ทั่วไป Archive

โครงการ คนไทยหัวใจสีขาว

โครงการ คนไทยหัวใจสีขาว

สำนักพิมพ์ดีเอ็มจี ร่วมกับ องค์กรภาคีทั้งภาครัฐและเอกชน เปิดตัวโครงการ คนไทยหัวใจสีขาว เพื่อรณรงค์ให้คนไทยเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและทัศนคติของตนเอง หันมาปลูกดอกไม้ แห่งความดีในใจให้เบ่งบาน เพื่อสร้างความสงบสุขให้เกิดขึ้นในสังคมไทย

ด้วยการสวมเสื้อและสายรัดข้อมือ ภายใต้สัญลักษณ์ “คนไทยหัวใจสีขาว” เพื่อแสดงพลังร่วมกันสร้างสรรค์สังคมสีขาวที่สันติ สงบเย็น และเป็นสุข โดยนำรายได้จากการจำหน่ายไปใช้ในกิจกรรมสร้างสรรค์เป็นประโยชน์ต่อสังคมต่อไป

ทั่วไป

อีสานอุณหภูมิลด 1-2 องศา ความกดอากาศสูงจีน

อีสานอุณหภูมิลด 1-2 องศา ความกดอากาศสูงจีน

หย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมบริเวณชายฝั่ง มาเลเซีย มีแนวโน้มเคลื่อนขึ้นฝั่งที่ มาเลย์ ในวันที่ 30 พ.ย. ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมในอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่นครศรีธรรมราชลงไปมีคลื่นลมแรง กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศประจำวันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน 2552 เมื่อเวลา 04:00 น. ว่าบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนได้แผ่เข้ามา ปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอุณหภูมิลดลง 1-2 องศา ส่วนภาคอื่นๆจะได้รับผลกระทบ ในระยะต่อไป

สำหรับ หย่อมความกดอากาศต่ำที่ปกคลุมบริเวณชายฝั่งประเทศมาเลเซีย มีแนวโน้มเคลื่อนขึ้นฝั่งที่ประเทศมาเลเซียในวันนี้ (30 พ.ย. 2552) ทำให้ภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมในอ่าวไทยตอนล่างตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไปมีคลื่นลมแรง ชาวเรือบริเวณดังกล่าวควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 06:00 น.วันนี้ ถึง 06:00 น. วันพรุ่งนี้ เป็นดังนี้

กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อากาศเย็น กับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 22-23 องศา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.

ภาคเหนือ อากาศ หนาวทางตอนบนของภาค อุณหภูมิต่ำสุด 13-15 องศา ส่วนทางตอนล่างของภาคอากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 16-20 องศา กับมีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาในบางพื้นที่ สำหรับบริเวณยอดดอยอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 6-12 องศา ลมตะวันออก ความเร็ว 10-25 กม./ชม.

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศ หนาวทางตอนบนของภาค อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศา อุณหภูมิต่ำสุด 14-15 องศา ส่วนทางตอนล่างของภาคอากาศเย็น อุณหภูมิต่ำสุด 16-21 องศา สำหรับบริเวณยอดภูอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 7-13 องศา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.

ภาคกลาง อากาศเย็น กับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 19-23 องศา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.

ภาคตะวันออก อากาศ เย็น กับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 20-23 องศา ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง ประมาณ 1 เมตร

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) ตั้งแต่ จังหวัดชุมพรขึ้นมาอากาศเย็น กับมีหมอกบางในตอนเช้า อุณหภูมิต่ำสุด 21-23 องศา ส่วนตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปมีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 30 ของพื้นที่ โดยมีฝนหนักบางพื้นที่ตั้งแต่จังหวัดสงขลาลงไป ลมตะวันออกเฉียงเหนือความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง ประมาณ 2 เมตรโดยเฉพาะในอ่าวไทยตอนล่าง

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มี ฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ร้อยละ 20 ของพื้นที่ส่วนมากบริเวณจังหวัด ตรังและสตูล ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง ประมาณ 1 เมตร

ทั่วไป

Eco Shop เวทีขายสินค้าดีไซน์รักษ์โลกแห่งแรกในเมืองไทย

Eco Shop เวทีขายสินค้าดีไซน์รักษ์โลกแห่งแรกในเมืองไทย

ได้ฤกษ์เปิดตัวเรียบร้อยแล้วสำหรับร้าน Eco Shop ร้านจำหน่ายสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมแห่งแรกในเมืองไทย โดยฝีมือของพิธีกรหนุ่มมากความสามารถ ท็อป-พิพัฒน์ อภิรักษ์ธนากร ซึ่งงานนี้ได้รับเกียรติจาก ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมว.กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมเป็นประธานเปิดงานครั้งนี้ พร้อมด้วย ผศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต หัวหน้าสาขาวิชาเทคโนโลยีทางอาคาร คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ที่มาร่วมแสดงความยินดี รวมถึงหวานใจของ ท็อป อย่างนางเอกวิก 3 นุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา ณ ชั้น 1 ดิจิตอลเกทเวย์ สยามสแควร์

ร้าน Eco Shop นอกจากจะเป็นเวทีจำหน่ายสินค้ามีดีไซน์ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม และเป็นศูนย์กลางจัดแสดงสินค้าที่นำวัสดุเหลือใช้และวัสดุที่ไม่เป็นพิษต่อ สิ่งแวดล้อมมาออกแบบในสไตล์ Reduce, Reuse, Recycle โดยใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ให้คุ้มค่าที่สุดเพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่ สวยงามและใช้ได้จริงในราคาที่สมเหตุสมผลและเหมาะกับผู้บริโภคที่รู้รักษ์ สิ่งแวดล้อมแล้ว ยังนับเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้บุคคลทุกเพศทุกวัยส่งผลงานสุดเก๋มาวางจำหน่าย อีกด้วย

งานนี้ดีไซเนอร์ไฟแรงที่พ่วงตำแหน่งผู้บริหารร้านอย่างหนุ่ม ท็อป เผยว่า “จุดเริ่มต้นของร้านเกิดจากความใฝ่ฝันของผมที่มีมาตั้งนานแล้วสำหรับการเปิด ร้านขายของดีไซน์ โดยตั้งแต่ผมยังศึกษาที่ มศว.ประสานมิตร คณะศิลปกรรม สาขาออกแบบผลิตภัณฑ์ แต่ยังไม่มีโอกาสได้ทำงานในสาขาที่ได้เรียนมา พอศึกษาระดับปริญญาโทและได้ทำการศึกษาแนวโน้มของผู้บริโภคเกี่ยวกับสินค้า เพื่อสิ่งแวดล้อม และได้ ผศ.ดร.สิงห์ อินทรชูโต เป็นที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ พอเรียนจบมาก็มีโอกาสได้ทำงานออกแบบ เลยเกิดไอเดียอยากเปิดเวทีขายสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมแห่งแรกในเมืองไทย เพราะอยากให้ผู้ผลิตสินค้า นักออกแบบ มาเจอผู้บริโภคที่ชื่นชอบงานประเภทนี้โดยตรง”

“และ จากประสบการณ์การออกแบบให้ทาง สวทช.ทำให้รู้ว่าขยะเหลือในโรงงานมีเยอะมาก ซึ่งสามารถนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆเพื่อลดปริมาณขยะได้ แต่เมื่อออกแบบสินค้ามาแล้วกลับมีปัญหาว่าจะนำไปจำหน่ายที่ไหน นอกจากนี้ในแต่ละปียังมีนักเรียน นิสิต นักศึกษา นักออกแบบ ที่ออกแบบผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นจำนวนมาก แถมยังได้รางวัลการันตีความสามารถ แต่ผลงานต่างๆกลับไม่สามารถขายให้กับผู้บริโภคได้ จึงทำให้เกิดร้านนี้ขึ้น ซึ่งราคาจำหน่ายนั้นสมเหตุสมผล ไม่ถูกหรือแพงเกินไปครับ”

สิ่งที่น่าสนใจนอกจากการจำหน่ายสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมแล้ว หนุ่ม ท็อป ยัง พาน้องๆที่มีความบกพร่องทางการได้ยินหรือความบกพร่องบางอย่างในร่างกายมา เป็นพนักงานขายประจำร้าน เพื่อเปิดโอกาสให้น้องๆได้แสดงศักยภาพ นับเป็นการพัฒนาเรื่องการให้โอกาสบุคคลด้วย และนอกจากนี้ยังวางแผนในอนาคตอีกว่าจะเปิดโอกาสให้ผู้ด้อยโอกาสในสังคมคน อื่นๆได้พัฒนาฝีมือผลิตผลงานจากความคิดสร้างสรรค์มาจำหน่ายที่ร้านอีกด้วย “พนักงานที่ร้านของผมมีความบกพร่องทางการได้ยิน คือได้ยินน้อยมากๆ จะพูดได้นิดเดียว ที่ผมเลือกเพราะผมเห็นความสามารถและความอยากทำงานของเขาว่าไม่ได้ด้อยไปกว่า ใครเลย แต่เขาอาจจะมีบางอย่างที่ไม่เท่าพวกเรา ผมก็เลยอยากร่วมงานกับน้องๆ ยิ่งได้เจอแล้วผมว่าน้องๆน่ารักดีครับ”

นอก จากนี้พิธีกรหนุ่มยังเผยถึงการเปิดโอกาสให้ผู้สนใจนำผลิตภัณฑ์เพื่อสิ่งแวด ล้อมที่ออกแบบด้วยตนเองมาวางจำหน่ายว่า “ผมอยากเชิญชวนทุกคน ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร เพศไหน วัยไหน อาชีพอะไร สามารถนำของมาขายได้ โดยเว็บไซต์ที่สามารถนำของมาฝากขายคือ www.ecoshop.in.th ซึ่งของที่นำมาฝากขายจะต้องเป็นของที่ผ่านการดีไซน์ การกลั่นกรองความคิดจากเจ้าของผลงานเป็นอย่างดี และต้องคิดถึงสิ่งแวดล้อมด้วยครับ”

ข่าวประจำวัน

เด็กไทยเจ๋งคว้าที่ 1 นวัตกรรมโลก 90 ปี

เด็กไทยเจ๋งคว้าที่ 1 นวัตกรรมโลก 90 ปี

นิสิตจุฬาไอเดียบรรเจิด สามารถคว้ารางวัล ‘The People’s Choice award’ จากการโหวตสูงสุดจากประชาชนทั่วโลกมากที่สุด” ในการประกวดการออกแบบผลิตภัณฑ์ตู้เย็นขนย้ายมวลสารแห่งโลกอนาคต ใน 90 ปีข้างหน้า ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 28 ต.ค. ว่า นายดุลยวัต วงศ์นาวา นิสิตชั้นปีที่ 5  คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้ชนะเลิศอันดับ 1 ระดับประเทศ และติดรอบ 8 คนสุดท้าย รวมทั้งเป็นเยาวชนไทยคนแรกที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ ‘The People’s Choice award’ รางวัลที่ได้รับการโหวตสูงสุดจากประชาชนทั่วโลกมากที่สุด ในการประกวดการออกแบบผลิตภัณฑ์ในโครงการ “อีเลคโทรลักซ์ ดีไซน์ แล็บ 2009”การแข่งขันระดับโลก ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ จากแนวคิดการออกแบบ “ตู้เย็นขนย้ายมวลสาร” เพื่อสร้างความสะดวกสบายให้แก่ผู้บริโภคในอนาคต

สำหรับ การประกวดโครงการออกแบบผลิตภัณฑ์ระดับโลก อีเลคโทรลักซ์ ดีไซน์แล็บ ประจำปี 2552 อีเลคโทรลักซ์ต้องการให้ประชาชนร่วมเดินทางข้ามเวลาไปสู่ยุค ค.ศ 2099 หรืออีก 90 ปี ข้างหน้า  ภายใต้หัวข้อ “นวัตกรรมงานดีไซน์แห่งโลกอนาคต ใน 90 ปีข้างหน้า” นั้นจัดขึ้นเพื่อให้ประชาชนที่มีความคิด มีไอเดียร่วมแสดงความคิดสร้างสรรค์ผลงานดีไซด์ออกมา โดยมองก้าวออกไปในดลกแห่งอนาคตถึง 90 ปี โดยไม่ได้คาดหวังว่าโครงการดังกล่าวที่คิดขึ้นจะสามารถนำไปสร้างได้จริงหรือ ไม่ก็ตาม

ทั้งนี้ นอกจากรางวัลตู้เย็นขนย้ายมวลสาร ที่ได้รับการโหวตสูงสุด จากเยาวชนไทยคนแรกที่ ในการประกวดการออกแบบผลิตภัณฑ์ในโครงการ “อีเลคโทรลักซ์ ดีไซน์ แล็บ 2009”แล้วยังร่วมด้วยน้องๆ ผู้ชนะในระดับประเทศอีก 2 คน คือนางสาวธนารัตน์ คงสุภาพศิริ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 จากสถาบันการออกแบบราฟเฟิล ดีไซด์ เจ้าของผลงานการออกแบบเครื่องแนะนำอาหารเพื่อสุขภาพ และนางสาวมุทิตา ต่อทีฆะ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 จากสถาบันเทคโนโลยีเจ้าคุณทหาร ลาดกระบัง เจ้าของผลงานแผ่นควบคุมอุณหภูมิ

ทั่วไป

น้อมรำลึกถึง สมเด็จย่า เส้นทางแม่ฟ้าหลวงทรงสร้างคน

น้อมรำลึกถึง สมเด็จย่า เส้นทางแม่ฟ้าหลวงทรงสร้างคน

ในโอกาสคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี 21 ตุลาคมนี้ สยามพารากอน จึงร่วมกับ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และบริษัทสยามพิวรรธน์ จำกัด จัดงาน “คิดถึง…สมเด็จย่า” น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและน้ำ พระราชหฤทัยอันประเสริฐของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่มี ต่อประเทศชาติ และยังคงตราตรึงอยู่ในความทรงจำของพสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอด ในโอกาสคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี 21 ตุลาคมนี้ สยามพารากอน จึงร่วมกับ มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ และบริษัทสยามพิวรรธน์ จำกัด จัดงาน “คิดถึง…สมเด็จย่า” ระหว่างวันที่ 22 ต.ค.-4 พ.ย. ณ ฮอลล์ ออฟ มิเรอร์ชั้นเอ็ม ศูนย์การค้าสยามพารากอน

สำหรับ งาน “คิดถึง…สมเด็จย่า” ปีนี้ คุณหญิง พวงร้อย ดิศกุล ณ อยุธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารศูนย์ส่งเสริมอาชีพหัตถกรรมและอุตสาหกรรมโครงการ พัฒนาดอยตุง มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เผยจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “เส้นทางแม่ ฟ้าหลวง” เพื่อสื่อให้เห็นถึงพระราชปณิธานของสมเด็จย่าในการสร้างชีวิตใหม่ให้ชาวเขา ทั้งโอกาสทางการศึกษาและฝึกอาชีพ โดยมีโครงการพัฒนาดอยตุง เป็นเส้นทางที่เปลี่ยนวิถีชีวิตของ “คน” และให้โอกาสแก่ “คน” ทั้งนี้ สมเด็จย่า โปรดการปลูกต้นไม้ ดอกไม้ ทรงเปรียบการปลูกต้นไม้ ดั่งการปลูก “คน” ที่ต้องเลี้ยงดู ให้การศึกษา ให้มีระเบียบวินัย เรียกว่าทรงมองทุกเรื่องย้อนกลับไปที่ “คน”

นิทรรศการครั้งนี้ยังบอก เล่าไปถึงการทรงงานของสมเด็จย่าก่อนจะมาเป็นมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงด้วยว่า ทรงช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้เพิ่มขึ้นจากของที่ชาวบ้านมีอยู่ แล้วและทรงให้การศึกษาแก่เด็กชาวเขา โดยทรงเอา คนมาพัฒนาทักษะที่มีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น และรับสั่งถึง สินค้าของโครงการดอยตุงเสมอว่า “อย่าให้คนซื้อของ ของ เราด้วยความสงสาร” สินค้าของดอยตุงจึงมีคุณภาพและได้รับการพัฒนาจนติดตลาดและกำลังจะก้าวไปสู่ ตลาด ระดับพรีเมียม ทั้งนี้ พระองค์ทรงพัฒนาให้คนยืนหยัดอยู่บนขาของตัวเองได้ โดยไม่ได้ทรงมุ่งหวังเพื่อสร้างกำไร จากที่ดอยตุงไม่มีอะไรเลย ตอนนี้กำลังจะมีโรงพยาบาลเล็กๆเกิดขึ้นที่นั่น มีหมอเป็นเด็กชาวเขาที่ได้รับการส่งเสีย ให้ร่ำเรียนจนจบแพทย์ สมกับที่สมเด็จย่าทรงมีความเชื่อมั่น ใน “คน” ว่า คนทุกคนสามารถพัฒนาได้ สามารถยืนหยัดอยู่บนลำแข้งของตัวเองอย่างมีศักดิ์ศรี โดยมีพระองค์ท่านเป็นผู้ทำให้เกิด “โอกาส”

นอกจากนี้ ทาง อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้ร่วมกับสำนักกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กรุงเทพมหานครและกระทรวงวัฒนธรรม จัดงาน “น้อมรำลึกถึงสมเด็จย่า ณ นิวาสสถานเดิม ครั้งที่ 11″ ในวันที่ 21 ต.ค. เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เช่นกัน โดย ท่าน ผู้หญิงบุตรี วีระไวทยะ ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการบริหารงานอุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ กล่าวว่า กิจกรรมในงานนี้เริ่มตั้งแต่เช้าด้วยพิธีถวายพระราชกุศล โดยการ ทำบุญเลี้ยงพระตักบาตรพระสงฆ์ 110 รูป จากนั้นจะมีการเปิดให้บริการด้านสาธารณสุขจากหน่วยแพทย์ทันต กรรม, การบริการตัดผมและนวดแผนไทยเพื่อสุขภาพ จากชมรมอนุรักษ์การนวดแผนโบราณในมูลนิธิคอลฟิลด์ เพื่อคนตาบอด

ท่าน ผู้หญิงบุตรีกล่าวต่อว่า ภายในงานยังได้มีการจัดแสดงเรื่องราวความอุดมสมบูรณ์ของวิถีชีวิตไทย และความพอเพียงแบบเรียบง่ายตามรอยสมเด็จย่าและตื่นตากับการแสดงดนตรีจากกรม ศิลปากร ตอน “ย้อน ตำนาน…เล่าขานย่านบ้านเดิม” การแสดงหุ่นละครเล็ก โจหลุยส์และสนุกสนานกับดนตรีในอุทยานโดย BOS Light Orchestra พร้อมจับจ่ายสินค้าแหล่งใหญ่ที่สุดในย่านธนบุรีและพระนครสมัยรัชกาลที่ 5 โดยจะมีการ จำลองตลาดริมแม่น้ำเจ้าพระยาแถบตลาดสมเด็จมาไว้ ภายในงานด้วย ส่วนไฮไลต์ของงานจะปิดท้ายด้วยการจุด เทียนถวายพระพรและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราช ชนนี ในเวลา 19.09 น.

ข่าวทั่วไป

อนุรักษ์แย้ สัตว์ที่น่ารัก เพาะเลี้ยงไว้ ณ เขาเขียว

อนุรักษ์แย้ สัตว์ที่น่ารัก เพาะเลี้ยงไว้ ณ เขาเขียว

เมื่อพูดถึงแย้ เด็กรุ่นใหม่ในเมืองอาจไม่เคยเห็นรูปร่างหน้าตามันด้วยซ้ำ แต่ถ้าเป็นเด็กชนบทแล้วล่ะก็ เรียกได้ว่า เป็นอาหารอันโอชะของพวกเขาเลย ใครๆที่ถูกกล่าวหาว่าหน้าเหมือนแย้ก็อาจจะโกรธ จริงๆ แล้วทุกวันนี้ เด็กรุ่นใหม่ที่อาศัยอยู่ในเมือง อาจไม่เคยเห็นจึงไม่ควรอารมณ์เสียกับมัน แต่หากที่อยู่ในส่วนภูมิภาคแล้ว มันคือ อาหารอันโอชะ

วันนี้จึงพาไปสัมผัสกับวิถีชีวิต ของแย้สัตว์เลื้อยคลาน ซึ่งมีลักษณะคล้ายกิ้งก่า จัดอยู่ในครอบครัว Agamidae และสกุล Leiolepis ทั่วโลกพบเพียง 9 ชนิด ในประเทศไทย พบ 4 ชนิด คือ Leiolepis belliana, Leiolepis ocellata, Leiolepis reevesii rubritaeniata และ Leiolepis boehmei

ขนาดลำตัววัดจากปลายปากโดยตลอด ยาวประมาณ 11.5 เซนติเมตร (ซม.) หางยาวประมาณ 23.8 ซม. ตัวแบนหางราบ โคนหางแบนและแผ่บานออก สีข้างแผ่ขยาย ไม่มีแผงหนามที่สันหลัง ช่องหูใหญ่ เยื่อหูจมใต้ผิวหนัง หนังข้างคอมีรอยพับตามขวาง รอบลำตัวมีเกล็ดประมาณ 40 แถว หัวและหลังสีมะกอก โดยมี จุดเหลืองขอบดำเรียงเป็นแนวข้างตัว มีแถบดำสลับเหลืองคอมีลวดลายร่างแหดำ ประกอบสีครีม ท้องและอกสีส้มสด ตัวผู้จะมีพังผืดด้านข้าง และ สวยกว่าตัวเมีย

การแพร่กระจายของแย้ ก็จะแตกต่างกัน เช่น แย้ชนิด L. belliana พบทุกภาคของประเทศไทย รวมทั้งบนเกาะ ขณะที่แย้ชนิด L. reevesii rubritaeniata พบทั่วไปทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และแย้ชนิด L. boehmei พบเฉพาะบริเวณเขตจังหวัดสงขลา และนครศรีธรรมราช แถมยังเป็นแย้ชนิดเดียวที่พบเพียงเพศเมียเท่านั้น

มันชอบอาศัยอยู่ ตามพื้นทรายที่ดอนในป่าเสม็ดใกล้ทะเล โดยจะ ขุดรูลึกประมาณ 1 ฟุต เป็นโพรงข้างใน สามารถกลับตัวได้ สังเกตที่ปากรูจะมีรอยเป็นทางยาวๆ และมันยังมีรูพิเศษที่ใช้ป้องกันตัว เมื่อถูกศัตรูรุกรานมันก็จะยิ่งเข้ารูด้านหนึ่ง และ หลบลอดออกไปอีกรูหนึ่งได้อย่างแยบยล นักล่าแย้ มักเรียกรูนี้ว่า “แปว”

เผ่าพันธุ์แย้ ณ คาบเวลานี้ ยังไม่ถือว่าเป็นสัตว์ที่ใกล้จะสูญพันธุ์เหมือนสัตว์เลื้อยคลานชนิดอื่นๆ แต่ถ้าเทียบแง่ปริมาณระหว่างอดีตกับปัจจุบันพบว่า ลดจำนวนลงอย่างน่าใจหาย เพราะแหล่งที่อยู่อาศัยถูกรุกราน รวมทั้ง มนุษย์ยังชอบออกล่าสัตว์ชนิดนี้มาเป็นอาหาร

โดยเฉพาะใน ภาคอีสาน ประชากรแย้ลดลงอย่างรวดเร็ว เมื่อถามคนที่เคยกิน เขาบอกว่า รสชาติคล้ายเนื้อไก่ แต่การนำมา ปรุงอาหารต้องใช้หลายๆตัว เพราะปริมาณเนื้อมีน้อย เมนูเด็ด คือ ลาบแย้ และ แย้ปิ้ง

องค์การ สวนสัตว์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็มี โครงการเพาะเลี้ยงแย้ เพื่อการอนุรักษ์ ไว้ที่ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว จ.ชลบุรี ใครไม่เคยเห็นก็แวะเวียนไปเยี่ยมชมได้ แต่อย่าเสียงดังเดี๋ยวมันมุดลงรู ก็จะอดดูตัวเป็นๆ

ข่าวทั่วไป

เปิดบันทึกภาพการเดินทาง ของ หลุยส์ วิตตอง

เปิดบันทึกภาพการเดินทาง ของ หลุยส์ วิตตอง

วรนันทน์

ศิลปะกับ แฟชั่นผูกพันกันอย่างลึกซึ้งจนยากแยกออกได้ ค่ายแบรนด์เนมยักษ์ใหญ่สัญชาติฝรั่งเศส หลุยส์ วิตตอง ร่วมกับกล้องถ่ายภาพฮาสเสิลบลัด และนิตยสารฮาร์เปอร์ บาซาร์ นำเสนอนิทรรศการภาพถ่ายชุด “เดอะ เจอร์นี่ย์”

วิชัย

ศิลปะ กับแฟชั่นผูกพันกันอย่างลึกซึ้งจนยากแยกออกได้ ค่ายแบรนด์เนมยักษ์ใหญ่สัญชาติฝรั่งเศส หลุยส์ วิตตอง ประเทศไทย ร่วมกับกล้องถ่ายภาพฮาสเสิลบลัด และนิตยสารฮาร์เปอร์ บาซาร์ นำเสนอนิทรรศการภาพถ่ายชุด “เดอะ เจอร์นี่ย์” (The Journey) จัดแสดง 22 ภาพถ่ายงดงามน่าทึ่ง ภายใต้แนวคิด “การเดินทาง” ฝีมือลั่นชัตเตอร์ของ 11 คนดังจากหลากหลายวงการ ที่หน้าร้านหลุยส์ วิตตอง ศูนย์การค้าเกษร ตั้งแต่วันนี้ ถึงสิ้นเดือน ต.ค.2552 โดยรายได้จากการจำหน่ายภาพถ่าย หลังหักค่าใช้จ่าย จะนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายมูลนิธิชัยพัฒนา



ม.ร.ว.ธีรเดช

ตอบ รับคำเชิญของหลุยส์ วิตตองอย่างไม่ลังเลใจ แม้จะไม่ใช่ช่างภาพมืออาชีพ มีอยู่หลายคนค่ะ ไม่ว่าจะเป็น “ม.ร.ว.ธีรเดช รัชนี” ถ่ายทอดจินตนาการจากการเดินทางของหลุยส์ วิตตอง ออกมาเป็นผลงานภาพถ่ายมีชีวิต ชื่อว่า The Great Escape I และ The Great Escape II บอกเล่าเรื่องราวการเดินทางของผู้คนตั้งแต่ ยุคเก่าก่อน ที่สัญจรไปมาในคลองแสนแสบด้วยเรือหางยาว ตัดกับภาพตึกระฟ้า อาคารทันสมัยที่เป็นฉากหลัง สื่อให้เห็นถึงความแตกต่างของโลกยุคปัจจุบัน กับวิถีชีวิตเรียบง่ายของวันวาน



จิระนันท์

ด้าน กวีซีไรต์ “จิระนันท์ พิตรปรีชา” นำความประทับใจจากความสวยงามลงตัวของเฮือนรถถีบ อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ซึ่งมีจักรยานวางเรียงรายบนหลังคาอาคาร ราวกับเป็นศิลปะที่บรรจงประดิดประดอย โดยมีท้องฟ้าสีเข้มและปุยเมฆขาวเป็นฉากหลัง ตั้งชื่อว่า จุดหมายปลายฟ้า ส่วนอีกภาพ ชื่อว่า เติมพลัง ถ่ายที่วัดไตรมิตรยามค่ำ สะดุดตากับสติกเกอร์ขายน้ำมันเครื่อง เชิญชวนนักเดินทางแวะเติมพลัง

สุเชษฏฐ์

ขณะ ที่นักธุรกิจผู้บุกเบิกโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล ดาราเทวี “สุเชษฎฐ์ สุวรรณมงคล” ลงทุนแบกกล้องฮาสเสิลบลัดน้ำหนักหลายกิโล เดินทางไปเกาะชวาตะวันออก ประเทศอินโดนีเซีย โดยตื่นตั้งแต่ตีสามปีนขึ้นไปรอบันทึกภาพปล่องภูเขาไฟโบโม่ และคาไวเจน ตอนพระอาทิตย์ขึ้น ผลจากความพยายามและอดทน ทำให้ได้ผลงานชวนตะลึงคุ้มค่ารอคอย สมกับชื่อ Silent Beauty

สำหรับ ผู้บริหารใหญ่ค่ายโตชิบา ไทยแลนด์ “กนก สุริยสัตย์” นำเสนอภาพการเดินทางตามจินตนาการ ผ่านเส้นทางรถไฟที่ทอดตัวไปเบื้องหน้า เปรียบดังเส้นกราฟฟิกสองเส้นที่บรรจบกันตรงปลาย สื่อให้เห็นถึงความหวัง กำลังใจ ที่เห็นชัยชนะรออยู่ข้างหน้า แต่เมื่อเดินทางเข้าไปหาจุดหมาย กลับพบว่าเป้าหมายยิ่งห่างไกลออกไปไม่มีที่สิ้นสุด ตั้งชื่อว่า Ordinary Line และ Ordinary Path



ชำนิ

งาน นี้ยังคึกคักไปด้วยช่างภาพอาชีพมือรางวัล นำโดย “วรนันทน์ ชัชวาลทิพากร” ช่างภาพมือหนึ่งของโลก ประเภทท่องเที่ยว จากสมาคมถ่ายภาพอเมริกา บันทึกภาพใบไม้ ภายในอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จังหวัดเพชรบูรณ์ ผ่านมุมมองที่แตกต่างกัน ทำให้เกิดสีสันและความรู้สึกไม่เหมือนกัน ทั้งๆที่เป็นใบไม้ใบเดียวกัน ด้าน “น้าชำ-ชำนิ ทิพย์มณี” ช่างภาพ



อิศรา

รุ่น ใหญ่ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการหลายทศวรรษ นำเสนอภาพการเดินทาง และต่อสู้ทางความคิด เพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกันทางสังคม ผ่านมุมมองของนักต่อสู้ผู้ยิ่งใหญ่ “เช กูเวรา” ส่วนช่างภาพชื่อดังแนวสตีลไลฟ์ “อิศรา บูรณสมภพ” เลือกใช้สถานีรถไฟ หัวลำโพง เป็นสัญลักษณ์บ่งบอกถึงการเริ่มต้นออกเดินทาง ย้อนเอาเศษส่วนความทรงจำเก่าๆกลับคืนมา

ขอบคุณ ไทยรัฐ

ข่าวทั่วไป