาระบุว่า นายศิวรักษ์ คือคนไทยคนหนึ่งที่ไปก่อเหตุในต่างแดน รู้สึกเจ็บปวดกับคำพูดนี้มาก ลูกเป็นผู้ก่อเหตุอย่างนั้นหรือ หาก นายคำรบ ปาลวัฒน์วิชัย เลขานุการเอกประจำสถานทูตไทยในกัมพูชา ไม่โทรศัพท์ไปหา นายศิวรักษ์ คำพูดแค่ 2-3 ประโยคว่า เช็คให้หน่อย ผลที่ออกมา คือ ลูกต้องถูกจำคุก 7 ปี มันไม่คุ้มกันเลย หากนายคำรบ หรือ ผู้ที่อยู่เหนือกว่า มีความเป็นสุภาพบุรุษ นายคำรบ ต้องออกมารับผิดชอบกับการกระทำด้วย อย่าปกป้องผู้ทำผิด โดยปล่อยให้ผู้บริสุทธิ์ต้องรับโทษถึง 7 ปี สังคมจะได้รู้ความจริงว่า ที่วันนี้ไม่มีชื่อนายคำรบ นายคำรบได้กลับมาประเทศไทยได้อยู่อย่างสุขสบาย ในขณะที่นายศิวรักษ์ ต้องอยู่ในสภาพอย่างนั้นโดยลำพัง ที่คุมขังไม่มีแอร์ อาหารไม่อร่อย

นางสิมารักษ์ กล่าวอีกว่า อยากขอบคุณ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่เคยพูดว่า จะช่วยนายศิวรักษ์ แม้จะคิดร้ายต่อท่าน แต่นายศิวรักษ์ไม่เคยคิดร้ายกับท่านเลย การที่พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ติดใจถือเป็นน้ำใจอันยิ่งใหญ่ของครอบครัวของเราที่เมตตา ส่วน พล.อ.ชวลิต เป็นยิ่งกว่าญาติที่ออกมาช่วยเหลือครอบครัว แต่บางคนไม่ช่วยอะไร แต่ออกมาขวางความมีน้ำใจของ พล.อ.ชวลิต ซึ่งเป็นชาวนครพนมเหมือนกัน เป็นผู้ปิดทองหลังพระมาตั้งแต่ต้น ตนไม่เคยได้แจ้งให้ใครทราบมาก่อนว่า พล.อ.ชวลิต บอกกับตนว่าอยากให้รัฐบาลได้ดำเนินการช่วยเหลือก่อน แล้วจะคอยช่วยเหลืออยู่เบื้องหลัง ซึ่งงานนี้รัฐบาลต้องช่วยอยู่แล้ว เพราะสาเหตุมาจากนายคำรบ

“ไม่มีแม่คนไหน ยอมเอาลูกตัวเองไปเสี่ยงกับสถานการณ์เลวร้ายนี้ เอาลูกไปติดคุก เพื่ออะไร แค่คิดก็ถือว่าเลวสุดๆ แล้ว ออกไปสร้างละคร ไปสร้างสถานการณ์แล้วครอบครัวเราได้อะไร ลูกนอนอยู่ในคุกแล้วแม่มีความสุขอย่างนั้นหรือ อยากขอร้องว่าสิ่งที่แม่พูดมาจากใจจริง เราคนไทยด้วยกันช่วยคนไทยด้วยกันดีกว่า อย่ามัวขัดแย้งกันเลย อย่างน้อยก็เพื่ออิสรภาพของนายศิวรักษ์ ที่กำลังรอคอยความช่วยเหลือจากทุกคน” นางสิมารักษ์ กล่าว

ผู้สื่อ ข่าวถามว่า นางสิมารักษ์ รู้จัก พล.อ.ชวลิต กับพ.ต.ท.ทักษิณ มาก่อนหรือไม่ นางสิมารักษ์ ตอบว่า กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เคยรู้จักเป็นการส่วนตัว แต่เมื่อ 20-30 ปีมาแล้ว สามีเคยอยู่ในวงการเล็กๆ ด้วยกันมาก่อน ส่วน พล.อ.ชวลิต ทราบมาตั้งแต่ต้น เป็นอดีต ส.ส.นครพนม จึงเหมือนกับญาติ เมื่อถามว่า จะให้นายคำรบ รับผิดชอบอย่างไร นางสิมารักษ์ ตอบว่า รับผิดชอบทุกอย่างที่นายศิวรักษ์ต้องเสียอิสรภาพไป ตลอดเวลาที่ถูกจองจำในเรือนจำ จะรับผิดชอบอย่างไรได้บ้าง ออกมาเปิดเผยหรือยอมรับผิดอย่างลูกผู้ชายได้ไหม 2-3 นาทีที่คุยกัน ผลลัพธ์มันตรงกันข้าม มันสาหัสมากๆ จะช่วยเราอย่างไรได้บ้าง เพื่อให้นายศิวรักษ์ ได้ยืนบนสังคมได้ว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ไม่เคยทำผิดใดๆ ทั้งสิ้น หากนายคำรบ ไม่รับผิดชอบอะไร เราก็ไม่เคยคิดร้ายหรือแก้แค้นกับใคร แต่อย่างที่บอกว่าเป็นเรื่องของความเป็นสุภาพบุรุษ

เมื่อถามว่า ได้ฟังเทปการสนทนาระหว่างนายศิวรักษ์กับนายคำรบ หรือไม่ นางสิมารักษ์ ตอบว่า ทุกคำพูดที่นายศิวรักษ์ให้การต่อศาลเป็นระยะเวลากว่า 5 ชั่วโมงนั้น คือความจริงที่สุด เทปไม่มี ต่อข้อถามว่า ขณะนี้สังคมวิพากษ์วิจารณ์ว่า พ.ต.ท.ทักษิณจัดฉากเรื่องนี้ นางสิมารักษ์ ตอบว่า ได้พูดไปแล้วตอนต้น การจัดฉากหรืออะไรก็ดี คนเป็นแม่จะยอมหรือที่ให้ลูกเป็นฉากหนึ่งในนั้น หัวอกคนเป็นแม่จะยอมหรือที่จะให้ลูกเป็นฉากของใครเพราะไม่ใช่ความสุขเลย

เมื่อ ถามว่า นายกรัฐมนตรี ระบุว่าพร้อมให้ความช่วยเหลือ นางสิมารักษ์ กล่าวว่า ขอขอบคุณ แต่ตอนนี้ขอความช่วยเหลือจาก พล.อ.ชวลิตก่อน เพราะสถานการณ์ขณะนี้น่าจะดีกว่า แต่ทั้งนี้ตนไม่ได้บอกว่าจะไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากรัฐบาล แต่สถานการณ์ขณะนี้ขอรับความช่วยเหลือจากพล.อ.ชวลิต พ.ต.ท.ทักษิณ และพรรคเพื่อไทยก่อนดีกว่า

เมื่อถามว่า กระทรวงต่างประเทศ พร้อมขอพระราชทานอภัยโทษให้ด้วย จะรับการช่วยเหลือนั้นหรือไม่ นางสิมารักษ์ ตอบว่า วันนี้ต้องขอโทษด้วย ยังไม่ขอรับ เนื่องจาก กำลังหารือกับทนายเพื่อดำเนินการทุกอย่างโดยเร็วที่สุด หากขอพระราชทานอภัยโทษซ้อนกัน อาจเกิดปัญหาได้ ต้องขอบคุณกระทรวงต่างประเทศ แต่ขอรับความช่วยเหลือจาก พล.อ.ชวลิตก่อน เมื่อถามว่า นางสิมารักษ์จะกลับประเทศไทยเมื่อไหร่ นางสิมารักษ์ ตอบว่า ขอดูการจัดทำการขอพระราชทานอภัยโทษก่อน ขณะนี้ยังไม่เรียบร้อย เราขอรับผิด และ จะไม่อุทธรณ์

จากนั้น นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า จะมีการประชุมคณะทำงานฝ่ายกฎหมายและฝ่ายต่างประเทศ ในวันนี้ จะเตรียมร่างหนังสือ 3 ชุด เพื่อรวบรวมส่งไปยังกัมพูชา คือ 1.ร่างหนังสือขอความอนุเคราะห์ โดย พล.อ.ชวลิต ส่งถึงสมเด็จฮุน เซน ประกอบกับสำเนาคำพิพากษาของศาล 2.รายชื่อ ส.ส.เพื่อไทย บางคน ร้องขอร่วมร่าง และ ลงนามด้วย 3.หนังสือขอความอนุเคราะห์ของ นางสิมารักษ์ ส่วนจะยื่นผ่านสถานทูตกัมพูชาประจำประเทศไทย หรือจะไปยื่นทำเนียบรัฐบาลประเทศกัมพูชานั้น จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

นาย นพดล ปัทมะ อดีต รมว.การต่างประเทศ และที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวว่า ได้โทรศัพท์คุยกับ นายซก อาน รองนายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่ดูแลด้านความมั่นคง และเรื่องการต่างประเทศ โดยได้ประสานไปว่าเมื่อทางพรรคเพื่อไทย ได้รับหนังสือขอความช่วยเหลือจากนางสิมารักษ์แล้ว พล.อ.ชวลิต จะมีหนังสือไปถึงทางรัฐบาลกัมพูชา ถึงสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เป็นหนังสือที่ขอให้ประสานงานทำให้กระบวนการทั้งหลายในการขอพระราช ทานอภัยโทษรวดเร็วยิ่งขึ้น เพราะอำนาจในการพระราชทานอภัยโทษเป็นของพระมหากษัตริย์กัมพูชา แต่รัฐบาลกัมพูชา ก็จะมีส่วนทำให้กระบวนการเร็วขึ้น ซึ่งหนังสือนี้ไม่ใช่หนังสือขอพระราชทานอภัยโทษ เพราะหนังสือขอพระราชทานอภัยโทษจะต้องทำโดยครอบครัวของผู้ต้องโทษ

“ท่าน รองนายกรัฐมนตรี ซก อาน รับปากที่จะประสานงาน ในการส่งหนังสือให้ถึงสมเด็จฮุนเซนต่อไป ขอให้นางสิมารักษ์มั่นใจว่า เราจะช่วยประสานงานให้ ส่วน พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ทราบเรื่องนี้ และได้แสดงความเสียใจที่คนไทยต้องเป็นเหยื่อของการเมืองภายในของเรา และการที่พล.อ.ชวลิต ได้ทำหนังสือไป น่าจะเป็นประโยชน์ในการช่วยเหลือคนไทย”นายนพดลกล่าว

นายนพดล กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่านายศิวรักษ์เป็นเพียงปลายเหตุ ต้นเหตุคือการที่รัฐบาลนี้พยายามจะไล่ล่าพ.ต.ท.ทักษิณทุกวิถีทาง โดยการใช้กระทรวงการต่างประเทศมาสร้างความเดือดร้อนให้แก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา อย่างไม่ลดละ ไม่ว่าจะไปที่ไหน พยายามจะสร้างปัญหา เรื่องนี้ เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่วิศวกรหนุ่ม ที่ต้องส่งเงินช่วยเหลือแม่ทุกเดือน เป็นกำลังหลักของครอบครัว จะต้องตกเป็นเหยื่อจากการไล่ล่าพ.ต.ท.ทักษิณ จนตัวเองต้องติดคุกถึง 7 ปี แม่เกิดความลำบากขึ้น ตรงนี้สะท้อนให้เห็นว่า อะไรที่เราไม่พยายามปรองดอง แล้วเอาการเมืองภายในเป็นไฟลามทุ่งไปสู่การเมืองในต่างประเทศด้วย เราไม่สามารถแก้ไขปัญหาภายในของเราได้ สังคมไม่สงบ ประเทศเดินหน้าต่อไปไม่ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับหนังสือที่นางสิมารักษ์ ณ นครพนม ทำส่งมายังพรรคเพื่อไทยจำนวน 2 ฉบับนั้น เป็นหนังสือขอความอนุเคราะห์ให้พ.ต.ท.ทักษิณ และ พล.อ.ชวลิต เป็นผู้ประสานงานในการขอพระราชทานอภัยโทษให้แก่ นายศิวรักษ์ โดยมีเนื้อหาเหมือนกันทั้ง 2 ฉบับว่า

“เนื่องด้วยดิฉัน นางสิมารักษ์ ณ นครพนม อายุ 57 ปี ประกอบอาชีพรับราชการครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา วิทยาลัยเทคนิคนครราชสีมา ตำแหน่งครูชำนาญการพิเศษ ซึ่งเป็นมารดาของ นายศิวรักษ์ ชุติพงษ์ พนักงานของบริษัท กัมพูชา แอร์ทราฟฟิก เซอร์วิส วิศวกรคนไทย ที่ถูกควบคุมตัว ณ เรือนจำเปรซอร์ และ ได้รับคำพิพากษาลงโทษให้จำคุก เป็นเวลา 7 ปี ปรับ 10,000,000 เรียล ในข้อหาจารกรรมตารางการบินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความประสงค์ เพื่อขอความเมตตาจากท่าน ในการเป็นผู้ประสานงานกับทางประเทศกัมพูชา ในการขอพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งดิฉันมีความเชื่อมั่น และมั่นใจในตัวลูกของดิฉันว่า มิได้ตั้งใจกระทำความผิดใด ๆ แต่อาจเป็นความพลาดพลั้ง หรือ ตกเป็นเครื่องมือของผู้อื่นกระทำการดังกล่าวไปด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาให้ความอนุเคราะห์ และขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงมา ณ โอกาสนี้”

ข่าวการเมือง

เจอลูกสัปดาห์หน้า แม่วิศวดีใจ กต.พาไปเขมร

เจอลูกสัปดาห์หน้า แม่วิศวดีใจ กต.พาไปเขมร

มารดาศิวรักษ์ โชติพงษ์ ดีใจ กระทรวงการต่างประเทศ แจ้งเตรียมพาเดินทางไปเยี่ยมบุตรชาย ที่ประเทศกัมพูชา สัปดาห์หน้า ขณะที่ กระทรวงยุติธรรมและคณะกรรมการสิทธิ ส่งเจ้าหน้าที่เข้าพบ จันทร์นี้ นางสิมารักษ์ ณ นครพนม มารดาของนายศิวรักษ์ โชติพงษ์ วิศวกรชาวไทย บริษัทกัมพูชา แอร์ ทราฟฟิกเซอร์วิส ในเครือบริษัทสามารถ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ที่ถูกทางการกัมพูชาจับกุมตัว ในข้อหาจารกรรมข้อมูลการบิน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ไทยรัฐออนไลน์ ยอมรับ กระทรวงการต่างประเทศได้ติดต่ออย่างเป็นทางการ มาให้ตนเองเตรียมพร้อมเดินทางไปเยี่ยมบุตรชาย ที่ประเทศกัมพูชา ในช่วงสัปดาห์หน้าแล้ว ส่วนวันและเวลาที่แน่ชัดนั้น คงต้องรอการแจ้งที่ชัดเจนอีกครั้ง

นอกจากนี้ ทางกระทรวงการต่างประเทศ ยังได้แจ้งให้ตนทราบว่า คณะของกระทรวงยุติธรรม และสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จะเดินทางไปเยี่ยมบุตรชาย ในวันจันทร์ที่ 23 พ.ย.2552 นี้ ซึ่งเบื้องต้น ก็ได้มีการสอบถามความเห็นมาที่ตนเองเช่นกันว่า จะเดินทางไปพร้อมกับคณะดังกล่าวเลยหรือไม่ ซึ่งในส่วนของตนเองนั้นไม่มีปัญหาแต่อย่างใด เพราะในใจอย่างจะเดินทางไปพบกับบุตรชาย โดยเร็วที่สุด เพราะเป็นห่วงบุตรชายที่ถูกควบคุมตัวมาเป็นเวลานานเกือบ 1 สัปดาห์แล้ว

ส่วน การที่ตนเองเดินทางไปพบกับ ส.ส.เพื่อไทย วานนี้ นั้น ขอยืนยันว่า ไม่ได้มีจุดประสงค์อะไรเป็นพิเศษ และในใจเองก็ไม่ได้คิดว่าการหารือดังกล่าวเป็นการหารือกับ ส.ส.เพื่อไทย เพราะจุดประสงค์ที่แท้จริงที่ไปเข้าพบนั้น ก็เพื่ออยากขอคำปรึกษาหารือ ในฐานะที่เป็นคน จังหวัดนครพนม ซึ่งถือเป็นคนบ้านเดียวกันเท่านั้น

ส่วน การที่ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน เหมือนกับพยายามช่วงชิงบทเด่น ในการให้ความช่วยเหลือบุตรชาย นั้น ตนเองไม่ได้คิดอะไรเพราะถือเป็นเรื่องระหว่างทั้งสองฝ่าย ตนเองไม่ขอเข้าไปยุ่งเกี่ยว โดยส่วนตัวเองหวังเพียงอยากให้ลูกชายปลอดภัย และสามารถเดินทางกลับประเทศไทย ได้เท่านั้น เพราะนับตั้งแต่ได้มีโอกาศพูดทางโทรศัพท์กับลูกชายครั้งก่อน จนถึงขณะนี้ ตนเองก็ยังไม่มีโอกาศได้พูดคุยเพื่อถามสารทุกข์สุขดิบ หรือได้รับข่าวคราวความคืบหน้าจากบุตรชายอีก แต่อย่างใด

ข่าวการเมือง

เขมรแจ้งข้อหาแล้ว วิศวกรไทย จารกรรมข้อมูลลับ

เขมรแจ้งข้อหาแล้ว วิศวกรไทย จารกรรมข้อมูลลับ

กัมพูชา แจ้งข้อหาวิศวกรไทย จารกรรมข้อมูลลับ กระทบความมั่นคง ด้าน บัวแก้ว โต้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา พร้อมประสานทนายรวบรวมข้อมูลสู้ในชั้นศาล  นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ ยอมรับ ทางการกัมพูชา ได้แจ้งข้อหาอย่างเป็นทางการกรณีการจับกุม นายศิวรักษ์ โชติพงษ์ วิศวกรชาวไทย มาถึงกระทรวงการต่างประเทศ ให้ได้รับทราบแล้ว โดยกล่าวหา จารกรรมเอกสารข้อมูลในทางลับของทางราชการ ที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง อย่างไรก็ดีในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ ได้ตอบปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดไปแล้ว โดยยืนยันว่า

1. นายศิวรักษ์ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจารกรรมข้อมูลลับ ใด ๆ ของกัมพูชา และ

2. การกระทำดังกล่าว ไม่ได้มีผลกระทบต่อความมั่นคงของกัมพูชา

นอกจากนี้ ทางกระทรวงการต่างประเทศ ยังได้ให้ทนายของนายศิวรักษ์ เร่งรวบรวมข้อมูล เพื่อนำไปต่อสู้ในชั้นศาล อีกด้วย และในวันนี้ ทางอุปฑูตไทยประจำประเทศกัมพูชา คงจะเดินทางไปเยี่ยมนายศิวรักษ์ เพื่อให้การดูแลอย่างใกล้ชิด อีกครั้ง และคงจะไม่มีอุปสรรค ใด ๆ เพราะในเวลาท่าทีของทางฝ่ายรัฐบาลกัมพูชา ก็ไม่ได้แข็งกร้าวเหมือนเช่นก่อนหน้านี้ แล้ว

ส่วนการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งล่าสุด ได้ทวิตเตอร์ โดยยืนยันว่าได้ประสานไปทางรัฐบาลกัมพูชา เพื่อให้การช่วยเหลือ นายศิวรักษ์ รวมทั้งการที่มีกระแสข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ประสานให้ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย เตรียมเดินทางไปรับตัว นายศิวรักษ์ กลับประเทศไทย นั้น นายชวนนท์ กล่าวว่า เป็นสิทธิของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่จะสามารถกระทำได้ แต่ตนเองยังไม่ได้รับรายงานในเรื่องดังกล่าว แต่อย่างใด ส่วนจะเป็นการผิดมารยาททางการฑูต หรือไม่ นั้น ตนเองเชื่อว่า ทางรัฐบาลกัมพูชา คงจะสามารถพิจารณาในเรื่องดังกล่าว ได้

ทั้งนี้ ทวิตเตอร์ ล่าสุดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ระบุข้อความตอบโต้บุคคลผู้หนึ่งที่ร้องขอให้ช่วยนายศิวรักษ์ ว่า ” ได้ประสานไปแล้วครับ เขาขอสอบสวนก่อนโดยจะให้ความเป็นธรรมครับ ” นอกจากนี้ เอส เอ็ม เอส ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งได้ยุติการส่งข้อความไปนาน โดย พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ออกมาระบุก่อนหน้านี้ ว่า ถูกรัฐบาลสกัดกั้นนั้น สามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ แล้ว โดยล่าสุด ได้ส่งข้อความว่า ” ไชโยติดต่อกันได้เแล้วหลังถูกตัด”

ข่าวการเมือง

ชาวเขมรแบ่งข้างฮุนเซน-ทักษิณพูดผิดหูโดนต่อย

ชาวเขมรแบ่งข้างฮุนเซน-ทักษิณพูดผิดหูโดนต่อย

ชาวเขรมเร่ิมแบ่งข้างออกเป็น 2 ฝ่าย หลัง “ทักษิณ” เดินทางถึงกัมพูชา ขณะที่สื่อท้องถิ่นประโคมข่าวต่อเนื่อง ห้ามพูดพาดพิง วิจารณ์หากไม่เข้าหูถึงขึ้นโดนต่อย ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (11พ.ย.) เมื่อเวลา 07.00 น. ที่บริเวณด่านพรมแดนอรัญประเทศ จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ยังคงมีชาวเขมรหลายพันคนเดินทางเข้ามาค้าขายและหาซื้อสินค้าในตลาดโรงเกลือ กันอย่างคึกคัก

โดยไม่มีท่าทางวิตกกังวลหรือหวั่นเกรงใดๆ เหมือนช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาโดยส่วนใหญ่เริ่มมั่นใจว่าจะไม่มีการปิดด่านพรมแดนแน่นอน หลังจากรัฐบาลทั้งไทยและกัมพูชาประกาศ ส่วนบรรยากาศบริเวณหน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ ยังคงมีรถบรรทุกสินค้าส่วนใหญ่เป็นรถบรรทุกพ่วงนำสินค้าส่งออกไปยังกัมพูชา กว่า 200 คัน ขับข้ามด่านพรมแดนอรัญประเทศ เข้าไปส่งสินค้าในฝั่งกัมพูชา ซึ่งสินค้าส่วนใหญ่เป็นวัสดุก่อสร้าง

ขณะที่ตลาดปอยเปต ฝั่งกัมพูชา ประชาชนชาวเขมรยังคงให้ความสนใจข่าว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่เดินทางมาเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีกัมพูชา โดยเฉพาะสื่อมวลชนของกัมพูชาทั้งหนังสือพิมพ์และสถานีโทรทัศน์ ต่างรายงานความเคลื่อนไหวการเดินทางมาของ พ.ต.ท.ทักษิณ กันอย่างกว้างขวาง และมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงการตอบโต้กันระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยและกัมพูชา

โดยส่วนใหญ่เกรงเหตุการณ์จะบานปลายทำให้มีการปิดด่านพรมแดนได้ และจากการเดินทางเข้ากัมพูชา ของ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น ได้ทำให้ประชาชนชาวกัมพูชา เริ่มแตกกันเป็น 2 ฝ่ายโดยมีทั้งสนับสนุนสมเด็จฮุนเซน ที่แต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษา โดยให้เหตุผลกันว่าเป็นสิทธิของกัมพูชาไม่เกี่ยวกับประเทศไทย ส่วนอีกฝ่ายมีการตอบโต้ว่าสาเหตุที่รัฐบาลไทยและกัมพูชาขัดแย้งกันและอาจ ทำให้ปัญหาบานปลายจนอาจเกิดการปิดพรมแดนและตัดสัมพันธ์กันนั้นสาเหตุมาเป็น เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ คนเดียวที่ทำให้เกิดปัญหาความแตกแยกของประเทศเพื่อนบ้านและประชาชนชาวเขมร

นาย จั๊ว ดี อายุ 35 ปี พ่อค้าขายรองเท้ามือสองในตลาดโรงเกลือ ชาวกัมพูชา เผยว่าการเดินทางเข้ามายังกัมพูชา ของพ.ต.ท.ทักษิณ ได้ทำให้ประชาชนเขมรเกิดความแตกแยกกันแล้ว โดยเมื่อช่วงเช้า มีชาวเขมรชกต่อยกัน สาเหตุมาจากการอ่านหนังสือพิมพ์กัมพูชาที่วิพากษ์วิจารณ์ และเสนอข่าวการเดินทางมารับตำแหน่งที่ปรึกษาฯของ พ.ต.ท.ทักษิณ

โดยชาวเขมรทั้ง 2คนต่างวิจารณ์กันคนละอย่างโดยคนที่ชกก่อนสนับสนุนสมเด็จ ฮุน เซน ที่แต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษา โดยบอกว่าเป็นเพื่อนกันและเป็นคนมีความรู้ความสามารถ ส่วนอีกคนกลับโต้แย้งว่าสาเหตุที่ทำให้รัฐบาลกัมพูชาขัดแย้งอย่างหนักกับ รัฐบาลไทยมาจาก พ.ต.ท.ทักษิณ คนเดียว โดยอ้างว่า พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ประเทศไทยก็ทำให้คนไทยแตกแยก เมื่อมาอยู่กัมพูชา ก็จะทำให้กัมพูชาแตกแยกกันอีก จึงเกิดการชกต่อยกัน แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้ามาควบคุมสถานการณ์แล้ว

ข่าวการเมือง

เปิดคุกเพรย์ซอว์ โหดห้ามอุทธรณ์

เปิดคุกเพรย์ซอว์ โหดห้ามอุทธรณ์

เปิดคุกเพรย์ซอว์ โหดห้ามอุทธรณ์ ตามที่กัมพูชาจับกุมตัว นายศิวรักษ์ โชติพงษ์ วัย 31 ปี ที่วิศวกร หน่วยควบคุมการจราจรทางอากาศ บริษัท แคมโบเดีย แอร์ ทราฟฟิก เซอร์วิสเซส จำกัด (CATS) บริษัทในเครือบริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ของไทยซึ่งฝ่ายกัมพูชา อ้างว่า เป็นสายลับจารกรรมข้อมูลแผนตารางการบินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและถูกนำตัวไปขังนั้น

ไทยรัฐ ออนไลน์ ขอเผยเรื่องราวภายในเรือนจำเพรย์ซอว์ ที่ถูกอ้างว่า เป็นที่คุมตัววิศวกรไทย โดยเรือนจำเพรย์ซอว์เป็นเรือนจำใหญ่ที่สุดในบรรดาเรือนจำทั้ง 24 แห่ง ของกัมพูชา มีนักโทษราว 500 คน ขึ้นกับกระทรวงกิจการภายในของกัมพูชาและทำงานร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข มีนาย Mong Kim Heng เป็นผู้อำนวยการตั้งแต่ปี 2000 ตั้งอยู่ห่างจากพนมเปญ 25 กิโลเมตร

ภายในเรือนจำถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็น เรือนจำชาย ซึ่งข้อมูลในส่วนของเรือนจำนี้มีน้อยมาก เนื่องจากผู้มาเยี่ยมน้อยรายที่จะได้รับอนุญาตให้เข้าไป ส่วนที่สองคือ เรือนจำหญิง ส่วนการศึกษาและศูนย์การแพทย์ อยู่ในความดูแลของ Chab Si Neang

แหกคุกเพรย์ซอว์

แม้ ว่าบริเวณเรือนจำชายมีการดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด แต่ก็เคยมีนักโทษ 12 คน แหกคุกออกไปได้เมื่อปี 2006 ทำให้ ผู้คุมเรือนจำ 2 คน ถูกนำตัวไปสอบสวน หนึ่งในนักโทษที่หลบหนีเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ถูกจับในข้อหายิงผู้ พิพากษาตาย ทั้งหมดหลบหนีด้วยการปีนออกทางหน้าต่างคุกชั้น 2 โดยใช้มุ้งและผ้าห่มผูกเข้าด้วยกัน

นักโทษพิเศษ

ในเรือนจำเพรย์ซอว์ปัจจุบันมีนักโทษพิเศษ 3 คนได้แก่

1. กอร์ดอน วอง ชาวออสเตรเลีย ต้องคดีลักลอบนำเข้ายาเสพติด

2. เกรแฮม โรเบิร์ต เคล็กฮอร์น ผู้ต้องหาข่มขืนหญิงสาวกัมพูชา 5 ราย ชาวนิวซีแลนด์

3. โยฮัน วินเธอร์ อเซลเซน หญิงชาวเดนมาร์กวัย 55 ปี ต้องคดีขนยาเข้าประเทศ ถูกตัดสินจำคุก 15 ปี

● ในเดือนสิงหาคมปี 2007 นาย เกรแฮม โรเบิร์ต เคล็กฮอร์น นักโทษชาวนิวซีแลนด์ วัย 60 ปี ที่รับโทษอยู่ในเรือนจำเพรย์ซอว์มา 20 ปี จากข้อหาข่มขืน เรียกร้องให้มีการสืบสวนหลังจากประธานศาลอุทธรณ์ Ly Vuoch Leng ถูกถอดออกจากตำแหน่งเมื่อเดือนก่อนหน้า เนื่องจากการรับสินบนในคดีอื่น

ครอบ ครัวของ เคล็กฮอร์น อ้างว่า เขาถูกเรียกร้องเงินจำนวนหนึ่งก่อนที่เจ้าตัวจะแพ้อุทธรณ์ในศาล เคล็กฮอร์นแฉว่าเขาถูกจัดฉากโดยองค์กรช่วยเหลือสตรีในกัมพูชา

ทั้ง นี้ เคล็กฮอร์น ไม่ได้กล่าวถึงเอกสารที่ครอบครัวของเขาใช้ในการกล่าวหาถึงเรื่องการติดสินบน เนื่องจากกลัวเรื่องความปลอดภัย โดยบอกเพียงว่าในคุกเพรย์ซอร์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดร้ายนั้น ชีวิตของเขาอาจจะยุ่งยากขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้

ข้อกล่าวหาเรื่องความผิดด้านสิทธิมนุษยชนของเรือนจำเพรย์ซอว์

● หลังจากการเสียชีวิตของนักโทษในเรือนจำเพรย์ซอว์เมื่อวันที่ 28 เมษายน ปี 2008 นั้น หลายฝ่ายเรียกร้องให้มีการปฏิรูประบบสาธารณสุขในเรือนจำ

Yan Sokea ซึ่งถูกจับในเดือน พฤศจิกายน ปี 2007 จากคดีขัดแย้งเรื่องที่ดินทำกิน ในเขตพระวิหาร เสียชีวิตลงที่โรงพยาบาลกัมพูชา-โซเวียต เพราะป่วยเป็นไข้แต่ไม่ได้รับการรักษา

Ny Chakriya เจ้าหน้าที่หน่วยงานเฉพาะกิจเรียกร้องให้มีการปฏิรูประบบสาธารณสุขในเรือนจำ หลังจากที่ในปี 2007 มีนักโทษรวมถึงผู้ต้องสงสัย 24 ราย เสียชีวิตจากอาการป่วย เพราะขาดแคลนอาหารและยารักษาโรค เนื่องมาจากงบประมาณที่ไม่เพียงพอและการฉ้อราษฎร์บังหลวงในเรือนจำ

● นอกจากนี้ยังมีคดีของนาย Heng Touch ที่เสียชีวิตเพราะการโดนทำร้ายในเรือนจำซึ่งเป็นคดีที่น่าสะเทือนใจมาก โดยนาย Heng Touch ชาวกัมพูชา วัย 24 ปี อาศัยอยู่ในพนมเปญ ถูกจับส่งเข้าขังที่เรือนจำเพรย์ซอว์ก่อนพิจารณาคดี เมื่อวันที่ 26 เดือนกันยายน ปี 2008 โดยอนุญาตให้มารดา นางAng Bak Kea เข้าเยี่ยมได้ ซึ่งนาย Heng Touch ก็บอกมารดาให้นำอาหารมาให้ด้วยในครั้งหน้า

2 เดือนต่อมา นางAng Bak Keaได้รับแจ้งว่าลูกชายของเธอป่วย จึงรีบไปเยี่ยม เมื่อไปถึงพบว่านาย Heng Touch มีอาการป่วยเล็กน้อย ผู้คุมเรือนจำแนะว่านักโทษควรจะถูกย้ายไปห้องขังอื่น พร้อมทั้งขอค่าย้ายห้องเป็นเงิน 200 ดอลลาร์สหรัฐ โดยบอกว่าพร้อมจะลดให้เหลือ 100 ดอลลาร์สหรัฐ แต่นาง Ang Bak Kea มีเงินอยู่แค่ 50 ดอลลาร์ จึงถูกปฏิเสธจากผู้คุม

ถัดมา 2 วัน นางได้รับทราบว่า นาย Heng Touch ป่วยหนัก จึงเดินทางไปที่เรือนจำเพรย์ซอว์อีกครั้งและพบว่าลูกชายของเธอศีรษะบวม หน้ามีรอยฟกช้ำ ที่สะเทือนใจที่สุดคือลิ้นถูกตัดออก โดยนายHeng Touchอยู่ในสภาพไม่ได้สติขณะที่เธอไปถึง เธอจ่ายเงิน 30 ดอลลาร์สหรัฐเพื่อขอให้ส่งลูกชายไปที่โรงพยาบาล Monivongในพนมเปญ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลสำหรับผู้ป่วยฉุกเฉิน

นายHeng Touch เล่าให้มารดาฟังว่าเขาถูกผู้คุม 5 คนรุมทำร้ายจนสลบ จากนั้นจึงเริ่มอาเจียนและมีสุขภาพแย่ลง ผลสแกนศีรษะพบว่ากะโหลกของเขามีรอยร้าวและปอดเป็นแผล นายHeng Touch เสียชีวิตเมื่อวันที่ 21พฤศจิกายน ปี 2008

นาง Ang Bak Kea เชื่อว่าลูกชายถูกทำร้ายเนื่องจาก เธอไม่ยอมจ่ายสินบน แต่ผู้บริหารเรือนจำเพรย์ซอว์ Mong Kim Heng ปฎิเสธโดยบอกว่านาย Heng Touch พยายามฆ่าตัวตายด้วยการกัดลิ้นตัวเองและเอาหัวโขกห้องขัง

ปัญหาคอร์รัปชั่นในเรือนจำเพรย์ซอว์

ปัญหาการคอร์รัปชั่นจากประสบการณ์และมุมมองของชาวต่างชาติที่ได้มีโอกาสเข้าไปในเรือนจำหญิง

ชาวต่างชาติเล่าถึงประสบการณ์ที่ได้มีโอกาสพาเด็กๆไปเยี่ยมมารดา ที่เรือนจำหญิงของเพรย์ซอว์ เมื่อวันที่ 17 เดือนตุลาคม ปี 2008

หลัง จากที่คณะเดินทางไปถึงหน้าเรือนจำด้วยรถตุ๊กตุ๊กพร้อมด้วยคนขับรถชาวกัมพูชา ทั้งหมดถูกเจ้าหน้าที่สั่งให้รอหน้าเรือนจำ โดยอ้างว่ามีการประท้วงจากกลุ่ม NGO กระทั่งเวลาผ่านไป 1 ชั่วโมง ก็ยังไม่มีทีท่าว่าเจ้าหน้าที่จะเรียกให้เข้าไปแต่อย่างใด จนคนขับรถแนะว่า เป็นเพราะเจ้าหน้าที่เห็นว่ามีชาวต่างชาติมาด้วย จึงแกล้งปล่อยให้คอยจนกว่าคณะเดินทางจะยอมจ่ายเงิน

ในที่สุดหลังจาก จ่ายเงิน 20 ดอลลาร์ และลงทะเบียนด้วยหมายเลขพาสปอร์ต พร้อมกับบัตรประชาชนกัมพูชาของคนขับรถตุ๊กตุ๊ก คณะเดินทางก็ได้เข้าสู่เรือนจำ แต่เพื่อนชาวกัมพูชาของชาวต่างชาติรายนี้บอกว่า ที่จริงแล้วค่าธรรมเนียมในการเข้าเรือนจำถูกกว่านี้มาก

บรรยากาศใน ห้องพักผู้มาเยี่ยมสะอาดและเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่นานมารดาของเด็กๆก็ออกมาพบลูกของพวกเธอโดยที่มีประตูลูกกรงกั้นอยู่ เด็กได้นำเงินและยามอบให้แม่ของพวกเขา

ส่วนผู้คุมที่ยืนอยู่ห่างๆ ให้ความสนใจกับบรรดาสิ่งของที่เด็กนำมาให้มารดา จนชาวต่างชาติรายนี้อดสงสัยไม่ได้ว่าของจะต้องถูกนำไปแบ่งให้เจ้าหน้าที่ เป็นจำนวนมากน้อยแค่ไหน

ข่าวต่างประเทศ

แม้วปัดไปเขมร ลอยกระทง อัดสื่อมั่วข่าว

แม้วปัดไปเขมร ลอยกระทง อัดสื่อมั่วข่าว

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทวิตเตอร์ ปฏิเสธข่าวเตรียมเดินทาง ไปลอยกระทง และขอบคุณสมเด็จฮุนเซน ที่ประเทศกัมพูชา ในวันที่ 2 พ.ย. ตามที่ ประชา ประสพดี อ้าง  พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทวิตเตอร์  ปฏิเสธกระแสข่าวกรณี  นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ออกมาเปิดเผยว่า ในวันลอยกระทง 2 พ.ย. นี้ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางโดยเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวมายังกัมพูชาเพื่อร่วมงานประเพณีลอยกระทง และขอบคุณสมเด็จฮุนเซน ผู้นำกัมพูชา กรณีแสดงจุดยืนจะไม่ส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ กลับประเทศเนื่องจากเป็นคดีการเมือง

โดยกล่าวว่า ” ลอยกระทง กัมพูชา  ไม่หรอกครับ ผมอยู่ถิ่นชาวมุสลิมที่นี่แหละครับยังไม่ไปไหน มันปล่อยข่าวได้ทั้งวัน  วันที่ ๑ พ.ย.นี้ ผมก็สามารถsmsกับคนไทยได้โดยตรงแล้ว ครับ ” พร้อมทั้งจะเปิดเผยว่า จะเปิดช่องทางใหม่ในการติดต่อกับตนเอง  ซึ่งจะเน้นไปที่การพูดคุยด้านเศรษฐกิจเป็นหลัก

โดยกล่าวว่า   “ถ้าอยากคุยเรื่องเศรษฐกิจและธุรกิจเข้ามา follow ใน thaksinbiz ซิครับ เริ่ม ๑ พ.ย. นี้ ครับ “  นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังได้กล่าวพาดพิงถึง นายกรัฐมนตรี กรณีการเดินหน้าถอดยศ และ ริบคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ว่า

“อภิสิทธิ์ นับวัน ก็ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ว่าเป็นพวกพันธมิตร ไม่รู้ว่าจะสร้างความปรองดองได้หรือ เท่าที่เฝ้าดูมาเกือบปีดูจะชอบเพลงแตกเป็นแตก อภิสิทธิ์พูดกับกระทำไม่เหมือนกันเพราะเก่งการเมือง บางคนบอกว่าการเมืองคือเรื่องไม่จริง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไปเป็นสัจจธรรม ที่บ้ากันอยู่ทุกวันนี้ตายไปก็เอาอะไรไปไม่ได้สักคน เหรียญ ๑ เหรียญ จะใส่ปากผี  ไปยังใส่ไม่ค่อยจะเข้า ”

ข่าวการเมือง