<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ข่าวประจำวัน ข่าวไอที ข่าวบันเทิง &#187; ข่าววิทยาการ</title>
	<atom:link href="http://news.hepu.org/category/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://news.hepu.org</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Thu, 29 Jul 2010 04:39:53 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>แอพฯแอนดรอยด์ อนาคตไกลกว่าไอโฟน</title>
		<link>http://news.hepu.org/%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%af%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b9%8c-%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b9%84%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://news.hepu.org/%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%af%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b9%8c-%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b9%84%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 24 Jun 2010 11:20:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าววิทยาการ]]></category>
		<category><![CDATA[Android]]></category>
		<category><![CDATA[iPhone]]></category>
		<category><![CDATA[OS]]></category>
		<category><![CDATA[แอนดรอยด์]]></category>
		<category><![CDATA[แอพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.hepu.org/?p=2209</guid>
		<description><![CDATA[นักพัฒนาแอพพลิเคชันบนมือถือยังคงให้ความสนใจแพลตฟอร์มไอโฟน (iPhone) เป็นอันดับหนึ่ง มากกว่าสมาร์ทโฟนที่ใช้ OS Android อย่างไรก็ตาม ในอนาคตความสนใจของนักพัฒนาอาจจะขยับไปที่แอนดรอยด์มากขึ้น โดยข้อมูลดังกล่าวได้จากการทำสำรวจนักพัฒนาหน้าใหม่ของ Appcelerator นักพัฒนาส่วนใหญ่เล็งเห็นว่า ไอโฟน และไอแพด (iPad) ที่กำลังขายดีวันดีคืนอยู่ในขณะนี้ เป็นโอกาสในการสร้างรายได้ของพวกเขา แม้กระทั่ง iOS 4 ที่เพิ่งออกมา ยังติด Top จาก 7 ใน 10 หมวดที่รวมถึงสุดยอดแอพฯใน app store ซึ่งต้องยอมรับว่า มันเป็นตลาดผู้บริโภคแอพพลิเคชันทีใหญ่ที่สุดบนสมาร์ทโฟนที่เชื่อว่าดีที่ สุด อย่างไรก็ตาม  Android ก็ยังได้รับความนิยมในหมู่นักพัฒนาไม่น้อยเหมือนกัน ถึงแม้จะเป็นอันดับสองก็ตาม โดย Android ได้ชื่อว่า เป็น OS บนมือถือที่มีความสามารถมากที่สุด และมีความเป็นมาตรฐานเปิดสูงสุด ทำให้นักพัฒนามองเห็นอนาคตในระยะยาวของแพลตฟอร์มนี้มากขึ้น พวกเขากล่าวว่า แอนดรอยด์มีศักยภาพในการที่จะโตขึ้นไปกว่านี้  และความเป็นไปได้ในการพัฒนาแอพฯบนอุปกรณ์อื่นๆ นอกจากมือถือ และแท็บเล็ต อย่างเช่น ทีวี เซ็ตทอปบ๊อกซ์ หรือแม้แต่ในรถยนต์ ผลการสำรวจครั้งนี้ เปิดเผยให้เห็นถึงศักยภาพของแอนดรอยด์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>นักพัฒนาแอพพลิเคชันบนมือถือยังคงให้ความสนใจแพลตฟอร์มไอโฟน (<strong>iPhone</strong>)  เป็นอันดับหนึ่ง มากกว่าสมาร์ทโฟนที่ใช้ <strong>OS</strong> <strong>Android</strong> อย่างไรก็ตาม ในอนาคตความสนใจของนักพัฒนาอาจจะขยับไปที่แอนดรอยด์มากขึ้น  โดยข้อมูลดังกล่าวได้จากการทำสำรวจนักพัฒนาหน้าใหม่ของ Appcelerator</p>
<p>นักพัฒนาส่วนใหญ่เล็งเห็นว่า ไอโฟน และไอแพด (iPad)  ที่กำลังขายดีวันดีคืนอยู่ในขณะนี้ เป็นโอกาสในการสร้างรายได้ของพวกเขา  แม้กระทั่ง iOS 4 ที่เพิ่งออกมา ยังติด Top จาก 7 ใน 10  หมวดที่รวมถึงสุดยอดแอพฯใน app store ซึ่งต้องยอมรับว่า  มันเป็นตลาดผู้บริโภคแอพพลิเคชันทีใหญ่ที่สุดบนสมาร์ทโฟนที่เชื่อว่าดีที่ สุด</p>
<div><img src="http://www.arip.co.th/images/news/android/android-vs-iphone-developer-appcelerator-research-2.jpg" alt="" width="500" height="245" /></div>
<p>อย่างไรก็ตาม   Android ก็ยังได้รับความนิยมในหมู่นักพัฒนาไม่น้อยเหมือนกัน  ถึงแม้จะเป็นอันดับสองก็ตาม โดย Android ได้ชื่อว่า  เป็น OS บนมือถือที่มีความสามารถมากที่สุด และมีความเป็นมาตรฐานเปิดสูงสุด  ทำให้นักพัฒนามองเห็นอนาคตในระยะยาวของแพลตฟอร์มนี้มากขึ้น พวกเขากล่าวว่า  <strong>แอนดรอยด์</strong>มีศักยภาพในการที่จะโตขึ้นไปกว่านี้   และความเป็นไปได้ในการพัฒนาแอพฯบนอุปกรณ์อื่นๆ นอกจากมือถือ และแท็บเล็ต  อย่างเช่น ทีวี เซ็ตทอปบ๊อกซ์ หรือแม้แต่ในรถยนต์</p>
<div><img src="http://www.arip.co.th/images/news/android/android-vs-iphone-developer-appcelerator-research-3.jpg" alt="" width="500" height="329" /></div>
<p>ผลการสำรวจครั้งนี้ เปิดเผยให้เห็นถึงศักยภาพของแอนดรอยด์  และยังไฮไลท์ความสนใจใน&#8221;แท็บเล็ต&#8221;ที่เพิ่มขึ้นอีกด้วย  โดยนักพัฒนากล่าวว่า นักพัฒนาส่วนใหญ่สนใจทำ<strong>แอพ</strong>ฯบนไอโฟน (90%) ตามด้วยไอแพด  (84%) โดยมีแพลตฟอร์มอย่างแอนดรอยด์โฟนตามมาเป็นอันดับสาม (81%)  และแอนดรอยด์แท็บเล็ต (64%)  ในส่วนของความสนใจของนักพัฒนาแอพฯบนแพลตฟอร์มอื่นๆ ก็จะมี BlackBerry 34%  Windows Phone 7 27% และ Symbian 15% สำหรับผลการสำรวจครั้งนี้  Appcelerator สอบถามกลุ่มนักพัฒนา 2,733 รายช่วงวันที่ 15 - 17  มิ.ย.ที่ผ่านมา</p>
<p>ที่มา : ARIP</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.hepu.org/%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%9e%e0%b8%af%e0%b9%81%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%94%e0%b9%8c-%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b9%84%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สร้างเซลล์สังเคราะห์ขึ้นเองมนุษย์ทำตัว เป็นพระเจ้า</title>
		<link>http://news.hepu.org/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%b6/</link>
		<comments>http://news.hepu.org/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%b6/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 24 May 2010 04:05:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าววิทยาการ]]></category>
		<category><![CDATA[ทีมวิจัย]]></category>
		<category><![CDATA[นักวิทยาศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[พันธุกรรมสังเคราะห์]]></category>
		<category><![CDATA[เครก เวนเตอร์]]></category>
		<category><![CDATA[เซลล์]]></category>
		<category><![CDATA[เซลล์สังเคราะห์]]></category>
		<category><![CDATA[แบคทีเรีย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.hepu.org/?p=2187</guid>
		<description><![CDATA[นักวิทยาศาสตร์ของสถาบันเครก เวนเตอร์ อันเป็นสถาบันเอกชน ได้ร่วมกันสร้างเซลล์ของแบคทีเรีย ที่ควบคุมด้วยยีน ซึ่งสร้างขึ้นในห้องทดลอง เซลล์นั้นสามารถทวีจำนวนขึ้นเองได้ การสร้างเซลล์แบคทีเรียขึ้นได้สำเร็จ เปิดหนทางของการสร้างชีวิตต่างๆขึ้นได้อีกมากมาย อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน หัวหน้าทีมวิจัย นายเครก เวนเตอร์ อธิบายว่า &#8220;เป็นการสร้างเซลล์สังเคราะห์สำเร็จขึ้นได้ครั้งแรก เราเรียกมันว่าเป็นการสังเคราะห์ ด้วยเหตุว่าเซลล์ล้วนเกิดขึ้นจากโครงสร้างพันธุกรรมสังเคราะห์ทั้งหมด ตั้งต้นทำขึ้นมาจากสารเคมีในขวด 4 ขวดด้วยกัน เขากล่าวว่าอาจจะใช้วิธีการนี้ไปออกแบบแบคทีเรีย สำหรับเพื่อใช้ผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ หรือเพื่อกวาดล้างภยันตรายในสิ่งแวดล้อม มันเป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง ในความพยายามที่จะออกแบบสิ่งที่เราต้องการจะทำทางชีววิทยา เรานึกถึงสิ่งจะเอาไปใช้ทำประโยชน์อย่างมากมายไว้ในใจอยู่แล้ว&#8221; ข่าววิทยาการ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>นักวิทยาศาสตร์</strong>ของสถาบัน<strong>เครก เวนเตอร์</strong> อันเป็นสถาบันเอกชน ได้ร่วมกันสร้าง<strong>เซลล์</strong>ของ<strong>แบคทีเรีย</strong> ที่ควบคุมด้วยยีน ซึ่งสร้างขึ้นในห้องทดลอง <strong>เซลล์</strong>นั้นสามารถทวีจำนวนขึ้นเองได้ การสร้าง<strong>เซลล์แบคทีเรีย</strong>ขึ้นได้สำเร็จ เปิดหนทางของการสร้างชีวิตต่างๆขึ้นได้อีกมากมาย อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน</p>
<p>หัวหน้า<strong>ทีมวิจัย</strong> นาย<strong>เครก เวนเตอร์</strong> อธิบายว่า &#8220;เป็นการสร้าง<strong>เซลล์สังเคราะห์</strong>สำเร็จขึ้นได้ครั้งแรก เราเรียกมันว่าเป็นการ<strong>สังเคราะห์</strong> ด้วยเหตุว่าเซลล์ล้วนเกิดขึ้นจากโครงสร้าง<strong>พันธุกรรมสังเคราะห์</strong>ทั้งหมด ตั้งต้นทำขึ้นมาจากสารเคมีในขวด 4 ขวดด้วยกัน เขากล่าวว่าอาจจะใช้วิธีการนี้ไปออกแบบ<strong>แบคทีเรีย</strong> สำหรับเพื่อใช้ผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ หรือเพื่อกวาดล้างภยันตรายในสิ่งแวดล้อม มันเป็นเครื่องมือที่ทรงพลัง ในความพยายามที่จะออกแบบสิ่งที่เราต้องการจะทำทางชีววิทยา เรานึกถึงสิ่งจะเอาไปใช้ทำประโยชน์อย่างมากมายไว้ในใจอยู่แล้ว&#8221;</p>
<p><a title="ข่าววิทยาการ" href="http://news.hepu.org/category/ข่าววิทยาการ/">ข่าววิทยาการ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.hepu.org/%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b8%a5%e0%b8%a5%e0%b9%8c%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%b0%e0%b8%ab%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%b6/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ฝังขั้วไฟฟ้างูเห่า ศึกษากลไกแผ่แม่เบี้ย</title>
		<link>http://news.hepu.org/%e0%b8%9d%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%87%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%89/</link>
		<comments>http://news.hepu.org/%e0%b8%9d%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%87%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 Apr 2010 03:03:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าววิทยาการ]]></category>
		<category><![CDATA[กระแสไฟฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[งูเห่า]]></category>
		<category><![CDATA[นักวิทยาศาสตร์]]></category>
		<category><![CDATA[แม่เบี้ย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.hepu.org/?p=2053</guid>
		<description><![CDATA[นักวิทยาศาสตร์เพิ่งจะรู้ตอนนี้เองว่า งูเห่าชูคอแผ่แม่เบี้ย ขู่ฟ่อๆ ได้ อย่างไร? นักวิจัยของมหาวิทยาลัยวอชิงตัน สเตทของสหรัฐฯ ได้ศึกษาด้วยการวัดกระแสไฟฟ้าที่กล้ามเนื้อของมัน ทำให้รู้ว่า มันใช้กล้ามเนื้อมัดไหนในการแผ่แม่เบี้ย ศาสตราจารย์ เคนเนธ คาร์ดง อาจารย์วิชาสัตววิทยา ผู้ร่วมศึกษา กล่าวว่า งูเห่าได้วิวัฒนาการมา จนนำเอาซี่โครงมาใช้ในการแผ่แม่เบี้ย &#8220;ในงูเห่า ทั้งซี่โครงและกล้ามเนื้อคอ 8 มัด ถูกสร้างขึ้น เพื่อ ให้มันแผ่แม่เบี้ย&#8220; ไม่มีแต่เพียงงูเห่าที่แผ่แม่เบี้ยเพียงอย่างเดียว ยังมีงูอื่นที่ไม่ได้ เกี่ยวดองกันก็สามารถทำเช่นนี้ อันเป็นปฏิกิริยาเพื่อการป้องกันตัวได้ ข่าววิทยาการ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>นักวิทยาศาสตร์</strong>เพิ่งจะรู้ตอนนี้เองว่า <strong>งูเห่า</strong>ชูคอแผ่<strong>แม่เบี้ย</strong> ขู่ฟ่อๆ ได้ อย่างไร?</p>
<p>นักวิจัยของมหาวิทยาลัยวอชิงตัน สเตทของสหรัฐฯ ได้ศึกษาด้วยการวัด<strong>กระแสไฟฟ้า</strong>ที่กล้ามเนื้อของมัน ทำให้รู้ว่า มันใช้กล้ามเนื้อมัดไหนในการแผ่<strong>แม่เบี้ย </strong>ศาสตราจารย์ เคนเนธ คาร์ดง อาจารย์วิชาสัตววิทยา ผู้ร่วมศึกษา กล่าวว่า <strong>งูเห่า</strong>ได้วิวัฒนาการมา จนนำเอาซี่โครงมาใช้ในการแผ่<strong>แม่เบี้ย</strong></p>
<blockquote><p>&#8220;ใน<span style="color: #ff0000;"><strong>งูเห่า</strong> ทั้งซี่โครงและกล้ามเนื้อคอ 8 มัด ถูกสร้างขึ้น เพื่อ ให้มันแผ่<strong>แม่เบี้ย<span style="color: #000000;">&#8220;</span></strong></span></p></blockquote>
<p>ไม่มีแต่เพียง<strong>งูเห่า</strong>ที่แผ่<strong>แม่เบี้ย</strong>เพียงอย่างเดียว ยังมีงูอื่นที่ไม่ได้ เกี่ยวดองกันก็สามารถทำเช่นนี้ อันเป็นปฏิกิริยาเพื่อการป้องกันตัวได้</p>
<p><a title="ข่าววิทยาการ" href="http://news.hepu.org/category/ข่าววิทยาการ/">ข่าววิทยาการ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.hepu.org/%e0%b8%9d%e0%b8%b1%e0%b8%87-%e0%b9%84%e0%b8%9f%e0%b8%9f%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b8%87%e0%b8%b9%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%9a%e0%b8%b5%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พบปลิงยุคดึกดำบรรพ์ ปลิงดูดเลือดไดโนเสาร์</title>
		<link>http://news.hepu.org/%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b8%94%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b9%8c-%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b4/</link>
		<comments>http://news.hepu.org/%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b8%94%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b9%8c-%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b4/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 21 Apr 2010 02:44:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าววิทยาการ]]></category>
		<category><![CDATA[ดูดเลือด]]></category>
		<category><![CDATA[ยุคไดโนเสาร์]]></category>
		<category><![CDATA[เปรู]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.hepu.org/?p=2049</guid>
		<description><![CDATA[นักวิทยาศาสตร์ค้นพบปลิงสายพันธุ์ใหม่ สืบเชื้อสายเก่าแก่มาตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์ เมื่อประมาณ 200 ล้านปีมาแล้ว ชอบเกาะดูดเลือดในรูจมูก บางทีอาจจะเคยดูดเลือดจมูกของไดโนเสาร์ เมื่อสมัยดึกดำบรรพ์มาแล้ว ถูกพบครั้งแรก เมื่อหมอช่วยจับมันออกจากจมูกของเด็กหญิงคนหนึ่ง ที่ลงไปว่ายน้ำแม่น้ำสายหนึ่งที่เปรู และถูกส่งให้กับพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ ของสหรัฐฯนำมาศึกษาต่อ หัวหน้าคณะนักวิจัย นางแอนนา ฟิลิปปิส์ ได้เปิดเผยว่า ปลิงชนิดนี้ จะหากินด้วยการดูดเลือดสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อยู่ในน้ำ ด้วยการเข้าไปดูดเลือดในปากและจมูก ซึ่งอาจจะอาศัยอยู่ได้ครั้งละหลายอาทิตย์ การวิเคราะห์ดีเอ็นเอ ทำให้รู้ว่า มันมีความเกี่ยวพันจากการวิวัฒนาการกับปลิงสายพันธุ์อื่นที่อยู่ในดินแดนที่ห่างไกล ส่อว่ามันอาจจะมีบรรพบุรุษเดียวกัน มาตั้งแต่สมัยดินแดนที่เป็นทวีปต่างๆ ในปัจจุบันยังรวมติดกันอยู่ ดร.ซิดดอลล์ กล่าวบอกว่า &#8220;ไม่ต้องสงสัยว่าต้นตระกูลของมัน จะต้องอยู่ในยุคเดียวกันกับไดโนเสาร์ บรรพบุรุษของมันบางตัว ต้องเคยดูดเลือดในจมูกของไดโนเสาร์มาแล้ว&#8221; ข่าววิทยาการ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>นักวิทยาศาสตร์ค้นพบ<strong>ปลิง</strong>สายพันธุ์ใหม่ สืบเชื้อสายเก่าแก่มาตั้งแต่<strong>ยุคไดโนเสาร์</strong> เมื่อประมาณ 200 ล้านปีมาแล้ว ชอบเกาะ<strong>ดูดเลือด</strong>ในรูจมูก บางทีอาจจะเคย<strong>ดูดเลือด</strong>จมูกของ<strong>ไดโนเสาร์</strong> เมื่อสมัยดึกดำบรรพ์มาแล้ว ถูกพบครั้งแรก เมื่อหมอช่วยจับมันออกจากจมูกของเด็กหญิงคนหนึ่ง ที่ลงไปว่ายน้ำแม่น้ำสายหนึ่งที่<strong>เปรู</strong> และถูกส่งให้กับพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ ของสหรัฐฯนำมาศึกษาต่อ</p>
<p>หัวหน้าคณะนักวิจัย นางแอนนา ฟิลิปปิส์ ได้เปิดเผยว่า <strong>ปลิง</strong>ชนิดนี้ จะหากินด้วยการ<strong>ดูดเลือด</strong>สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่อยู่ในน้ำ ด้วยการเข้าไป<strong>ดูดเลือด</strong>ในปากและจมูก ซึ่งอาจจะอาศัยอยู่ได้ครั้งละหลายอาทิตย์</p>
<p>การวิเคราะห์ดีเอ็นเอ ทำให้รู้ว่า มันมีความเกี่ยวพันจากการวิวัฒนาการกับ<strong>ปลิง</strong>สายพันธุ์อื่นที่อยู่ในดินแดนที่ห่างไกล ส่อว่ามันอาจจะมีบรรพบุรุษเดียวกัน มาตั้งแต่สมัยดินแดนที่เป็นทวีปต่างๆ ในปัจจุบันยังรวมติดกันอยู่ ดร.ซิดดอลล์ กล่าวบอกว่า &#8220;ไม่ต้องสงสัยว่าต้นตระกูลของมัน จะต้องอยู่ในยุคเดียวกันกับ<strong>ไดโนเสาร์</strong> บรรพบุรุษของมันบางตัว ต้องเคย<strong>ดูดเลือด</strong>ในจมูกของ<strong>ไดโนเสาร์</strong>มาแล้ว&#8221;</p>
<p><a title="ข่าววิทยาการ" href="http://news.hepu.org/category/ข่าววิทยาการ/">ข่าววิทยาการ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.hepu.org/%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%84%e0%b8%94%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%b3%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b9%8c-%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b4/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เตือนพระสงฆ์ห้าม อวดอ้างสรรพคุณยา</title>
		<link>http://news.hepu.org/%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%86%e0%b9%8c-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%a2%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://news.hepu.org/%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%86%e0%b9%8c-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%a2%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 Apr 2010 04:06:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าววิทยาการ]]></category>
		<category><![CDATA[พระสงฆ์]]></category>
		<category><![CDATA[พศ]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา]]></category>
		<category><![CDATA[สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ]]></category>
		<category><![CDATA[อย]]></category>
		<category><![CDATA[โฆษณา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.hepu.org/?p=2025</guid>
		<description><![CDATA[สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ทำหนังสือแจ้งมายังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เพื่อให้แจ้งไปยังวัด และพระสงฆ์ให้ทราบข้อปฏิบัติในการโฆษณาสรรพคุณ คุณประโยชน์ คุณภาพอาหาร และยาตามสื่อต่างๆ ทั้งนี้ เนื่องจากได้มีการตรวจพบการโฆษณาผลิตภัณฑ์ เสริมอาหารเอโดซีในนิตยสารฉบับหนึ่ง และรายการทีวีผ่านดาวเทียมว่ามีพระสงฆ์ไปโฆษณาแสดงประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ดัง กล่าว 3 รูป คือ 1. พระครูวิธานปุญญวัฒน์ ระบุว่าป่วยเป็นโรคหัวใจ โรคเกาต์ เบาหวาน ความดัน ต้องฉันยาปีละกว่า 6,000 เม็ด อาการก็ยังไม่ดีขึ้น แต่หลังจากได้ใช้ผลิตภัณฑ์ ออกซิเจนน้ำยี่ห้อดังกล่าววันละ 4 ครั้ง ครั้งละ 4-8 หยด ทุกวัน อาการก็ดีขึ้น 2. พระครูสมุห์สุเมธ สุเมโธ ระบุว่ามีอาการป่วยเรื้อรังมานานกว่า 10 ปี ต้องฉันยาแก้ปวดทุกวัน แต่หลังจากได้ใช้ผลิตภัณฑ์ออกซิเจนน้ำ อาการก็ดีขึ้น 3.พระชัยสิทธิ์ ศรีวิจิตร ระบุว่าเป็นโรคภูมิแพ้ เป็นไซนัส ตั้งแต่ปี 2509 พอได้ใช้ ผลิตภัณฑ์ออกซิเจนน้ำ อาการปวดหัวก็เบาลง หากมีการกล่าวถึงคุณประโยชน์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา</strong> (<strong>อย</strong>.) ได้ทำหนังสือแจ้งมายัง<strong>สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ</strong> (<strong>พศ</strong>.) เพื่อให้แจ้งไปยังวัด และ<strong>พระสงฆ์</strong>ให้ทราบข้อปฏิบัติในการ<strong>โฆษณา</strong>สรรพคุณ คุณประโยชน์ คุณภาพอาหาร และยาตามสื่อต่างๆ ทั้งนี้ เนื่องจากได้มีการตรวจพบการ<strong>โฆษณาผลิตภัณฑ์</strong> เสริมอาหารเอโดซีในนิตยสารฉบับหนึ่ง และรายการทีวีผ่านดาวเทียมว่ามีพระสงฆ์ไปโฆษณาแสดงประโยชน์ของผลิตภัณฑ์ดัง กล่าว 3 รูป คือ</p>
<blockquote><p>1. พระครูวิธานปุญญวัฒน์ ระบุว่าป่วยเป็นโรคหัวใจ โรคเกาต์ เบาหวาน ความดัน ต้องฉันยาปีละกว่า 6,000 เม็ด อาการก็ยังไม่ดีขึ้น แต่หลังจากได้ใช้ผลิตภัณฑ์ ออกซิเจนน้ำยี่ห้อดังกล่าววันละ 4 ครั้ง ครั้งละ 4-8 หยด ทุกวัน อาการก็ดีขึ้น</p>
<p>2. พระครูสมุห์สุเมธ สุเมโธ ระบุว่ามีอาการป่วยเรื้อรังมานานกว่า 10 ปี ต้องฉันยาแก้ปวดทุกวัน แต่หลังจากได้ใช้ผลิตภัณฑ์ออกซิเจนน้ำ อาการก็ดีขึ้น</p>
<p>3.พระชัยสิทธิ์ ศรีวิจิตร ระบุว่าเป็นโรคภูมิแพ้ เป็นไซนัส ตั้งแต่ปี 2509 พอได้ใช้ ผลิตภัณฑ์ออกซิเจนน้ำ อาการปวดหัวก็เบาลง</p></blockquote>
<p>หากมีการกล่าวถึงคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณ โดยไม่ได้รับอนุญาตจะเป็นการกระทำฝ่าฝืนมาตรา 41 มี<span style="color: #ff0000;">บทลงโทษปรับไม่เกิน 5,000</span> บาท และ<span style="color: #ff0000;">หากโฆษณามีลักษณะเป็นเท็จ</span> ทำให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควรมี<span style="color: #ff0000;">บทลงโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ</span></p>
<p><a title="ข่าววิทยาการ" href="http://news.hepu.org/category/ข่าววิทยาการ/">ข่าววิทยาการ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.hepu.org/%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a1-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%86%e0%b9%8c-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%9e%e0%b8%84%e0%b8%b8%e0%b8%93%e0%b8%a2%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ค้นพบ คนกลัวอ้วนควรกินอาหารคำโต</title>
		<link>http://news.hepu.org/%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b9%82%e0%b8%95/</link>
		<comments>http://news.hepu.org/%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b9%82%e0%b8%95/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 19 Apr 2010 03:58:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าววิทยาการ]]></category>
		<category><![CDATA[กิน]]></category>
		<category><![CDATA[คำโต]]></category>
		<category><![CDATA[อาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[อ้วน]]></category>
		<category><![CDATA[เคี้ยว]]></category>
		<category><![CDATA[แคนเตอเบอรี]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.hepu.org/?p=2022</guid>
		<description><![CDATA[นักวิจัยมหาวิทยาลัยแคนเตอเบอรี ของอังกฤษศึกษาพบว่า ที่ถูกต้องกินคำโตๆ แต่เป็นของที่ควรจะขบเคี้ยวน้อย เขาพบว่า การกินอาหารคำโตแต่เคี้ยวน้อย จะทำให้อิ่มทนกว่า จึงช่วยควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากว่ามันจะได้ถูกย่อยในกระเพาะให้ช้าลง ซึ่งทำให้รู้สึกอิ่มนานกว่า และปล่อยพลังงานเพื่อใช้ในการเผาผลาญออกได้ช้ากว่า หัวหน้าทีมวิจัย มาร์โก เมอเกนสเติร์น อธิบายว่า &#8220;ปัญหาการเคี้ยวอาหารมากน้อย อยู่ที่คุณสมบัติของอาหาร ไม่ได้อยู่ที่คน เราอาจจะออกแบบทำอาหาร ให้คนต้องเคี้ยวมากหรือน้อยได้&#8221; และเผยว่าได้พบว่า มิวซลิ อาหารเช้าของชาวสวิส ซึ่งเป็นส่วนผสมของนัต ผลไม้แห้ง และข้าวชนิดต่างๆ กับขนมปังทำจากแป้งสาลี เป็นอาหารที่ทำให้อิ่มนานอย่างหนึ่ง ข่าววิทยาการ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>นักวิจัยมหาวิทยาลัย<strong>แคนเตอเบอรี </strong>ของอังกฤษศึกษาพบว่า ที่ถูกต้อง<span style="color: #ff0000;">กินคำโตๆ แต่เป็นของที่ควรจะขบเคี้ยวน้อย</span> เขาพบว่า การ<strong>กินอาหารคำโต</strong>แต่เคี้ยวน้อย จะทำให้อิ่มทนกว่า จึงช่วยควบคุมน้ำหนัก เนื่องจากว่ามันจะได้ถูกย่อยในกระเพาะให้ช้าลง ซึ่งทำให้รู้สึกอิ่มนานกว่า และปล่อยพลังงานเพื่อใช้ในการเผาผลาญออกได้ช้ากว่า</p>
<p>หัวหน้าทีมวิจัย มาร์โก เมอเกนสเติร์น อธิบายว่า &#8220;ปัญหาการ<strong>เคี้ยว</strong>อาหารมากน้อย อยู่ที่คุณสมบัติของอาหาร ไม่ได้อยู่ที่คน เราอาจจะออกแบบทำอาหาร ให้คนต้องเคี้ยวมากหรือน้อยได้&#8221; และเผยว่าได้พบว่า มิวซลิ อาหารเช้าของชาวสวิส ซึ่งเป็นส่วนผสมของนัต ผลไม้แห้ง และข้าวชนิดต่างๆ กับขนมปังทำจากแป้งสาลี เป็นอาหารที่ทำให้อิ่มนานอย่างหนึ่ง</p>
<p><a title="ข่าววิทยาการ" href="http://news.hepu.org/category/ข่าววิทยาการ/">ข่าววิทยาการ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.hepu.org/%e0%b8%ad%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%99-%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%a3-%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b9%82%e0%b8%95/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เตรียม บัญญัติ เหวง เข้าพจนานุกรม</title>
		<link>http://news.hepu.org/%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1-%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://news.hepu.org/%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1-%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 09 Apr 2010 03:41:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าววิทยาการ]]></category>
		<category><![CDATA[พจนานุกรม]]></category>
		<category><![CDATA[หมอเหวง โตจิราการ]]></category>
		<category><![CDATA[เหวง]]></category>
		<category><![CDATA[โซเชียลเน็ตเวิร์ก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.hepu.org/?p=2015</guid>
		<description><![CDATA[ฮือฮากระแส &#8220;เหวง&#8221; ฟีเวอร์ กับคำและความหมายเชิงประชดประชันที่สังคมชาว &#8220;โซเชียลเน็ตเวิร์ก&#8221; ได้บัญญัติจนลูกเด็กเล็กแดงตามตรอกซอกซอยพูดล้อกันให้ขรม ผงาดเตรียมอัพเกรดจากพจนานุกรมคำใหม่เล่มรอง ขึ้นพจนานุกรมเล่มหลักเพื่อเป็นให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา สร้างแรงกระเพื่อมให้กับคลังคำประเทศไทยอีกครั้ง หลังจากที่ 3 แกนนำอันได้แก่ หมอเหวง โตจิราการ, วีระ มุกสิกพงษ์ และณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกน นำคนเสื้อแดงตั้งโต๊ะเจรจากับรัฐบาลถ่ายทอดสดผ่านทีวีไปทั่วประเทศกับการ วิพากษ์วิจารณ์กับการอรรถาธิบายรัฐบาลและเรื่องราวต่างๆ ออกทะเล วกวนในหลายประเด็นของกลุ่มเสื้อแดง โดยเฉพาะหมอเหวง โตจิราการ จน &#8220;สังคมโซเชียลเน็ตเวิร์ก&#8221; บัญญัติความหมายใหม่เชิงเสียดสีคำว่า &#8220;เหวง&#8221; นั้น ปรากฏการณ์ความโด่งดังของคำว่า &#8220;เหวง&#8221; ที่หลายคนอยากให้นำคำนี้ไปบรรจุเพิ่มในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานเล่มหลัก มีความเป็นไปได้ว่านอกจากจะถูกบรรจุคำและความหมายใหม่เข้าไปในพจนานุกรมคำใหม่ในเล่มที่ 3 ซึ่งกำลังจะทำการพิมพ์แล้ว คำและความหมายของคำว่า &#8220;เหวง&#8221; ยังมีสิทธิ์ขึ้นพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานเล่มหลักที่กำลังจะตีพิมพ์ใหม่ อีกด้วย เนื่องจากความแรงของคำว่า &#8220;เหวง&#8221; วันนี้เป็นคำที่มีความหมาย ซึ่งคนสังคมส่วนมากเข้าใจได้ว่า หมายถึง อาการพูดจา ไม่รู้เรื่อง ฟังไม่ได้ศัพท์ ล่าสุด ที่ตลาดนัดสะพานพุทธมีการสกรีนคำว่า &#8220;อย่ามาเหวง&#8230;!&#8221; ใส่เสื้อยืดขาย โดยเน้นคำว่า &#8220;เหวง&#8221; เป็นตัวอักษรสีแดงเหมือนเลือด [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ฮือฮากระแส &#8220;<strong>เหวง</strong>&#8221; ฟีเวอร์ กับคำและความหมายเชิงประชดประชันที่สังคมชาว &#8220;<strong>โซเชียลเน็ตเวิร์ก</strong>&#8221; ได้บัญญัติจนลูกเด็กเล็กแดงตามตรอกซอกซอยพูดล้อกันให้ขรม ผงาดเตรียมอัพเกรดจากพจนานุกรมคำใหม่เล่มรอง ขึ้นพจนานุกรมเล่มหลักเพื่อเป็นให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา</p>
<p>สร้างแรงกระเพื่อมให้กับคลังคำประเทศไทยอีกครั้ง หลังจากที่ 3 แกนนำอันได้แก่ <strong>หมอเหวง โตจิราการ</strong>, วีระ มุกสิกพงษ์ และณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกน นำคนเสื้อแดงตั้งโต๊ะเจรจากับรัฐบาลถ่ายทอดสดผ่านทีวีไปทั่วประเทศกับการ วิพากษ์วิจารณ์กับการอรรถาธิบายรัฐบาลและเรื่องราวต่างๆ ออกทะเล วกวนในหลายประเด็นของกลุ่มเสื้อแดง โดยเฉพาะหมอเหวง โตจิราการ จน &#8220;สังคม<strong>โซเชียลเน็ตเวิร์ก</strong>&#8221; บัญญัติความหมายใหม่เชิงเสียดสีคำว่า &#8220;<strong>เหวง</strong>&#8221;  นั้น</p>
<p>ปรากฏการณ์ความโด่งดังของคำว่า &#8220;<strong>เหวง</strong>&#8221; ที่หลายคนอยากให้นำคำนี้ไปบรรจุเพิ่มในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานเล่มหลัก มีความเป็นไปได้ว่านอกจากจะถูกบรรจุคำและความหมายใหม่เข้าไปในพจนานุกรมคำใหม่ในเล่มที่ 3 ซึ่งกำลังจะทำการพิมพ์แล้ว  คำและความหมายของคำว่า &#8220;<strong>เหวง</strong>&#8221; ยังมีสิทธิ์ขึ้น<strong>พจนานุกรม</strong>ฉบับราชบัณฑิตยสถานเล่มหลักที่กำลังจะตีพิมพ์ใหม่ อีกด้วย  เนื่องจากความแรงของคำว่า &#8220;<strong>เหวง</strong>&#8221; วันนี้เป็นคำที่<span style="color: #ff0000;">มีความหมาย ซึ่งคนสังคมส่วนมากเข้าใจได้ว่า หมายถึง อาการพูดจา ไม่รู้เรื่อง ฟังไม่ได้ศัพท์</span></p>
<p>ล่าสุด ที่ตลาดนัดสะพานพุทธมีการสกรีนคำว่า  &#8220;<strong>อย่ามาเหวง&#8230;!</strong>&#8221; ใส่เสื้อยืดขาย โดยเน้นคำว่า &#8220;<strong>เหวง</strong>&#8221; เป็นตัวอักษรสีแดงเหมือนเลือด จำหน่ายในราคา 99 บาท</p>
<p><a title="ข่าววิทยาการ" href="http://news.hepu.org/category/ข่าววิทยาการ/">ข่าววิทยาการ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.hepu.org/%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1-%e0%b8%9a%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%8d%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%b4-%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ลุ้นชิงเก้าอี้ ผอ.ซิป้า ยลโฉมตัวจริงสิ้นพ.ค.</title>
		<link>http://news.hepu.org/%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%89-%e0%b8%9c%e0%b8%ad-%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://news.hepu.org/%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%89-%e0%b8%9c%e0%b8%ad-%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 05 Apr 2010 02:55:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าววิทยาการ]]></category>
		<category><![CDATA[ซิป้า]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้อำนวยการซิป้า]]></category>
		<category><![CDATA[พิจารณาคัดเลือก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.hepu.org/?p=1955</guid>
		<description><![CDATA[นายจีรศักดิ์ พงษ์พิษณุพิจิตร์ ประธานกรรมการบริหาร สำนักงานส่งเสริมเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์กรมหาชน) หรือ ซิป้า กล่าวถึงความคืบหน้าการสรรหาผู้อำนวยการซิป้าคนใหม่ แทนนายรุ่งเรือง ลิ้มชูปฏิภาร์ หลังจากที่ ซิป้า ได้เปิดรับสมัครผู้อำนวยการ ซิป้า ไปเมื่อวันที่ 15 มี.ค.2553 ที่ผ่านมา จนครบวันกำหนดปิดรับสมัครไปเมื่อวันที่ 2 เม.ย.2553 ที่ผ่านมานั้น ปรากฏว่า มียอดผู้เข้าสมัครอยู่ที่ 7 ราย ส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่อยู่ข้างนอกสำนักงานซิป้า โดยมีบุคคลใน ซิป้า สมัคร 1 ราย คือ นาวาตรีวุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ รองผู้อำนวยการถ่ายทอดเทคโนโลยี รักษาการผู้อำนวยการซิป้าลงสมัครด้วย ประธานบอร์ดซิป้า กล่าวต่อว่า ซิป้าประกาศรับ ผอ. คนใหม่ตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค.2553 ที่ผ่านมาปรากฏว่าไม่มีผู้สมัคร โดยตอนแรกกังวลว่าจะมีผู้สมัครน้อย แต่ส่วนใหญ่มายื่นใบสมัครวันที่ 2 เม.ย.2553 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการรับสมัคร แม้กระทั่งรักษาการผอ.ซิป้า ก็ยื่นใบลาออกจากรักษาการ และยื่นใบสมัครเพื่อชิงตำแหน่งผอ.ซิป้าในวันเดียวกันเช่นกัน ทั้งนี้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>นายจีรศักดิ์ พงษ์พิษณุพิจิตร์ ประธานกรรมการบริหาร <span style="color: #888888;">สำนักงานส่งเสริมเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์กรมหาชน)</span> หรือ <strong>ซิป้า</strong> กล่าวถึงความคืบหน้าการสรรหา<strong>ผู้อำนวยการซิป้า</strong>คนใหม่ แทนนายรุ่งเรือง ลิ้มชูปฏิภาร์ หลังจากที่ <strong>ซิป้า </strong>ได้เปิดรับสมัครผู้อำนวยการ <strong>ซิป้า </strong>ไปเมื่อวันที่ 15 มี.ค.2553 ที่ผ่านมา จนครบวันกำหนดปิดรับสมัครไปเมื่อวันที่ 2 เม.ย.2553 ที่ผ่านมานั้น ปรากฏว่า มียอดผู้เข้าสมัครอยู่ที่ 7 ราย ส่วนใหญ่เป็นบุคคลที่อยู่ข้างนอกสำนักงาน<strong>ซิป้า</strong> โดยมีบุคคลใน <strong>ซิป้า</strong> สมัคร 1 ราย คือ นาวาตรีวุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ รองผู้อำนวยการถ่ายทอดเทคโนโลยี รักษาการผู้อำนวยการซิป้าลงสมัครด้วย</p>
<p>ประธานบอร์ด<strong>ซิป้า </strong>กล่าวต่อว่า<strong> ซิป้า</strong>ประกาศรับ ผอ. คนใหม่ตั้งแต่วันที่ 15 มี.ค.2553 ที่ผ่านมาปรากฏว่าไม่มีผู้สมัคร โดยตอนแรกกังวลว่าจะมีผู้สมัครน้อย แต่ส่วนใหญ่มายื่นใบสมัครวันที่ 2 เม.ย.2553 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการรับสมัคร แม้กระทั่งรักษาการผอ.<strong>ซิป้า</strong> ก็ยื่นใบลาออกจากรักษาการ และยื่นใบสมัครเพื่อชิงตำแหน่งผอ.<strong>ซิป้า</strong>ในวันเดียวกันเช่นกัน ทั้งนี้ ในวันที่ 7 เม.ย.2553 บอร์ดจะประชุมวาระพิเศษ เพื่อแต่งตั้งรักษาการ ผอ.<strong>ซิป้า</strong>แทน นาวาตรีวุฒิพงษ์ ต่อไปโดยไม่ให้การทำงานระหว่างนี้สะดุด</p>
<p>นาย จีรศักดิ์ กล่าวอีกว่า ขั้นตอนจากนี้คณะทำงานจะพิจารณาคัดเลือก โดยตรวจสอบคุณสมบัติว่าตรงกับเอกสารหรือไม่ พร้อมทั้งสัมภาษณ์ และให้แสดงวิสัยทัศน์ อย่างไรก็ตาม <strong>ซิป้า</strong>จะเร่งดำเนินการอย่างรวดเร็ว และรอบคอบ โดยคาดว่าภายในสิ้นเดือน พ.ค.2553 จะได้ผอ.<strong>ซิป้า</strong>คนใหม่</p>
<p><a title="ข่าววิทยาการ" href="http://news.hepu.org/category/ข่าววิทยาการ/">ข่าววิทยาการ</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.hepu.org/%e0%b8%a5%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%8a%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%89-%e0%b8%9c%e0%b8%ad-%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ช้างไทยวันนี้ เป็นหมอช่วยบำบัดเด็กออทิสติก</title>
		<link>http://news.hepu.org/%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://news.hepu.org/%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 28 Feb 2010 04:21:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าววิทยาการ]]></category>
		<category><![CDATA[ช้าง]]></category>
		<category><![CDATA[หมอช้างช่วยน้อง]]></category>
		<category><![CDATA[ออทิสติก]]></category>
		<category><![CDATA[เด็กพิเศษ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.hepu.org/?p=1739</guid>
		<description><![CDATA[ช้างซึ่งถือเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทยมาแต่โบราณกาล และยังเป็นสัตว์ที่ให้คุณประโยชน์เป็นอเนกอนันต์ นับตั้งแต่อดีต ช้างถูกนำมาใช้เป็นพาหนะในการออกศึก อีกทั้งใช้งานสารพัด ทั้งลากซุง เป็นพาหนะในการเดินป่า เป็นต้น แต่ใครจะคาดเดาได้ว่า ช้างซึ่งเป็นสัตว์ร่างใหญ่โต แต่มีความฉลาดเฉลียวไม่แพ้สัตว์เลี้ยงตามบ้าน สามารถได้รับการสอนสั่งให้ปฏิบัติตามคำสอนของมนุษย์ได้เป็นอย่างดี จากแค่นักแสดง ซึ่งจะเห็นได้ตามปางช้าง ปัจจุบันเรายังได้เห็นช้างเป็นจิตรกร สามารถวาดรูปและเขียนหนังสือ นอกเหนือจากนั้น ช้างยังสามารถสวมบทเป็น &#8220;คุณหมอ&#8221; ช่วยบำบัดเด็กพิเศษที่มีปัญหาทางออทิสติกให้มีทักษะทางสังคมได้อีกด้วย การบำบัดเด็กพิเศษ (ออทิสติก) ให้สามารถเข้าสู่สังคม ผ่านกิจกรรม ง่ายๆในรูปแบบของเกมสนุกสนานของโครงการ &#8220;หมอช้างช่วยน้อง&#8221; โดยมี &#8220;ช้าง&#8221; เป็นตัวเชื่อมให้เด็กออทิสติกรู้จักที่จะไว้ใจ รู้จักที่จะให้ และรู้จักการสื่อสารความรู้สึกของตัวเองให้สังคมรอบข้างได้รับรู้ จุดเริ่มของโครงการนี้ &#8220;ประสบ ทิพย์ประเสริฐ&#8221; ผู้จัดการโครงการและที่ปรึกษามูลนิธิช้างอนันตรา ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของโครงการ &#8220;หมอช้างช่วยน้อง&#8221; เล่าว่า จุดเริ่มต้นมาจากการเห็นช้างถูกนำมาเดินเร่ร่อนขอเงินตามท้องถนนในป่า คอนกรีตจึงมีความคิดอยากที่จะช่วยเหลือช้างเหล่านั้นให้กลับไปอยู่ในถิ่นที่ ควรอยู่อย่างสมศักดิ์ศรี ทาง อนันตรา รีสอร์ตโกลเดน ไทรแองเกิล จังหวัดเชียงราย จึงจัดตั้งโครงการ &#8220;ช่วยเหลือช้างจากถนน&#8221; ขึ้น โดยอยู่ในความดูแลของมูลนิธิปางช้างอนันตรา ซึ่งจะชักชวนควาญช้างที่นำช้างออกมาเร่ร่อนให้เปลี่ยนใจนำช้างเข้าไปอยู่ใน พื้นที่ป่าใจกลางดินแดนสามเหลี่ยมทองคำ พร้อมหาอาชีพให้ควาญช้างมีรายได้เลี้ยงตัว จนปัจจุบันโครงการนี้ได้ช่วยเหลือช้างถึง 34 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>ช้าง</strong>ซึ่งถือเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองของไทยมาแต่โบราณกาล และยังเป็นสัตว์ที่ให้คุณประโยชน์เป็นอเนกอนันต์ นับตั้งแต่อดีต <strong>ช้าง</strong>ถูกนำมาใช้เป็นพาหนะในการออกศึก อีกทั้งใช้งานสารพัด ทั้งลากซุง เป็นพาหนะในการเดินป่า เป็นต้น แต่ใครจะคาดเดาได้ว่า <strong>ช้าง</strong>ซึ่งเป็นสัตว์ร่างใหญ่โต แต่มีความฉลาดเฉลียวไม่แพ้สัตว์เลี้ยงตามบ้าน สามารถได้รับการสอนสั่งให้ปฏิบัติตามคำสอนของมนุษย์ได้เป็นอย่างดี จากแค่นักแสดง ซึ่งจะเห็นได้ตามปาง<strong>ช้าง</strong> ปัจจุบันเรายังได้เห็น<strong>ช้าง</strong>เป็นจิตรกร สามารถวาดรูปและเขียนหนังสือ นอกเหนือจากนั้น <strong>ช้าง</strong>ยังสามารถสวมบทเป็น &#8220;คุณหมอ&#8221; ช่วยบำบัดเด็กพิเศษที่มีปัญหาทางออทิสติกให้มีทักษะทางสังคมได้อีกด้วย</p>
<p>การบำบัด<strong>เด็กพิเศษ</strong> (<strong>ออทิสติก</strong>) ให้สามารถเข้าสู่สังคม ผ่านกิจกรรม ง่ายๆในรูปแบบของเกมสนุกสนานของโครงการ &#8220;หมอ<strong>ช้าง</strong>ช่วยน้อง&#8221; โดยมี &#8220;<strong>ช้าง</strong>&#8221; เป็นตัวเชื่อมให้เด็กออทิสติกรู้จักที่จะไว้ใจ รู้จักที่จะให้ และรู้จักการสื่อสารความรู้สึกของตัวเองให้สังคมรอบข้างได้รับรู้</p>
<p>จุดเริ่มของโครงการนี้ &#8220;ประสบ ทิพย์ประเสริฐ&#8221; ผู้จัดการโครงการและที่ปรึกษามูลนิธิ<strong>ช้าง</strong>อนันตรา ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของโครงการ &#8220;หมอ<strong>ช้าง</strong>ช่วยน้อง&#8221; เล่าว่า จุดเริ่มต้นมาจากการเห็น<strong>ช้าง</strong>ถูกนำมาเดินเร่ร่อนขอเงินตามท้องถนนในป่า คอนกรีตจึงมีความคิดอยากที่จะช่วยเหลือ<strong>ช้าง</strong>เหล่านั้นให้กลับไปอยู่ในถิ่นที่ ควรอยู่อย่างสมศักดิ์ศรี ทาง อนันตรา รีสอร์ตโกลเดน ไทรแองเกิล จังหวัดเชียงราย จึงจัดตั้งโครงการ &#8220;ช่วยเหลือ<strong>ช้าง</strong>จากถนน&#8221; ขึ้น โดยอยู่ในความดูแลของมูลนิธิปาง<strong>ช้าง</strong>อนันตรา ซึ่งจะชักชวนควาญ<strong>ช้าง</strong>ที่นำ<strong>ช้าง</strong>ออกมาเร่ร่อนให้เปลี่ยนใจนำ<strong>ช้าง</strong>เข้าไปอยู่ใน พื้นที่ป่าใจกลางดินแดนสามเหลี่ยมทองคำ พร้อมหาอาชีพให้ควาญ<strong>ช้าง</strong>มีรายได้เลี้ยงตัว จนปัจจุบันโครงการนี้ได้ช่วยเหลือ<strong>ช้าง</strong>ถึง 34 เชือกด้วยกัน</p>
<p><a title="ข่าววิทยาการ" href="http://news.hepu.org/category/ข่าววิทยาการ/"><em>ข่าววิทยาการ</em></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.hepu.org/%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b9%89-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%ad%e0%b8%8a%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กุ้งเครย์ฟิช สัตว์เลี้ยงยอดนิยม วัยรุ่น</title>
		<link>http://news.hepu.org/%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%8a-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a7%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://news.hepu.org/%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%8a-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a7%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 23 Feb 2010 03:17:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าววิทยาการ]]></category>
		<category><![CDATA[กุ้งญี่ปุ่น]]></category>
		<category><![CDATA[กุ้งฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[กุ้งแดง]]></category>
		<category><![CDATA[สโนว์ไวท์]]></category>
		<category><![CDATA[เครย์ฟิช]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://news.hepu.org/?p=1696</guid>
		<description><![CDATA[ปัจจุบันเป็นสัตว์เลี้ยงที่วัยรุ่น นิยมนำมาเลี้ยงในตู้ปลา และมีการพัฒนาสายพันธุ์จนมีสีสันที่หลากหลาย เช่น สีฟ้า น้ำเงิน น้ำเงินเข้ม ขาว ส้ม และ แดงเข้ม เป็นต้น เครย์ฟิช ในวัยอ่อน จะมีระยะการลอกคราบบ่อยครั้ง โดยจะมี อัตราเฉลี่ยอยู่ที่หนึ่งครั้งต่อหนึ่งเดือน เมื่ออายุได้ 1 ปี การลอกคราบ จะลดลงเหลือเพียงปีละครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งใช้ เวลานานราว 2-3 วัน กว่าเปลือกใหม่ที่ได้นั้นจะแข็งแรงเท่าเดิม บางครั้งมันอาจมีพฤติกรรม กินเปลือกตัวเอง ที่ลอกออก หรือของตัวอื่น เพราะต้องการแคลเซียมเพื่อสร้างเปลือกใหม่ให้แข็งแรง การจำแนกเพศ ตัวผู้จะใหญ่กว่าตัวเมียอย่างเห็นได้ชัดเจน โดยจะมีอวัยวะสืบพันธุ์อยู่บริเวณโคนขาคู่สุดท้าย ส่วนตัวเมียจะมีอวัยวะสืบพันธุ์ลักษณะเป็นแผ่นวงรีสีขาว ขนาดประมาณ 1-2 มิลลิเมตร บริเวณขาเดินคู่ที่ 3 ในการผสมพันธุ์ ตัวผู้จะประกบตัวเมียจากด้านหลัง และพลิกท้องตัวเมียให้หงายแล้วตัวผู้จะเข้าประกบโดยใช้อวัยวะที่คล้ายตะขอ นั้นจับตัวเมียในลักษณะท้องชนท้อง หันหัวไปในทางเดียวกัน ตัวผู้จะส่งผ่านถุงน้ำเชื้อไปปะติดไว้กับท้องของตัวเมีย เมื่อไข่ได้รับการปฏิสนธิจากน้ำเชื้อแล้ว ไข่จะฟักเป็นตัวในเวลาราว 3-4 สัปดาห์ โดยตัวเมียจะอุ้มไข่ไว้ในช่องท้อง ไข่มีลักษณะวงกลมสีดำคล้ายเมล็ดพริกไทยดำ ในการผสมพันธุ์แต่ละครั้งอาจได้ ลูกเครย์ฟิชมากถึง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ปัจจุบันเป็นสัตว์เลี้ยงที่วัยรุ่น นิยมนำมาเลี้ยงในตู้ปลา และมีการพัฒนาสายพันธุ์จนมีสีสันที่หลากหลาย เช่น สีฟ้า น้ำเงิน น้ำเงินเข้ม ขาว ส้ม และ แดงเข้ม เป็นต้น</p>
<p><strong>เครย์ฟิช</strong> ในวัยอ่อน จะมีระยะการลอกคราบบ่อยครั้ง โดยจะมี อัตราเฉลี่ยอยู่ที่หนึ่งครั้งต่อหนึ่งเดือน เมื่ออายุได้ 1 ปี การลอกคราบ จะลดลงเหลือเพียงปีละครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งใช้ เวลานานราว 2-3 วัน กว่าเปลือกใหม่ที่ได้นั้นจะแข็งแรงเท่าเดิม บางครั้งมันอาจมีพฤติกรรม กินเปลือกตัวเอง ที่ลอกออก หรือของตัวอื่น เพราะต้องการแคลเซียมเพื่อสร้างเปลือกใหม่ให้แข็งแรง</p>
<p><strong>การจำแนกเพศ</strong> ตัวผู้จะใหญ่กว่าตัวเมียอย่างเห็นได้ชัดเจน โดยจะมีอวัยวะสืบพันธุ์อยู่บริเวณโคนขาคู่สุดท้าย ส่วนตัวเมียจะมีอวัยวะสืบพันธุ์ลักษณะเป็นแผ่นวงรีสีขาว ขนาดประมาณ 1-2 มิลลิเมตร บริเวณขาเดินคู่ที่ 3 ในการผสมพันธุ์ ตัวผู้จะประกบตัวเมียจากด้านหลัง และพลิกท้องตัวเมียให้หงายแล้วตัวผู้จะเข้าประกบโดยใช้อวัยวะที่คล้ายตะขอ นั้นจับตัวเมียในลักษณะท้องชนท้อง หันหัวไปในทางเดียวกัน ตัวผู้จะส่งผ่านถุงน้ำเชื้อไปปะติดไว้กับท้องของตัวเมีย</p>
<p>เมื่อไข่ได้รับการปฏิสนธิจากน้ำเชื้อแล้ว ไข่จะฟักเป็นตัวในเวลาราว 3-4 สัปดาห์ โดยตัวเมียจะอุ้มไข่ไว้ในช่องท้อง ไข่มีลักษณะวงกลมสีดำคล้ายเมล็ดพริกไทยดำ ในการผสมพันธุ์แต่ละครั้งอาจได้ ลูก<strong>เครย์ฟิช</strong>มากถึง 300 ตัว</p>
<p>บ้านเรามีการเลี้ยงกันมานานแล้ว ไม่ต่ำกว่า 20 ปี ในชื่อของ &#8220;<strong>กุ้งแดง</strong>&#8221; หรือ &#8220;<strong>กุ้งญี่ปุ่น</strong>&#8221; เรียกชื่อต่างกันไปตามสี เช่น กุ้งฟ้า, ไบร์ออเรนจ์, อิเล็คทริคบลู, สโนว์ไวท์, เรนโบว์, ม้าลาย หรือ ซีบร้า ฯลฯ</p>
<p><a title="ข่าววิทยาการ" href="http://news.hepu.org/category/ข่าววิทยาการ/"><em>ข่าววิทยาการ</em></a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://news.hepu.org/%e0%b8%81%e0%b8%b8%e0%b9%89%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%9f%e0%b8%b4%e0%b8%8a-%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%95%e0%b8%a7%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

