ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองศาลฟังคำพิพากษาในคดีที่ อัยการสูงสุด เป็นผู้ร้องขอให้ศาลมีคำสั่งยึดทรัพย์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัว จำนวน 76,621,603 ล้านบาทเศษ ตกเป็นของแผ่นดิน ตามรัฐธรรมนูญปี 40 มาตรา 110,208,209,291,292 พรบ.การจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี ปี43 มาตรา4,5,6 ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วย ป.ป.ช. พ.ศ.2542 มาตรา 32,33,100และป.อาญามาตรา 119,122 กรณีถูกกล่าวหาว่า มีผลประโยชน์เป็นทรัพย์สิน เนื่องจากการกระทำที่เป็นการขัดกัน ระหว่างผลประโยชน์ส่วนบุคคล และประโยชน์ส่วนรวม และได้มาโดยไม่สมควร เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ อันเป็นการร่ำรวยผิดปกติ คือ เป็นจำนวนกว่าร้อยละ 48 ของหุ้นที่จำหน่ายได้ ที่พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ยังเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่แท้จริง โดยปกปิดอำพรางไว้ในชื่อนายพานทองแท้ น.ส.พินทองทา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และ นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์
โดยขายหุ้นบริษัทชินคอร์ปฯ จำนวน 1,419,490,150 หุ้น ให้กับกลุ่มเทมาเส็ก สิงคโปร์ โดยมีบริษัทซีดาร์โฮลดิ้งส์ จำกัด และบริษัทแอสแพนโฮลดิ้ง จำกัด คดีมีผู้ร้องคัดค้านว่าทรัพย์สินไม่ควรตกเป็นของแผ่นดิน 23 ราย ต่อมา คตส.เพิกการอายัดไป 4 ราย ปัจจุบันได้อายัดไว้ 16 รายการ รวม 68,000 ล้านบาท ส่วนขาดอยู่หากพิพากษาให้ยึดทั้งหมดต้องมีหมายบังคับคดีเอาจากทรัพย์สินที่ มีอยู่ยังไม่เคยถูกอายัด เช่น บ้าน ที่ดิน รถยนต์ เครื่องบิน เป็นต้น
การที่ผู้ถูกกล่าวหาและ ผู้คัดค้าน ร้องค้านว่า ก่อนจะมาดำรงตำแหน่งนายกฯ วาระแรก ผู้ถูกกล่าวหามีทรัพย์สินตามรายการที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. มีมูลค่ารวม 15,124 ล้านบาท จึงไม่อาจให้ทรัพย์ในส่วนนี้ตกเป็นของแผ่นดินได้นั้น คำไต่สวน ไม่ได้ข้อบังคับไปถึงทรัพย์สินอื่น จึงไม่มีข้อต้องพิจารณาตามคำร้องผู้คัดค้านที่ 1 อย่างไรก็ดี ยังมีข้อต้องพิจารณาว่าเงินปันผลและเงินที่ได้จากการขายหุ้นเป็นทรัพย์ ที่ได้มาโดยไม่สมควรทั้งจำนวนหรือไม่
เมื่อพิจารณาจากเอกสารแล้วปรากฏ ว่า การซื้อขายหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 7 ก.พ. 44 อันเป็นวันที่หุ้นชินคอร์ป มีราคาเฉลี่ย 213.9 บาท เมื่อคำนวณ มูลค่าหุ้นหลังเปลี่ยนทุน เป็นหุ้นละ 1 บาท เท่ากับราคาซื้อขายวันดังกล่าวมีราคา 21.309 บาท ครั้น คำนวณจากหุ้นจำนวน 1,419 ล้านหุ้น คิดเป็นเงินทั้งสิ้น 30,247,915,606.35 บาท อันถือเป็นทรัพย์ที่ผู้ถูกกล่าวหามี แต่เดิม และไม่อาจให้ตกเป็นของแผ่นดินได้
องค์คณะมีมติเสียงข้างมากว่า ทรัพย์สินที่ตกเป็นของแผ่นดินมีเฉพาะเงินปันผลค่าหุ้น และเงินที่ได้จากการขายหุ้น รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 46,373,687,454.70 บาท พร้อมดอกผล ของเงินจำนวนดังกล่าวให้ตกเป็นของแผ่นดิน โดยบังคับจากทรัพย์สินที่อายัดไว้ก่อนหน้านี้