แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถูกกดดันจากเสียงโห่ของแฟนบอลเจ้าถิ่นตลอดทั้งเกม ได้ประตูชัยจาก สโคลส์ ในนาทีที่ 77 เก็บ 3 แต้ม กลับบ้านสำเร็จ เกมการแข่งขันยูฟา แชมเปียนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่มนักแรก ในคืนวันอังคารที่ 15 ก.ย. แมตช์นี้ เป็นการแข่งขันในกลุ่ม บี เบซิคตัส ยอดทีมจากตุรกี เปิดสนาม อิโนนู สเตเดียม รับการมาเยือนของ ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
11 ผู้เล่นตัวจริง
เบ ซิคตัส : ฮาร์คาน อริคาน, อิบราฮิม คาส, โทมัส ซิวอค, มัตเตโอ แฟร์รารี, อิบราฮิม อุซุลเมซ, อิเครม แดค, ฟาเบียง แอนซ์, ฟิลลิป โฮลอสโก, บาร์โบซา โรดริโก ทาบาตา, เซอร์ดาร์ ออซคาน, เมิร์ต โนเบร
ผู้เล่นสำรอง : รุสตู เรคเบอร์, อิสมาอิล โคอิบาซี, มิชาเอล ฟิงค์, นิฮัท, มารัต อิสมัยรอฟ, เออกูร์ อินซ์มัน, ยูซุฟ ซิมเซค
แมน ยูไนเต็ด : เบน ฟอสเตอร์, แกรี เนวิลล์, จอห์นนี อีแวนส์, เนมันยา วิดิช, ปาทริซ เอวรา, อันโตนิโอ วาเลนเซีย, ไมเคิล คาร์ริค, พอล สโคลส์, แอนเดอร์สัน นานี, เวย์น รูนีย์
ผู้เล่นสำรอง : โทมัน คูสแซค, เวส บราว์น, ไมเคิล โอเวน, ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ, ปาร์ค จี ซุง, ฟาบิโอ ดาซิลวา, ดาร์รอน กิบสัน
เริ่มเกมมา ทั้งสองทีมยังคงต่อสู้กันอยู่บริเวณกลางสนาม ยังไม่ค่อยมีจังหวะจบสกอร์กันมากนัก
โอกาส แรกของ แมนยู มาในนาทีที่ 13 ไมเคิล คาร์ริค รับบอลต่อมาจาก รูนีย์ บริเวณ กลางเขตโทษ ระยะกว่า 30 หลา ก่อนสับไกด้วยขวา แต่นายทวาร เบซิคตัส พุ่งรับติดมือ
ผ่านมาแล้ว 20 นาที ทั้งสองทีมก็ยังเบียดแย่งชิงความได้เปรียบในการครองบอลอยู่บริเวณแดนกลาง โดย แมนยู ดูจะครองบอลได้เหนือกว่าเล็กน้อย
แมนยู เริ่มมีโอกาสจบสกอร์ได้มาขึ้น แต่ก็ยังไม่มีความเด็ดขาดพอที่จะเจาะตาข่ายเจ้าบ้าน เบซิคตัส เข้าไปได้ โดยทางฝั่งเจ้าบ้าน ก็มีโอกาสตอบโต้กลับมาบ้างเป็นครั้งคราว
ผ่านช่วงครึ่งชั่วโมงแรก ยังไม่มีฝ่ายใดสามารถยิงประตูฝั่ตรงข้ามกันได้ ทั้งสองฝ่ายมักจะไปเสียประตในจังหวะสุดท้าย
วิดิช ได้โอกาสโหม่งอีกครั้งที่เสาสอง จากการเปิดลูกเตะมุมของ นานีจากฝั่งขวา แต่ก็โหม่งออกไปแบบไม่ได้ลุ้นในนาทีที่ 35
เข้า สู่ช่วง 5 นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก แมนยู มีโอกาสจากฟรีคิกทางกรอบเขตโทษทางซ้าย แต่ นานี ก็ทิ้งโอกาสไปโดยการยิงข้ามคานไปแบบไม่มีลุ้น
สุดท้าย หลังจากทดเวลาบาดเจ็บ 1 นาที ผู้ตัดสินก็เป่านกหวีดหมดเวลาการแข่งขัน เบซิคตัส เจ้าบ้าน ยังคงเสมออยู่กับ แมน ยู อยู่ 0-0
เริ่ม เกมมาในครึ่งหลัง แมนยู ก็สร้างโอกาสการทำประตูทันทีในนาทีแรก เป็นจังหวะชุลมุนกันหน้าประตู จังหวะสุดท้ายเป็น คาร์ริคที่ แทงเข่าบอลเด้งเข้ากรอบ แต่เบาเกินไป เข้าซอง นายทวาร เบซิคตัส
ช่วง 10 าทีแรกของครึ่งหลัง แมนยู เป็นฝ่ายที่สามารถครองบอลได้เหนือกว่าเจ้าบ้าน เบซิคตัส เล็กน้อย ส่วนทางฝั่งเจ้าบ้าน ก็ใช้จังหวะสวนกลับเร็ว เล่นงาน แมนยู ได้เป็นครั้งคราว
เฟอร์กี สร้างความฮือฮา โดยการเปลี่ยนรูนีย์ออก แล้วส่ง โอเวน ลงมาแทน ร่วมถึง เบอร์บาตอฟ ลงมาแทน คาร์ริค ซึ่งทำให้ รูนีย์ ไม่ค่อยพอใจมากนัก
ช่วง 20 นาทีสุดท้าย ทางฝั่งแมนยูที่เปลี่ยนมาใช้ระบบกองหน้าคู่ เริ่มบุกใส่ทีมเจ้าบ้านอย่างได้ผล สามารถทำเกมจนหาจังหวะจบสกอร์ได้หลายครั้ง แต่ทว่าก็ยังไม่สามารถทำประตูได้
แมน ยู มาประสบความสำเร็จจนได้ในนาทีที่ 77 เมื่อนานี ได้บอลทางซ้ายของกรอบโทษ ก่อนสับไกด้วยซ้ายไปติดเซฟ นายทวาร เบซิคตัส บอลมาเข้าทาง สโคลส์ โหม่งซ้ำจากบรริเวณจุดโทษเจ้าประตูไป ให้ แมนยู ออกนำไป 1-0
หลังจากเสียประตู เบซิคตัว พยายามจะบุกหนักเพื่อทวงประตูคืน ในขณะที่ แมนยู ก็ครองบอลพยายามถ่วงเวลาให้หมดไปเร็วๆ
สุดท้าย การถ่วงเวลาของ แมนยู ก็ประสบความสำเร็จ จบเกมการแข่งขัน บุกมาชนะ เบซิคตัส ไป 1-0
ผลการแข่งขันคู่อื่นๆ
กลุ่มเอ
ยูเวนตุส1-1บอร์กโดว์
มัคเคอบี ไฮฟา0-3บาเยิร์น มิวนิค
กลุ่มบี
โวล์ฟบวร์ก3-1ซัเอสเคเอ มอสโกว์
กลุ่มซี
เอฟซี ซูริค2-5รีล มาดริด
มาร์กเซย1-2เอซี มิลาน
กลุ่มดี
แอด.มาดริด0-0ฮาโปเอล นิโคเซีย
เชลซี1-0เอฟซี ปอร์โต
ข่าวกีฬา