ข่าวการเมือง Archive

ผู้ว่ากล้วยไข่ โชว์อิทธิฤทธิ์ ยังนั่งเก้าอี้เดิม

ผู้ว่ากล้วยไข่ โชว์อิทธิฤทธิ์ ยังนั่งเก้าอี้เดิม

คนใกล้ชิดนายกฯ ร้องขอ ไม่ให้โยกย้ายผู้ว่าฯกำแพงเพชร ทำให้โผ มท.ป่วน ต้องรื้อใหม่ รอไฟเขียว “เนวิน” คนโตภูมิใจไทย ทำให้ รองผู้ว่าฯตาก ชวด นั่งผู้ว่าเมืองกล้วยไข่ ไปอยู่พะเยาแทน

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก ทำเนียบรัฐบาล ว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ช่วงเช้าก่อนที่การประชุมครม.จะเริ่มต้นขึ้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ใช้เวลาในการหารือกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความั่นคง เป็นการส่วนตัว นานประมาณ 10 นาที เพื่อขอให้เป็นตัวกลางประสานกับนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เพื่อขอให้มีการปรับเปลี่ยนโผบัญชีรายชื่อการแต่งตั้งโยกย้ายผู้ว่าราชการ จังหวัดใหม่บางตำแหน่ง ก่อนเสนอให้ครม.ให้ความเห็นชอบ เนื่องจากมีคนใกล้ชิดของนายกรัฐมนตรีมาวิ่งเต้นขอให้ช่วยเหลือ ไม่ให้โยกย้ายนายวันชัย สุทิน ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชร ตามโผเดิมที่ทางแกนนำพรรคภูมิใจไทยจัดทำเสร็จเมือคืนวันที่ 14 ก.ย. จะโยกนายวันชัย ไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย

ผู้สื่อข่าว รายงานต่อว่า ภายหลังนายสุเทพคุยกับนายอภิสิทธิ์เสร็จก็รีบเดินเข้าไปใช้ห้องรับรองเพื่อ หารือนายชวรัตน์ นานเกือบ 20 นาที ด้วยสีหน้า เคร่งเครียดเนื่องจากต้องขยับสลับตำแหน่งที่เกี่ยวเนื่อง ทำให้โผรวนไปประมาณ 3- 4 ตำแหน่ง โดยมีการต่อสายไปทางนายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย เพื่อขยับเปลี่ยนโผกันใหม่เล็กน้อย จากโผเดิมที่ผู้ว่าราชการจังหวัดกำแพงเพชรจะถูกโยกย้ายก็ได้อยู่ที่เดิม ส่วนนายวีระยุทธ เอี่ยมอำภา ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร มีรายงานว่านายไชยา สะสมทรัพย์ อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ประสานขอทางนายเนวินให้ย้ายนายวีระยุทธ มาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม แต่ พรรคภูมิใจไทยไม่ยินยอม โดยจัดให้ไปลงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เมื่อนายวีระยุทธทราบข่าว จึงพยายามต่อรอง ขอไปลงในตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยที่ว่างอยู่ ส่วนนายเชิดศักดิ์ ชูศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดตากที่เดิมถูกวางตัวให้ไปขึ้นเป็นผู้ว่าราชการ จังหวัดกำแพงเพชร จึงต้องหลีกไปลงเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา

ข่าวการเมือง

เทพเทือก ปัดงัดข้อ บัญญัติ ขวางแก้ รธน.

เทพเทือก ปัดงัดข้อ บัญญัติ ขวางแก้ รธน.

รองนายกฯ สุเทพปัดงัดข้อบัญญัติขวางแก้ รธน. ชี้ข่าวคลาดเคลื่อนมากๆ ยันยังรักษาสัญญาพรรคร่วมแก้ ม. 190-เขตเดียวเบอร์เดียว ปัดวิปรัฐวางเกมตั้งสสร. 3 ยื้อเวลา ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีรายงานข่าวระบุว่านายสุเทพยืนยันต้องรักษาสัญญากับ พรรคร่วมรัฐบาลในการแก้รัฐธรรมนูญ จนมีความเห็นขัดแย้งกับนายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์มีเห็นขัดแย้งในที่ประชุมพรรคประชา ธิปัตย์เมื่อวันที่ 15 ก.ย.ที่ผานมาว่า ข่าวคลาดเคลื่อน ตนกับนายบัญญัติเห็นตรงกันว่าการที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือจะจัดทำรัฐธรรมนูญ ขึ้นมาใหม่ จะต้องเป็นรัฐธรรมนูญที่เป็นฉบับของประชาชนจริงๆ คือความคิดเห็นทั้งหลายในประเด็นสำคัญๆ ต้องมาจากการเห็นพ้องต้องกันของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ และให้สมาชิกในพรรคได้อภิปรายซักซ้อมกันในพรรคเมื่อทุกคนเห็นอย่างนี้แล้ว การพูดจาแสดงออกในสภาฯให้ไปในทิศทางเดียวกัน

นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นเรื่องของการอภิปรายได้ซักซ้อมกันไว้แล้ว เนื่องจากการ อภิปรายในสภาฯ เรื่องรัฐธรรมนูญคราวนี้ เป็นการพิจารณาโดยมีตัวตั้งคือข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์ เราก็บอกว่าให้ได้ใช้ข้อเสนอเหล่านั้นเป็นประเด็นเริ่มต้นในการพูดจาอภิปราย กันว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยอย่างไร แต่ขณะเดียวกันก็ให้สมาชิกได้นำเสนอแนวทางที่ถูกต้องเหมาะสมสำหรับการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข เพราะฉะนั้นแนวทางก็ตรงกันทุกอย่าง เมื่อถามว่า แต่พรรคร่วมรัฐบาลต้องการจะให้แก้ไข มาตรา 190 และเขตเลือกตั้งแบบเขตเดียวเบอร์เดียวก่อน ดูเหมือนพรรคประชาธิปัตย์จะไม่อยากเอาด้วยเรื่องเขตเลือกตั้ง นายสุเทพ กล่าวปฏิเสธว่า ก็ไม่ใช่อีก พรรคประชาธิปัตย์ให้ความเคารพในข้อตกลงที่มีอยู่กับพรรคร่วมรัฐบาลใน 2 ประเด็นนั้น เพียงแต่ว่าต้องการให้สมาชิกของแต่ละพรรคไปพูดคุยปรึกษาหารือกัน แล้วมอบหมายให้คณะกรรมการประสานงานของแต่ละพรรคไปปรึกษากันแล้ว และเขาก็ปรึกษากันและเห็นชอบกันแล้ว และแจ้งแต่ละพรรคให้ทราบแล้วด้วย ฉะนั้นในขั้นตอนการจะยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญใน 2 ประเด็นนี้ เป็นเรื่องของสมาชิกทุกพรรคจะต้องร่วมกันเข้าชื่อ

เมื่อถามว่า ทางพรรคชาติไทยพัฒนาและพรรคเพื่อแผ่นดินไม่เห็นด้วยกับวิปรัฐบาลที่ระบุจะมี การเสนอแก้ไข มาตรา 291 เพื่อตั้ง สสร. 3 แต่ 2 ประเด็นที่ไม่มีความขัดแย้งให้เดินหน้าแก้ไขได้เลย นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่เห็นว่าวิปรัฐบาลพูดอย่างนั้น ตนอยู่ในที่ประชุมตลอด ไม่ได้พูดอย่างนั้น เมื่อถามว่า ทางนายดิเรก ถึงฝั่ง ประธานคระกรรมการสมานฉันท์ฯเสนอว่าควรจะทำตามข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์ โดยระยะสั้นแก้ไข 2 ประเด็นก่อน ส่วนระยะยาวค่อยว่ากันอีกที นายสุเทพ กล่าวว่า เท่าที่ตนจับประเด็นได้ในการหารือกันในพรรคมี 2 ประเด็นที่เห็นว่าพรรคต่างๆ เห็นพ้องต้องกันแก้ไขได้ทำไปก่อน คือ มาตรา 190 กับเรื่องเขตเลือกตั้ง ส่วนประเด็นอื่นที่เหลือเป็นที่ต้องให้พี่น้องประชาชนได้ร่วมตัดสินใจ อาจจะไปทำกระบวนการเช่น การทำประชามติหรืออะไรต่างๆ ต้องไปกำหนดกันในวันที่ 16-17 ก.ย.นี้สมาชิกรัฐสภาจะได้เสนอความเห็นแนวทางที่จะไปปฎิบัติ เมื่อถามว่า หากหารือของรัฐสภาออกมาเหลวอะไรจะเกิดขึ้น นายสุเทพ กล่าวว่า คงไม่มีอะไรเหลว อาจจะไม่ได้อยากที่ต้องการเป็นไปได้ แต่เรื่องเหลวคงไม่มี ขอให้ดูไปเรื่อยๆ

ข่าวการเมือง

ประเมินม็อบแดงมากกว่า2หมื่นชุมนุม19กย.

ประเมินม็อบแดงมากกว่า2หมื่นชุมนุม19กย.

รัฐบาล คาดมี กลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง มากกว่า 2-3 หมื่นคน งัดกฎหมาย 13 ฉบั บ คุมม็อบอาละวาด หวั่น มือที่สามจุดชนวนสร้างสถานการณ์ป่วนเมือง วันนี้ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปณิธาน วัฒนายากร โฆษกประจำสำนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติให้ประกาศพื้นที่ปรากฏเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงในราชอาณาจักร ในพื้นที่เขตดุสิต ระหว่างวันที่ 18-22 ก.ย. ตามที่กองอำนวยการรักษาความปลอดภัยในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) หลังจากที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเมินแล้วเห็นว่า อาจมีความวุ่นวายจากคนบางกลุ่มที่ประกาศเจตนาชัดเจนให้มีการชุมนุมประท้วง ปิดล้อมสถานที่สำคัญของรัฐบาล และ สถานที่ใกล้เคียง ซึ่งในวันที่ 16 ก.ย.นายกรัฐมนตรีจะเรียกประชุม กอ.รมน. เพื่อตั้งศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) คาดว่า จะมอบหมายให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็น ผอ.ศูนย์ฯ อีกทั้งจะออกข้อกำหนด ตามความในมาตรา 18 แห่ง พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร โดยนำกฎหมาย 13 ฉบับ มาบังคับใช้เพื่อจัดระเบียบการบริหารพื้นที่ เช่น การตรวจค้นอาวุธ การจราจร โดยจะใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นหลัก และทหารเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน

นายปณิธาน กล่าวต่อว่า ส่วนจำนวนผู้ที่จะมาร่วมชุมนุมนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการประเมิน แต่มีรายงานว่าจะมีมากกว่าเมื่อครั้ง ที่มีการประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง ระหว่างวันที่ 29 ส.ค. – 1 ก.ย. ซึ่งมีการประเมินว่าจะมีผู้ชุมนุม 2-3 หมื่นคน แต่ไม่มีการชุมนุมเกิดขึ้น จึงต้องใช้กำลังผสมตำรวจ พลเรือน ทหาร มาช่วยดูแลสถานการณ์ โดยสาเหตุที่มีผู้ชุมนุมมาร่วมชุมนุมมากขึ้น เนื่องจากเป็นวันครบรอบทำรัฐประหาร จึงมีผู้ชุมนุมจากหลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มเดิมที่ต้องการแสดงออก และ กลุ่มที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด เช่น ภาคตะวันออก เหนือ อีสาน และใต้ตอนบน มาเป็นแนวร่วมร่วมกับผู้ชุมนุมที่อยู่ใน กทม. และ ปริมณฑล ขอย้ำว่ารัฐบาลทำทุกอย่างตามกฎหมาย จะไม่ดำเนินการใดๆ ให้กระทบสิทธิเสรีภาพประชาชน แต่มีความจำเป็นต้องคุ้มครองบ้านเมืองให้เกิดความสงบเรียบร้อย รัฐบาลคิดว่าจะคุมพื้นที่เป็นเวลา 5 วัน จากนั้นจะประเมินสถานการณ์อีกครั้ง เมื่อถามว่า ประเมินสถานการณ์จะมีความรุนแรงเกิดขึ้นหรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า มีการประกาศเจตนารมณ์ของบางกลุ่ม หวังผลักดันให้เกิดปัญหา เช่น การชุมนุมบ้านบุคคลสำคัญ ที่ตั้งรัฐบาล กองทัพ ซึ่งชัดเจนว่าต้องการสร้างสถานการณ์

ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเมินว่าการชุมนุมจะยืดเยื้อ หรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า ต้องรอการประเมิน เพราะบางกลุ่มบอกว่า วันที่ 20 ก.ย.จะเดินทางกลับ แต่เมื่อมีมวลชนมาจำนวนมาก จึงต้องให้เวลาเดินทางกลับ เลยต้องให้เวลา 5 วัน เมื่อถามว่า นอกจากเขตดุสิตแล้ว มีพื้นที่อื่นต้องเฝ้าระวังหรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า มีหน่วยเฝ้าระวังจับตาดูความเคลื่อนไหวอยู่แล้ว เมื่อถามว่า เป็นห่วงสถานการณ์มือที่สาม เข้ามาสร้างความวุ่นวายหรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า ต้องเฝ้าระวังอยู่ เพราะการควบคุมดูแลผู้ไม่หวังดีที่เคลื่อนไหวในลักษณะก้าวร้าว ต้องขอความร่วมมือจากประชาชน แต่แนวโน้มไม่น่าเป็นห่วง อย่างไรก็ตาม มีกลุ่มเคลื่อนไหวในหลายพื้นที่ คงต้องควบคุมให้ใกล้ชิดมากขึ้น โดยตั้งด่านตรวจค้นกลุ่มคนต้องสงสัยที่อาจมีการเคลื่อนไหว โดยเฉพาะมีเป้าหมายอยู่ที่เขตดุสิต

ข่าวการเมือง

Page 11 of 11« First...7891011